The Metropolis Samrong คอนโดติดสถานีสำโรง ที่พร้อมก้าวไปสู่สถานี Interchange ในอนาคต

The Metropolis Samrong

The Metropolis Samrong Interchange เปิดศึกทำเลสำโรง ชิงดีมานด์คอนโดฯติดรถไฟฟ้า

ตลาดคอนโดมิเนียมยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้า ล่าสุด เครือว่องไววิทย์ ปั้นคอนโดฯ “เดอะเมโทรโพลิส สำโรง อินเตอร์เชนจ์” ยึดพื้นที่ทำเลสำโรงชิงดีมานด์ลูกค้า ชี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว-สายสีเหลือง กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลแห่งใหม่น่าจับตามอง

นายเฉลิมชัย ว่องไววิทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมโทร โพลิสพรอพเพอร์ตี้ส์ จำกัด บริษัทในเครือว่องไววิทย์ อุตสาหกรรมจักรกล จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2 ปี 2560 ว่า ยังมีทิศทางเติบโตในบางเซกเม้นท์โดยเฉพาะทำเลแนวรถไฟฟ้า เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มในแนวรถไฟฟ้าอยู่แล้ว บวกกับการเปิดการค้าเสรีอาเซียน ทำให้มีทุนต่างชาติและนักธุรกิจ รวมถึงคนทำงาน เข้ามาในเมืองไทยเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ทำเลได้รับปัจจัยบวกจากแรงกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในการอนุมัติส่วนต่อขยายรถ ไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีเหลือง ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เมืองสมุทรปราการมีการปรับตัวครั้งใหญ่ ทำให้บริเวณถนนบางนา- ตราด และถนนเทพารักษ์กลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่

The Metropolis Samrong

ดังนั้น ทางบริษัทฯ มีแผนพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องในย่านดังกล่าว โดยขณะนี้ มีที่ดินที่รอการพัฒนาจำนวนหลายแปลง หนึ่งในนั้นที่เลือกมาพัฒนาอยู่ใกล้สถานีสมุทรปราการ เนื้อที่ 15 ไร่ ซึ่งจะเป็นโครงการที่ใหญ่เป็น 2 เท่ากว่าโครงการแรก”The Metropolis Samrong Interchange” (เดอะเมโทรโพลิส สำโรง อินเตอร์เชนจ์) คาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าโครงการแรก ” The Metropolis Samrong Interchange ” (เดอะเมโทรโพลิส สำโรง อินเตอร์เชนจ์) เป็นคอนโดมิเนียม High Rise จำนวน 2 อาคาร A สูง 39 ชั้น รวม 1,056ยูนิต, อาคาร B สูง 30 ชั้น รวม 552 ยูนิต และ Low Rise อาคาร C สูง 7 ชั้น จำนวน144 ยูนิต รวมอาคารจอดรถ 5 ชั้น 1 อาคาร รวมที่จอดรถประมาณ 750 คัน (ไม่รวมซ้อนคันคิดเป็น 42 เปอร์เซ็นต์) สำหรับรูปแบบห้อง แบ่งเป็น Studio 28 ตารางเมตร, 1 Bedroom 35 – 45 ตารางเมตร , 2 Bedrooms 52 – 53 , ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร นอกจากนี้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ด้วยจุดเด่นของคอนโดมิเนียม ตั้งอยู่ติดกับสถานีสำโรง ซึ่งในอนาคต สถานีสำโรงจะเป็นสถานี อินเตอร์เชนจ์ (Interchange) เชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (เทพารักษ์ – ลาดพร้าว) ปัจจุบันมียอดขายได้แล้วประมาณ 70% โดยล่าสุด ช่วงวันที่ 10 – 11 มิ.ยนี้ เตรียมเปิดขายเฟสใหม่ ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการฯ อาคาร B พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม สูง 30 ชั้น จำนวนทั้งหมด 552 ยูนิต

The Metropolis Samrong

คอนโดฯย่านแบริ่ง สำโรง มีศักยภาพขยายตัว

ด้านพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาคอนโดมิเนียมพักอาศัยในย่านสุขุมวิทตอนปลาย แบริ่ง สำโรง มีศักยภาพในการขยายตัวและเติบโตได้ ทั้งตอบสนองความต้องการของคนทำงานในเมืองและคนทำงานในย่านสมุทรปราการ โดยบริเวณดังกล่าวจะได้ประโยชน์จาก

1.ความได้เปรียบจากทำเลที่ตั้งและต้นทุนที่ดิน กล่าวคือ ได้ประโยชน์จากการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว บีทีเอส ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้างไปถึงสมุทรปราการและถนนแพรกษา โดยสถานีสำโรงเปิดให้บริการแล้วในปัจจุบัน รถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเชื่อมต่อกับศูนย์กลางธุรกิจสำคัญย่านสุขุมวิท เพลินจิต สีลม และย่านการค้าสยาม นั้นช่วยให้คนทำงานกลางเมืองเดินทางเข้าถึงแหล่งงานและแหล่งช้อปปิ้งสำคัญย่านทองหล่อและสยามได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพียง 16 – 30 นาทีจากสถานีสำโรง นอกจากนี้สถานีสำโรงยังเป็นสถานีเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-บางกะปิ-ศรีนครินทร์-เทพารักษ์-สำโรง ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่สำคัญของกรุงเทพฯด้วย

2.เป็นย่านที่พัฒนาแล้ว มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะครบถ้วน มีโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์หลายโครงการ เช่น เป็นที่ตั้งของตลาดสำโรง ศูนย์การค้าอิมพีเรียลสำโรง ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค มีโครงการบางกอกมอลล์ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่มาก พัฒนาโดยกลุ่มเดอะมอลล์ บนที่ดินกว่า 100 ไร่ และโครงการอาคารสำนักงานภิรัชทาวเวอร์ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เป็นต้น

3.ใกล้แหล่งงานในพื้นที่ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ถนนเทพารักษ์ และสมุทรปราการซึ่งเป็นย่านอุตสาหกรรมที่สำคัญ สำโรงจึงกลายเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ซึ่งเหมาะแก่การอยู่อาศัย

ซึ่งจากผลวิจัยของไนท์แฟรงค์ประเทศไทยระบุว่า ณ ไตรมาสแรกของปีนี้จำนวนอุปทานคอนโดมิเนียมในย่านถนนสุขุมวิท ช่วงสี่แยกบางนาถึงสมุทรปราการมีทั้งสิ้น 27,916 หน่วย โดยมีจำนวนหน่วยคอนโดมิเนียมถูกขายไปได้ทั้งสิ้น 18,956 หน่วย คิดเป็นอัตราการขายที่ร้อยละ 67.9 อัตราการขายปรับตัวขึ้นจากปีพ.ศ. 2558 ซึ่งอยู่ในอัตราร้อยละ 62.8 โดยอัตราการขายคอนโดมิเนียมบริเวณนี้พบว่ามีอัตราการขายต่อปี อยู่ที่ประมาณ 3,500 – 4,500 หน่วยต่อปี

การขยายตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้ (บางนา-สมุทรปราการ) มีปริมาณอุปทานเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2557 และ 2558 (มีอุปทานใหม่เพิ่มสูงถึง 6,642 หน่วยและ 7,292 หน่วยตามลำดับ) ซึ่งปี 2556 เป็นปีที่เริ่มโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจากสถานีแบริ่งไปสมุทรปราการ ขณะที่ปี 2559 มีอุปทานใหม่เพียง 3,836 หน่วยและไตรมาสแรกของปี 2560 มีอุปทานใหม่เพียง 972 หน่วย ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะตลาดในภาพรวม ส่วนอุปสงค์นั้นมีอัตราการซื้อห้องชุดในบริเวณนี้ประมาณ 3,500 – 4,500 หน่วยต่อปี เมื่อพิจารณาแนวโน้มตลาดโดยรวมแล้ว ภาพรวมของตลาดยังถือว่าอยู่ในสภาพที่ดี อุปทานมีการปรับตัวสอดรับกับอุปสงค์ที่มีอยู่ในตลาด

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ ” Simple As Shooting ” ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply

ปิดโหมดสีเทา