สรุปข่าวอสังหาฯ ประจำสัปดาห์ 15 สิงหาคม – 21 สิงหาคม 2559 โดยยามเฝ้าเว็บ

w3aug2016

ประเด็นข่าวอสังหา จับข่าวประเด็นร้อน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา w3aug2016

อนุมัติงบลงทุน 3.57 หมื่นลบ.ฟื้นฟูแฟลตดินแดง

ครม.อนุมัติวงเงิน 35,754 ล้านบาท เตรียมฟื้นฟูแฟลตดินแดง ใช้ระยะเวลา 8 ปี คาดเริ่มก่อสร้างภายในเดือน ต.ค.นี้

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนฟื้นฟูแฟลตดินแดง มูลค่าการลงทุน 35,754 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (ปี 59-67) ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างอาคารสูง 28-35 ชั้น จำนวน 26 อาคาร ทดแทนอาคารเดิมที่สูง 5 ชั้น บนเนื้อที่ 207 ไร่

“เป็นการฟื้นฟูและยกระดับชีวิตของชาวแฟลตดินแดงที่ก่อสร้างมาเกือบ 50 ปีแล้ว มีปัญหาโครงสร้างอาคารทรุดโทรม มีปัญหาความปลอดภัยต่างๆ เป็นอาคารที่พักอาศัยสมัยใหม่”

สำหรับโครงการดังกล่าวจะมีจำนวน 20,252 ยูนิต ซึ่งจะให้สิทธิผู้ที่อยู่อาศัยเดิม 6,546 ยูนิต แต่หากผู้ที่อยู่อาศัยเดิมรายใดต้องการสละสิทธิจะได้รับเงินชดเชยยูนิตละ 4 แสนบาท พร้อมค่าย้ายออกอีก 1 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือ 13,706 ยูนิต จะเป็นผู้ที่เข้าไปอยู่อาศัยใหม่ที่เป็นข้าราชการหรือผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดประมูล e-Auction หาผู้มาดำเนินการได้ในเดือน ก.ย.59 และเริ่มก่อสร้างในเดือน ต.ค.59

ประเมินซัพพลายใหม่ไพร์มโลเคชั่นคาดหดตัว 20%

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เติมซัพพลายใหม่ย่านไพร์มโลเคชั่น หลังประเมินโครงการใหม่ปีนี้เปิดตัวลดลง 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ชี้เศรษฐกิจกิจฟื้นตัวไม่ชัดเจน พร้อมส่งแบรนด์น้องใหม่ “มิวนีค สุขุมวิท 23” คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ซัวรี่ ขายราคาต่อตารางเมตรเริ่ม 1.97 แสนบาทต่อตารางเมตร

นายสุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนยังเติบโตได้ และยังมีความต้องการซื้ออยู่ โดยล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่ แบรนด์น้องใหม่ “มิวนีค สุขุมวิท 23″ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ บนพื้นที่โครงการ 1-1-35 ไร่ สูง 36 ชั้น จำนวน 201 ยูนิต มูลค่าโครงการ2,800ล้านบาท

ซึ่งราคาต่อตารางเมตรจะเริ่มที่ 1.97 แสนบาท ไปจนถึงตาราเมตรละ 2.5 แสนบาท โดยแบ่งเป็นแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 35 – 42.50 ตารางเมตร จะอยู่ที่ 6.9-9.8 ล้านบาท แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 57 – 98 ตารางเมตร ราคาจะอยู่ที่ 11.7-16.8 ล้านบาท และแบบ คอนเลคชั่น ขนาด 88.50 – 187 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 21.4-46.3 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอ EIA ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างได้กลางปีหน้า และจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเปิดพรีเซลในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ คาดว่าจะสร้างยอดขายได้60%ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนอีก 40% จะเปิดขายรอบใหม่หลังจากเริ่มมีการก่อสร้างแล้วในปีหน้า

ปัจจุบัน เมเจอร์ฯมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 6 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ มาร์ค สุขุมวิท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60% หรือ 4,000 ล้านบาทราคาต่อตารางเมตรปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.5 แสนบาท จากที่เปิดตัวในช่วงแรกขายตารางเมตรละ 2.4 แสนบาท โดยคาดว่าจะสร้างเสร็จภายในปลายปีนี้ หรือ ต้นปีหน้า และจะพร้อมทยอยโอนภายในปลายปีหน้า โครงการมาสเอสโต 03 รัชดา – พระราม 9 โครงการ มาเอสโตร-14-สยาม-ราชเทวี โครงการมาสเอสโตร สุขุมวิท และ M ทองหล่อ ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 70% อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการ

ส่วนผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้แล้ว 1,700 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 5,000ล้านบาท และตั้งเป้าว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรก สามารถรับรู้รายได้เข้ามาแล้ว 2,900 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลังจะรับรู้รายได้อีกกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ปีนี้มีรายได้รับรู้ตามเป้า โดยปัจจุบัน มียอดBacklog รวมมูลค่า 9,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ทางบริษัทวางงบในการซื้อที่ดินในปีนี้ 5,000 ล้านบาท ปัจจุบันใช้ไปแล้ว 3,000 ล้านบาท

ด้านน.ส.อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการประเมินซัพพลายในย่านไพร์มโลเคชั่นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ลดลงจากครึ่งปีแรกของปี2558 กว่า 40% โดยในช่วงครึ่งปีแรกเปิดใหม่เพียง2,900 ยูนิต ซึ่งคาดว่าทั้งปีเปิดตัวโครงการระดับลักซ์ชัวรี่ไม่เกิน7,000 ยูนิต ลดลงจากปีที่ผ่านมา 20% ที่เปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 9,700 ยูนิต โดยสาเหตุเกิดจากภาพวมเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ชัดเจน ประกอบกับในย่านไพร์มโลเคชั่นที่ดินราคาค่อนข้างสูง และหายาก และช่วงครึ่งปีแรกยังเป็นช่วงระบายสต๊อคด้วยทำให้มีการเปิดตัวโครงการน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะมีโครงการใหม่พร้อมเปิดตัวออกมาสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคมนี้

“มหานคร” คอนโดที่สูงที่สุดในเมืองไทย เตรียมจัดฉลองสร้างเสร็จ 29 ส.คนี้

เพช ดีเวลลอปเมนท์ เล็งเปิดตัวคอนโดฯหรูมูลค่า 2.8 พันล้านบาท ย่านนราธิวาส เริ่มขายไตรมาส 4 นี้ ตั้งเป้า ปี’ 63 ดันรายได้พุ่งแตะ 30,000 ล้านบาท

“มหานคร” คอนโดที่สูงที่สุดในเมืองไทย

นางสาวนฑา กิตติอักษร ประธานเจ้าหน้าบริหารฝ่ายการเงิน บริษัท เพช ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าในปี 2563 จะมีรายได้เข้ามาราว 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นปีที่บริษัทมีแผนจะนำหุ้นของ ดีน แอนด์ เดลูก้า เข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยคาดว่ามูลค่าทางบัญชีจะสูงถึงกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากราคาที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ 140 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในส่วนของรายได้ 30,000 ล้านบาทนั้น จะมาจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์ ดีน แอนด์เดลูก้า จำนวน 15,000 ล้านบาท โดยมีแผนขยายสาขาทั้งในสหรัฐ ไทย และญี่ปุ่น จำนวน 300 สาขา ในปี 2563 ส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 10,000 ล้านบาท และอีก 5,000 ล้านบาทจะมาจากธุรกิจให้บริการโรงแรม จุดชมวิวบนตึกมหานครและรีเทล

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่ม อีก 1 โครงการ ย่านนราธิวาส เป็นอาคารสูง 46 ชั้นจำนวน 36 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 400 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท ปัจจุบันได้รับอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ซึ่งจะเริ่มเปิดขายในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

ขณะที่แผนลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 มีแผนเปิดตัวโครงการบ้านพักตากอากาศที่เมือง นิเซโกะ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น บนที่ดินเนื้อที่ 87 ไร่ 3 งาน พัฒนาเป็นบ้านจำนวน 40 ยูนิต ราคา 52-142 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาทโดยจะเริ่มเปิดขายในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ก่อน เนื่องจากเป็นฤดูท่องเที่ยวของฮอกไกโดด้วย

นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนพัฒนาคอนโดย่านใจกลางเมืองกรุงเทพอีก 1 โครงการมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาทปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดิน

สำหรับสำหรับผลประกอบการปี 2559 ทางบริษัทสามารถทำกำไรได้ในไตรมาสแรก แม้จะขาดทุนในไตรมาสที่ 2 ก็ตาม แต่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มทุนประมาณ 1.5 พันล้านบาทในเดือนกรกฎาคม ซึ่งส่งผลให้บริษัทคาดว่าจะสามารถลด D/E ratio ได้ในไตรมาสที่ 3 และ 4

ปัจจุบัน มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาด้านการก่อสร้างและอยู่ระหว่างการขายรวม 4 โครงการ ได้แก่ ‘มหานคร’ ‘มหาสมุทร’ ’นิมิต หลังสวน’ และโครงการใหม่บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ โดยโครงการมหานครปัจจุบันเหลือขาย 30% เป็นห้องขนาด 2 -3 ห้องนอน ขนาด 150 – 200 ตารางเมตร ราคาปัจจุบันอยู่ที่ตารางเมตรละ 320,000 บาท ซึ่งมีแผนเตรียมออกโรดโชว์ที่ฮ่องกง ในเดือนกันยายนนี้ด้วย โครงการมหาสมุทร วิลล่ามียอดขายรอโอนประมาณ 40% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านบาท และคาดว่าจะสามารถสร้างวิลล่าเสร็จและพร้อมโอนภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2559 เป็นต้นไป ขณะที่โครงการนิมิต หลังสวน ล่าสุดได้รับอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) พร้อมเริ่มการก่อสร้างโครงการแล้วและคาดว่าจะสามารถสร้างเสร็จตามแผนในปี 2561

ทั้งนี้ ทางบริษัทเตรียมจัดงานฉลองความสำเร็จด้านการก่อสร้างโครงการ ‘มหานคร’ อาคารที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย 314 เมตร ซึ่งทางเพซพร้อมด้วยผู้สนับสนุน ได้แก่ SCB, CITI รวมถึง BMW ได้จัดงาน ‘MAHANAKHON: BANGKOK RISING, THE NIGHT OF LIGHTS’ ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ โดยมีไฮไลท์เป็นไลท์โชว์บนตึกสูงครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่ง PACE ได้นำเทคโนโลยีการฉายแสงจากประเทศเกาหลี ออกแบบโชว์พิเศษที่ล้อไปกับแนวพิกเซลที่โอบล้อมตัวอาคารที่สามารถมองเห็นได้จากทุกมุมของกรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศความสำเร็จและยกระดับกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองหลวงโลกด้วย

หาดวงศ์อมาตย์เข้าวินทำเลเด่นเมื่อตลาดพัทยาคืนชีพรอบใหม่

พลัสฯ เผยตลาดพัทยากำลังฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ดีมานด์-ซัพพลายอสังหาฯ เริ่มมีความเคลื่อนไหว หลังภาครัฐอัดฉีดงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและขยายเส้นทางคมนาคม จับตานักท่องเที่ยวจีนแห่เช็กอินท่องเที่ยว หนุนตลาดคอนโดฯ ตากอากาศคึก หาดวงศ์อมาตย์เข้าวินทำเลเด่น

นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าจากการสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เมืองพัทยาครั้งล่าสุด พบว่าแนวโน้มการฟื้นตัวเป็นไปในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของพัทยาที่กลับมาคึกคัก ทั้งจากการลงทุนของภาครัฐในด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน อาทิ แผนการขยายสนามบินอู่ตะเภาให้รองรับผู้โดยสารมากขึ้น อีกทั้งยังมีแผนการลงทุนพัฒนาด้านคมนาคมเส้นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายพัทยา – มาบตาพุดที่ส่งเสริมให้มีการจ้างงานและกำลังซื้อกลับมาเติบโตอีกครั้ง รวมถึงการที่พัทยาเป็นศูนย์รวมโรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมากนั้นก็ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพัทยามีสูงขึ้น

คอนโด หาดวงศ์อมาตย์-พัทยา

นอกจากนี้ พัทยากลับมาเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ที่เข้ามาทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่หายไป ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

“ตลาดที่อยู่อาศัยในพัทยามีการฟื้นตัวจากการสำรวจครั้งก่อน ซัพพลายเริ่มกลับเข้ามาในตลาด ในขณะที่ดีมานด์ได้รับการตอบรับที่ดีขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยในพัทยายังมีต่อเนื่องโดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมมีอัตราขายเฉลี่ยที่ 80% โดยทำเลที่ขายดี ได้แก่ พื้นที่หาดวงศ์อมาตย์ ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของความเป็นส่วนตัวระดับ 5 ดาว ราคาขายเฉลี่ยที่ 97,000 บาทต่อตารางเมตร และมีโครงการเสนอขายในหลายราคาตั้งแต่ระดับ 95,000-120,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่อัตราการดูดซับของโครงการคอนโดฯ ในย่านนี้สูงถึง 85% ซึ่งสูงกว่าอัตราดูดซับเฉลี่ยของเมืองพัทยา ทั้งนี้ ผู้ที่ชอบอาศัยหรือพักผ่อนในโซนนี้จะเป็นกลุ่มที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบ เน้นการพักผ่อนแบบครอบครัว” นายภูมิศักดิ์กล่าว

“ในขณะที่ตัวเมืองพัทยา แนวโน้มของซิตี้คอนโดฯ หรือห้องชุด 1 ห้องนอนที่ไม่ติดทะเลแต่ได้วิวทะเลได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น โครงการที่ตั้งอยู่บนถนนพัทยาสาย 2 และ สาย 3 เนื่องจากมีราคาขายที่ไม่สูงจนเกินไป ในขณะที่ผลตอบแทนจากการเช่าโครงการในบริเวณนี้อาจสูงถึง 12% ต่อปี” นายภูมิศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย

คืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีแดง “บางซื่อ-รังสิต” เร่งสร้างเสร็จใช้งานจริง ปี′62

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ลงพื้นที่ดูความก้าวหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง(บางซื่อ-รังสิต)บริเวณสถานีทุ่งสองห้อง และ สถานีกลางบางซื่อ

โครงการนี้ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 สัญญา คือสัญญา 1 งานโยธาสำหรับสถานีกลางบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง มีความก้าวหน้าของงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จคิดเป็น 47.26%

สัญญา 2 งานโยธาสำหรับทางรถไฟบางซื่อ – รังสิต มีความก้าวหน้าของงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จคิดเป็น 67.73%

และ สัญญา 3 งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมจัดหาตู้รถไฟ สำหรับช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ได้เข้าดำเนินงานเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2559 มีความก้าวหน้าของงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จคิดเป็น 0.83% คาดว่าจะเปิดใช้งานได้จริงประมาณปลายปี 2562

สำหรับโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต มีจุดเริ่มต้นโครงการที่สถานีบางซื่อ กม.6+000 (จากหัวลำโพง) บริเวณสามแยกประดิพัทธ์ประมาณ 1.8 กิโลเมตร ทางทิศใต้ของสถานีบางซื่อ ไปตามแนวเขตทางรถไฟสายเหนือ ผ่านเขตจตุจักร บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง และไปสิ้นสุดที่สถานีรังสิต จังหวัดปทุมธานี ระยะทางรวมประมาณ 26.3 กิโลเมตร มี 10 สถานี

ประกอบด้วย สถานีกลางบางซื่อ สถานีจตุจักร สถานีวัดเสมียนนารี สถานีบางเขน สถานีทุ่งสองห้อง สถานีหลักสี่ สถานีการเคหะ สถานีดอนเมือง สถานีหลักหก และสถานีรังสิต

Ref: Propertytoday
Info: DPR

ผู้ดูแลเว็บ หรือ บางคนเรียก ยามเฝ้าเว็บ...

Leave a Reply