PeopleHour จัดอันดับเมืองที่เอื้อต่อสตาร์ทอัพ กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 7 ของโลก

PeopleHour

PeopleHour รับยุค 4.0 ไทยคว้าอันดับ 7 เอื้อสตาร์ทอัพ

โลกอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ โดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ประเทศไทยจะต้องก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่ง “นักรบใหม่ทางเศรษฐกิจ” ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ สร้างฐานการเติบโตที่มั่นคง ก็คือ “สตาร์ทอัพ” โดยภาครัฐได้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจเมื่อความพยายามดังกล่าวออกดอกออกผล โดยจากผลสำรวจล่าสุดของ PeopleHour บริษัทจัดหางานอิสระ พบว่า กรุงเทพฯ มีปัจจัยเอื้อต่อสตาร์ทอัพติดอันดับ 7 จาก 25 เมืองของโลก และเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย

ผลสำรวจชี้กรุงเทพฯ เอื้อต่อสตาร์ทอัพ

จากผลสำรวจของ PeopleHour บริษัทจัดหางานอิสระ ที่ได้ทำการจัดอันดับเมืองที่ดำเนินนโยบายเอื้อต่อสตาร์ทอัพ โดยวัดจากค่าครองชีพ ค่าเช่า เงินเดือน และปัจจัยที่เหมาะสมที่สุดในการประกอบธุรกิจ พบว่า กรุงเทพฯ มีการเติบโตของสตาร์ทอัพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินและกลุ่มอื่น ๆ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางอันดับต้น ๆ ของโลกที่เหมาะสมสำหรับผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพ

โดย 15 อันดับแรกของเมืองที่ได้รับการจัดอันดับ ได้แก่ 1. แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา 2. เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี 3. แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ 4. ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส 5. สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน 6. ซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา 7. กรุงเทพฯ ประเทศไทย 8. เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย 9. ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา 10. บังกาลอร์ ประเทศอินเดีย 11. กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 12. ประเทศสิงคโปร์ 13. อิสตันบูล ประเทศตุรกี 14. ลอนดอน ประเทศอังกฤษ 15. ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในขณะที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เพียงอันดับที่ 22 และโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตามมาในอันดับที่ 23 ทั้งนี้ สาเหตุที่แวนคูเวอร์ คว้าอันดับ 1 ในการจัดอันดับครั้งนี้ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีอันดับต้น ๆ ของโลก มีค่าครองชีพ ค่าเช่า เงินเดือน ที่เอื้อต่อการเริ่มต้นธุรกิจใหม่อย่างสตาร์ทอัพ

สตาร์ทอัพไทย ปี 60 เพิ่มกว่า 1,500 ราย

จากการรวบรวมข้อมูลของสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ พบว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในประเทศไทยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากที่มีไม่เกิน 100 ราย ในปัจจุบันมีสตาร์ทอัพที่อยู่ในช่วงพัฒนาแนวคิด (Idea startup) กว่า 8,000 ราย เกิดสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพและเริ่มดำเนินธุรกิจจริงอีกกว่า 1,500 ราย เกิดการจ้างงานใหม่ไม่น้อยกว่า 7,500 อัตรา และเห็นการเติบโตของการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นสูงจากปีก่อนกว่า 150% โดยมีตัวเลขการลงทุนเพิ่มจาก 1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เป็นมากถึง 35-40 ล้านดอลล่าสหรัฐฯ

9 กลุ่ม สตาร์ทอัพน่าจับตา

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ระบุว่า ปัจจุบันแนวโน้มสตาร์ทอัพไทยอยู่ในช่วงเติบโต และมีแนวโน้มจะเติบโตมากขึ้นในปี 2561 โดยกลุ่มของสตาร์ทอัพใหม่ที่น่าจับตาได้ขยายจากเทคโนโลยีการเงินและ E-commerce ไปยังกลุ่มที่มีความหลากหลายมากขึ้น อาทิ เกษตร อาหาร ท่องเที่ยวและสุขภาพ โดยแบ่งเป็น 9 กลุ่ม ประกอบด้วย
1. กลุ่มธุรกิจภาครัฐและการศึกษา (GovTech & EdTech)
2. กลุ่มการเกษตรและอาหาร (AgTech & FoodTech)
3. กลุ่มนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ (HealthTech)
4. กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตแห่งอนาคต (IndustryTech)
5. กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีบริการ (Servicetech)
6. กลุ่มเทคโนโลยีการเงิน (FinTech)
7. กลุ่มไลฟ์สไตล์ และความบันเทิง (Lifestyle-Entertainment- Gaming)
8. กลุ่มเทคโนโลยีท่องเที่ยว (TravelTech)
9. กลุ่มเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ (Propertytech-UrbanTech)

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐจะต้องแก้ปัญหาให้สตาร์อัพเหล่านี้ไม่ไหลออกนอกประเทศ โดยเตรียมเล็งแก้กฎหมายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพ เพื่อดึงดูดนักลงทุนรุ่นใหม่ให้จดทะเบียนธุรกิจในประเทศไทยแทนประเทศอื่น อาทิ สิงคโปร์ รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มคนที่เรียกว่า Digital Nomads สามารถเข้ามาร่วมดำเนินธุรกิจกับคนไทยได้ สร้างโอกาสในการเติบโตให้ผู้ประกอบการ และการพัฒนาระบบบ่มเพาะและเร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพ ให้มีความสามารถในการขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศได้ ทั้งนี้พบว่า สตาร์ทอัพแห่งหนึ่งควรจะได้รับเงินสนับสนุนอย่างน้อย 5 ล้านบาท ร่วมกับมาตรการทางการเงินที่รัฐให้การสนับสนุน หากมีเอกชน สถาบันการเงินเข้ามาร่วมสนับสนุนด้วย จะยิ่งทำให้มีปัญหาเรื่องเงินทุนน้อยลงในระยะแรก

แม้ว่าสตาร์ทอัพจะไม่ประสบความสำเร็จนัก โดย 9 ใน 10 หรือกว่า 95% ของสตาร์ทอัพทั่วโลกต้องพบกับความล้มเหลว แต่เชื่อว่าจากการพยายามของภาครัฐ และผลการสำรวจจากต่างประเทศข้างต้นถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ทำให้ประเทศไทยเหมาะแก่การลงทุน และหนุนให้สตาร์ทอัพมีโอกาสเติบโต

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ " Simple As Shooting " ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply