สรุปข่าวอสังหาฯ ประจำสัปดาห์ 5 กันยายน – 11 กันยายน 2559 โดยยามเฝ้าเว็บ

W2SEP2016

ประเด็นข่าวอสังหา จับข่าวประเด็นร้อน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา W2SEP2016

แบงก์กรุงเทพประเมินอสังหาฯปี′59ติดลบ-โอเวอร์ซัพพลาย 1.6 แสนยูนิต

นายปิยะ ซอโสตถิกุล ที่ปรึกษาฝ่ายผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวบนเวทีสัมมนา 12 ปีธุรกิจรับสร้างบ้านกับความท้าทายในยุคดิจิทัล จัดโดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทยปี 2559 มองว่าน่าจะติดลบจากปี′58 หรือกรณีดีที่สุดคือทรงตัวเท่ากับปี′58 เนื่องจากในตลาดมีซัพพลายเหลือขายจำนวนกว่า 1.5-1.6 แสนยูนิต ซึ่งน่าจะใช้เวลาระบายอีก 2 ปี โดยไม่ต้องเติมซัพพลายใหม่

นายปิยะกล่าวว่า แม้ว่าบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์รวมกว่า 70% ยังพยายามตั้งเป้าการเติบโตและขยายตลาด แต่ช่วงครึ่งปีแรกพบว่ามูลค่าการเปิดโครงการใหม่ของภาคอสังหาฯลดลง และแผนการเปิดตัวโครงการช่วงไตรมาส 4/59 บริษัทอสังหาฯมีการชะลอการเปิดตัวแล้วหลายโครงการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นสภาพตลาดอสังหาฯในปัจจุบัน

รวมทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจเติบโตไม่สูงมีผลต่อกำลังซื้อ เชื่อว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ปีนี้จะโตประมาณ 3% เท่านั้น จากภาคการส่งออกซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทยยังติดลบ การลงทุนภาคเอกชนยังซบเซา และการบริโภคภายในประเทศต่ำ ผู้ซื้อขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนซื้อสินค้าระยะยาวแบบที่อยู่อาศัย

มีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่พยุงเศรษฐกิจไว้ จากสถิตินักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทย 30 ล้านคนในปีก่อน และปีนี้เชื่อว่าจะเป็นไปตามเป้า 32 ล้านคน ส่วนการลงทุนภาครัฐเป็นปัจจัยบวกสำคัญเช่นกัน โดยรัฐบาลมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ารวม 1.7 ล้านล้านบาท ช่วงปี 2558-2565 แต่เม็ดเงินที่หมุนเวียนเข้าสู่ระบบอาจต้องรอคอยอีกระยะหนึ่ง

ปีหน้า‘ก่อสร้าง’โตแรง 30% ‘จีแลนด์’เตรียมสร้างตึกสูงติดท็อปเทนของโลก

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ มกระธัช เลขาธิการสมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจก่อสร้างเริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนหลังจากชะลอตัวไปในปี 2557 เนื่องจากปัญหาด้านการเมืองที่ส่งผลให้การพัฒนาโครงการทั้งหลายชะงักไป เละคาดว่าต้นปี 2560 หรือหลังการเลือกตั้งการก่อสร้างจะขยายตัวในอัตรา 20-30% จากการที่ภาครัฐเร่งผลักดันการลงทุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โดยมีภาคเอกชนหลายรายวางแผนพัฒนาโครงการ เมื่อรวมกับระยะเวลาการยื่นรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดประมาณ 6 เดือน จากนั้นก็สามารถดำเนินการก่อสร้างได้

“ช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมาอัตราการก่อสร้างในกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 20% โดยคำนวณจากจำนวนโครงการก่อสร้างทั้งของภาครัฐและเอกชน สำหรับปริมาณการผลิตปูนซีเมนต์ปี 2558 ประมาณ 37 ล้านตัน ด้านยอดขายในประเทศประมาณ 30 ล้านบาท”

“คาดว่าปี 2561 จะมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นอีกถึง 30% ปัจจุบันกรุงเทพฯมีโครงการก่อสร้างอาคารสูงพิเศษหลายโครงการ เช่นโครงการมหานคร ที่มีความสูง 314 เมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประเทศไทย และติดอันดับนานาชาติในเรื่องของงานดีไซน์ รวมถึงอาคาร จีทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกสูงที่น่าสนใจทำให้ต่างชาติได้ยอมรับการก่อสร้างอาคารสูงในประเทศไทยมากขึ้นและโครงการ เดอะ ซุปเปอร์ ทาวเวอร์ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศไทย ซึ่งเคยประกาศจะสร้างอาคารที่มีความสูงกว่า 615 เมตร และเป็นตึกสูงที่สุดในเอเชียนั้น ล่าสุดเตรียมปรับความสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งตึกนี้จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นอาคารสูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก”

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวเสริมว่า โครงการเดอะ ซุปเปอร์ ทาวเวอร์ โดยการลงทุนของบริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ “จีแลนด์” เป็นอาคารที่สร้างโดยทีมวิศวกรนักวิจัยและนักวิชาการของไทย ทางสมาคม เล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมการก่อสร้างอาคารสูงในไทยนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่การก่อสร้างอาคารที่มีความสูงมากจะติดปัญหาเรื่อง น้ำหนักอาคาร เนื่องจากพื้นดินของไทยเหมาะแก่การทำเกษตรกรรม เป็นดินที่มีความแข็งแรงน้อยกว่าดินในต่างประเทศที่มีการก่อสร้างอาคารสูงและด้วยราคาที่ดินใจกลางกรุงเทพที่มีราคาสูงมาก

รวมถึงข้อจำกัดในการบริหารและจัดการที่ดินจึงจำเป็นต้องใช้ที่ดินให้มีความคุ้มค่าเพื่อลดปัญหาด้านต้นทุน การลดน้ำหนักอาคารทางสมาคมจึงได้ร่วมมือกับวิศวกรผู้ออกแบบและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือทำการวิจัยและพัฒนาคอนกรีตกำลังอัดสูงได้ถึง 1,200 กิโลกรัมต่อ 1 ตร.ซม.เข้ามาช่วยในงานก่อสร้าง ส่วนเรื่องน้ำหนักของตัวตึกอาจต้องนำเข้าวัตถุดิบ หินภูเขาไฟเข้ามาเสริมอีกทาง เพื่อทำคอนกรีตให้มีน้ำหนักเบา ซึ่งนี่ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด แต่ตึกมหานครไม่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้เพราะว่าความสูงมหานครแค่ 314 เมตร

พร้อมกันนี้ทางสมาคม เตรียมจัดงานแสดงเทคโนโลยี และการประชุมนานาชาติด้านคอนกรีต และการก่อสร้างยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย หรือ Concrete Asia 2016 วันที่ 21 – 23 กันยายน 2559 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อผลักดันให้งานวิจัยทางวิชาการสามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมได้ 100% และยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศไทยให้สูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง ให้เทียบเท่าระดับนานาชาติ

ปักธง 4 เมืองใหม่บูมตะวันออก สร้างเมืองใหม่ 4 แห่ง รับนักท่องเที่ยว แหล่งงาน ที่อยู่อาศัย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ตามที่กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอ

โดยเตรียมจะตั้งคณะกรรมการระดับนโยบายและคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาเพื่อออกพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกและนำบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่12ด้วย

ก.ย.โรดโชว์จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี

ภายในปลายเดือนก.ย.นี้ทางนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เตรียมนำแผนการพัฒนาโครงการโดยรวมนำไปโรดโชว์ให้นักลงทุนของประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดกำหนดให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

“แผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก ครอบคลุม 5 ด้าน คือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนา 3 เมืองใหม่ การจัดระบบบริการวันสต็อป และประชาสัมพันธ์ ซึ่งช่วงที่ยังไม่มี พ.ร.บ.บังคับใช้ จะจัดตั้งคณะทำงานบริหารจัดการ EEC ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี มาดำเนินการให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนปฏิบัติการ”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมายการลงทุนมีทั้งภาครัฐและเอกชน มีมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ใน 5 ปีแรก (ดูตาราง) อาทิ เมืองใหม่ 4 แสนล้านบาท จะเป็นการลงทุนโดยเอกชน สนามบินอู่ตะเภารองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคน/ปี จะลงทุนโดยรัฐ เป็นต้น หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ นอกจากประเทศจะมีการลงทุน 1.5 ล้านล้านบาทใน 5 ปีแล้ว ยังทำให้เศรษฐกิจโต 5% ต่อปี เกิดการจ้างงานใหม่กว่า 100,000 อัตรา/ปี ลดโลจิสติกส์ 4 แสนล้านบาท/ปี มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10 ล้านคน/ปี และได้ฐานภาษีใหม่ 1 แสนล้านบาท/ปี

เปิดจุดที่ตั้ง 4 เมืองใหม่

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่จะสร้างเมืองใหม่มีการกำหนดพื้นที่เบื้องต้นไว้แล้ว มี 4 พื้นที่ ได้แก่ 1.เมืองใหม่ฉะเชิงเทรา จะเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างเมืองฉะเชิงเทรากับ จ.ชลบุรี 2.เมืองใหม่ระยอง จะอยู่เลยจากตัวเมืองระยอง และใกล้กับ อ.บ้านค่าย 3.เมืองใหม่พัทยา เป็นพื้นที่เดียวกับที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดพื้นที่ไว้แล้ว และ 4.เมืองใหม่อู่ตะเภา อยู่ห่างจากสนามบินอู่ตะเภาประมาณ 5 กม. ซึ่งทั้ง 4 เมืองใหม่นี้จะรองรับประชากรในพื้นที่จะเพิ่มขึ้น 5 เท่าใน 10 ปี จากปี 2559 อยู่ที่ 2.4 ล้านคน เป็น 13.5 ล้านคน เนื่องจากจะมีแหล่งงานและคนเข้ามาอยู่อาศัยจำนวนมาก หลังมีการลงทุนใหม่ ๆ ตามนโยบายของรัฐบาล

“พื้นที่กำหนดเป็นเมืองใหม่ ภายในจะประกอบด้วย มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์ แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ มีความเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจระดับภูมิภาค กองทุนเพื่อพัฒนาชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่ดี”

โยธาฯเร่งแก้ผังเมืองเสร็จ 1 ปี

นายพิชัย อุทัยเชฏฐ์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า หลังจาก พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกมีผลบังคับใช้ กรมจะต้องเร่งจัดทำผังเมืองรวมการพัฒนาในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี เพื่อกำหนดว่าในพื้นที่นั้น ๆ เหมาะสมจะพัฒนาอะไร เช่น นิคมอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม ซึ่งการจัดทำผังเมืองจะต้องนำเรื่องการพัฒนาเมืองใหม่ โครงการคมนาคมขนส่งใส่เข้าไปด้วย

ส่วนใหญ่จะเน้นระยะที่ 1 และ 2 อาทิ ขยายมอเตอร์เวย์จากแหลมฉบัง-นครราชสีมา กับบ้านบึง-แกลง-จันทบุรี-ตราด, ขยายท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3, ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3, ท่าเรือจุกเสม็ด, พัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นอุตสาหกรรมอากาศยาน, ขยายรถไฟทางคู่เส้นทางแหลมฉบัง-ปลวกแดง-ระยอง และจันทบุรี-ตราด และมาบตาพุด-ระยอง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ PPP จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ดึงดูดเอกชนมาลงทุนใน EEC มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร 3 แสนเที่ยวคน/วัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มีการเชื่อมโยงสนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์

ศุภาลัยปั๊มยอดขายภูเก็ตโค้งสุดท้าย ขนบ้าน-คอนโด200ยูนิตเทกระจาด

นายอดิศักดิ์ วารินทร์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานโครงการภูมิภาค 3 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายในวันที่ 18 ก.ย. 2559 นี้ บริษัทได้จัดงาน The Infinite Happiness with SUPALAI กับ 9 โครงการบ้านและคอนโดฯคุณภาพ @ ภูเก็ต ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความสุขไม่รู้จบ ครบทุกความพร้อม ลงตัวกับโครงการศุภาลัย ภูเก็ต” ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ณ ศุภาลัย ลากูน ถนนเทพกระษัตรี ใกล้แยกบางคู

โดยภายในงานลูกค้าจะพบสิทธิพิเศษมากมายกับ 9 โครงการพร้อมโอน ได้แก่ 1.ศุภาลัย ลากูน ภูเก็ต 2.ศุภาลัย ลากูน คอนโด (พร้อมโอนต้นปี 2560) 3.ศุภาลัย วิลล์ ภูเก็ต 4.ศุภาลัย เอสเซ้นส์ ภูเก็ต 5.ศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ ภูเก็ต 6.ศุภาลัย วิสต้า ภูเก็ต 7.ศุภาลัย ปาร์ค @ ภูเก็ต ซิตี้ 8.ศุภาลัย ปาร์ค @ ดาวน์ทาวน์ ภูเก็ต 9.ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท ภูเก็ต

อีกทั้งยังได้สัมผัสบรรยากาศที่อิ่มเอมกับ 9 ความสุข จากบ้านและคอนโดฯคุณภาพศุภาลัย, บ้านที่ตอบสนองทุกความต้องการ ครบทุกฟังก์ชั่น, ความคุ้มค่า, บ้านประหยัดพลังงาน และทันสมัย, ความสะดวกสบายในโครงการ, ทุกเส้นทาง ทุกทำเล, ในสังคมคุณภาพ, ความไว้วางใจกับระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และความสุขจากการได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัวในบ้านที่ดี

นอกจากนี้ ยังมอบความเพียบพร้อมภายใต้ชื่อ 9 Supalai พร้อม ไม่ว่าจะเป็นโครงการ พร้อมทุกสินค้า ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม, บ้าน พร้อมด้วยฟังก์ชั่นที่ลงตัว, คอนโดฯ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน, บรรยากาศ พร้อมด้วยสวนสวยในโครงการ, โปรโมชั่นพร้อม ด้วยโปรฯพิเศษ ความสุขไม่รู้จบ, พร้อม ทุกทำเลบนเกาะภูเก็ต ให้เลือกสรร, คุณภาพ พร้อม ด้วยระบบมาตรฐานสากล ISO 9001 : 2008, พร้อม โอนกรรมสิทธิ์ และพร้อม รับของที่ระลึก

 

Ref: Propertytoday
Info: DPR

ผู้ดูแลเว็บ หรือ บางคนเรียก ยามเฝ้าเว็บ...

Leave a Reply