Value Added Tax (VAT) ขยายเวลาใช้เป็น 7% ออกไปอีก 1 ปี

Value Added Tax

ครม. ขยายเวลาใช้ Value Added Tax 7% ออกไปอีก 1 ปี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ Value Added Tax ย่อสั้น ๆ ว่า VAT เป็นภาษีประเภทหนึ่งที่รัฐบาลเรียกเก็บจากผู้บริโภคที่ซื้อสิ้นค้าหรือบริการ โดยผู้ประกอบกิจการเรียกเก็บจากผู้บริโภค และนำภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นไปชำระให้กับกรมสรรพากร ถือเป็นภาษีทางอ้อมที่รัฐบาลเรียกเก็บจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นในขั้นตอนการผลิตสินค้าหรือการบริการ เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ ซึ่งแต่เดิมในประเทศไทยมีการกำหนด VAT ไว้ที่ 10% แต่หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ได้มีการปรับลดให้เหลือ 7% ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา โดยมาตรการนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายนนี้ และจะต้องเพิ่มเป็นอัตรา 10% แต่ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ขยายเวลาการใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ที่อัตรา 7% ออกไปอีก 1 ปี เนื่องจากไม่อยากส่งผลกระทบเรื่องค่าครองชีพให้กับประชาชนอีก และยังเป็นการช่วยกระตุ้นการบริโภคของประชาชน และเพิ่มการลงทุนในภาคธุรกิจมากขึ้น

ยืด VAT 7% อีก 1 ปี กระตุ้นเศรษฐกิจ

ครม. มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (การขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้ยังคงจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 6.3% (ไม่รวมภาษีท้องถิ่น) หรือ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560-30 กันยายน 2561 เพื่อกระตุ้นกลไกทางเศรษฐกิจ และช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนให้สามารถมีกำลังซื้อในการจับจ่ายสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจให้กับภาคเอกชน และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนาดใหญ่สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้การบริโภคและการลงทุนของประเทศมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมั่นคงต่อไป

จัดเก็บ 7% ทำรัฐเสียรายได้กว่า 2.3 แสนล้านบาท

ที่ผ่านมาการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยในปี 2559 มีรายได้ส่งคลัง 2.41 ล้านล้านบาท รายจ่าย 2.80 ล้านล้านบาท ซึ่งหากมีการเก็บ VAT เพิ่มจากเดิมอีก 1% คาดว่าจะทำให้สามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาท หากเก็บ VAT ที่อัตรา 10% จะทำให้รัฐมีรายได้ในปีงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 232,600 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การกำหนดให้จัดเก็บ VAT ไว้ที่ 7% เท่าเดิม จะไม่กระทบต่อการประมาณการรายได้ในปีงบประมาณ 2561 เนื่องจากในการจัดทำประมาณการรายได้ใช้ฐานอัตราที่ 7% อยู่แล้ว

การเก็บ VAT ในไทยกับต่างประเทศ

สำหรับการเก็บ VAT ในต่างประเทศ เมื่อเปรียบเทียบแล้วไทยยังถือว่าอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก เท่ากับสิงคโปร์ ซึ่งเก็บที่ 7% กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว เวียดนาม อยู่ที่ 10% ส่วนฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 12% ส่วนประเทศในทวีปยุโรปส่วนใหญ่มีการปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิม 10% เป็น 20% นอกจากนั้นยังปรับรูปแบบภาษีอื่นเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาทดแทน โดยอังกฤษ อยู่ที่ 18% ฝรั่งเศส 20% ส่วนเดนมาร์ก ฮังการี นอร์เวย์ และสวีเดน เก็บที่ 25%
น่าจะเป็นข่าวดีของใครหลาย ๆ คน ที่ไม่ต้องเคราะห์ซ้ำกรรมซัดแบกภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จากสินค้าอุปโภคบริโภค หรือบริการต่าง ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งก็ต้องมารอลุ้นกันปีต่อไปว่าหลังจากหมดมาตรการขยายเวลารอบนี้ ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ยุค VAT 10% หรือไม่

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ " Simple As Shooting " ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply