EEC ดันอู่ตะเภาสู่เมืองการบินภาคตะวันออก มอเตอร์เวย์ดันราคาที่ดิน แปดริ้ว ขึ้น50%

แปดริ้ว

อานิสงส์มอเตอร์เวย์ดันราคาที่ดิน” แปดริ้ว ”พุ่งกระฉูด50%

หลังจากทางรัฐบาลโหมโรง EEC เร่งดันอู่ตะเภาเป็นเมืองการบินภาคตะวันออก นักลงทุน สบช่องปั่นราคาที่ดินกระฉูด เผยอานิสงส์มอเตอร์เวย์ดันราคาที่ดิน ” แปดริ้ว ” พุ่งกระฉูด 50% ด้านอสังหาฯชลบุรีตัดพ้อที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในมือนักเก็งกำไร ทำให้ราคาปรับขึ้น หวั่นเป็นอุปสรรคการพัฒนาอสังหาฯในอนาคต ด้านระยองยังนิ่งเหตุรอผังเมืองใหม่ประกาศใช้

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่ครอบคลุมพื้นที่3จังหวัดภาคตะวันออก จ.ระยอง จ.ชลบุรี และจ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งรัฐบาลผลักดันให้เกิดลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง ถนน มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ ไฮสปีดเทรน ท่าเรือ และสนามบิน ซึ่งมีวงเงินลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท โดยมีเงื่อนไขการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่จูงใจ นักลงทุนทำให้ได้รับความสนใจจากจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ จนส่งผลกระทบต่อการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่3จังหวัด

ทั้งนี้ ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการดังกล่าว กับคณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมาส่งผลให้นักธุรกิจ นักลงทุนที่ต้องการเข้าไปลงทุนใน EEC เชื่อมั่นมากขึ้น

ด้านนายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายหลังจากรัฐบาลประกาศโครงการ EEC ส่งผลให้ราคาซื้อ-ขายที่ดินในพื้นที่3จังหวัดในภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงที่ดินใน นิคมอุตสาหกรรมอมตะฯ ที่ได้รับอานิสงส์ไปด้วย

เพราะทำให้ซื้อขายที่ดินในพื้นที่นิคมฯสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของราคาที่ดินในนิคมฯเมื่อเทียบกับราคาซื้อ-ขาย ในตลาดอสังหาฯถือว่ามีราคาต่ำกว่ามาก

จากข้อมูลหอการค้าจ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่าหลังจากโครงการ EEC เกิดขึ้น การซื้อ-ขายที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรามีการปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะที่ดินในเขตเศรษฐกิจEEC มีอัตราการปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยกว่า 50% เช่น บริเวณถนนบางปะกง-ฉะเชิงเทรา ซึ่งจะมีการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ ทำให้ที่ดินแปลงเล็กไม่เกิน 10 ไร่ ติดถนนใหญ่ จากเดิมขายกันอยู่ 10 ล้านบาทต่อไร่ ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 15 ล้านบาทต่อไร่

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในเขตผังเมืองพื้นที่สีเขียว จึงไม่มีการลงทุนด้านอุตสาหกรรมมากนัก จะถูกนำมาพัฒนาเป็นเมืองสำหรับพื้นที่ที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในเขตตัวเมือง

นอกจากนี้ โครงการมอเตอร์เวย์วงแหวนรอบเมืองแปดริ้ว ซึ่งใช้งบก่อสร้างกว่า 18,000 ล้านบาท ที่จะส่งผลให้เกิดเส้นทางโลจิสติกส์ที่สะดวกสบาย โดยคาดว่าจะมีเส้นทางตัดผ่าน อ.เมือง อ.บ้านโพธิ์ อ.บางคล้า อ.บางปะกง อ.คลองเขื่อน และจะมาเชื่อมต่อถนนรามอินทรา ของกทม. คาดว่าจะส่งผลให้ราคาที่ดินขยับสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ขณะที่ข้อมูลจากหอการค้า จ.ระยอง ระบุว่า โครงการ EEC ยังไม่ส่งผลต่อราคาที่ดินใน จ.ระยองมากนัก ซึ่งน่าจะเกิดจากจังหวัดระยองอยู่ยังระหว่างการจัดทำผังเมืองและประกาศใช้ ทำให้นักเก็งกำไรยังไม่กล้าเข้ามาลงทุน

ด้านนายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ชลบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันราคาที่ดินในชลบุรี ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนเกิดโครงการ EEC โดยเฉพาะในพื้นที่ศรีราชา ซึ่งที่ดินไม่ได้ติดถนน ปัจจุบันราคาขายอยู่ที่ 5 ล้านบาทต่อไร่ เมื่อเทียบกับช่วง2 ปีก่อนหน้า ราคาขายอยู่ที่ 2-3 ล้านบาทต่อไร่ ถือว่าปรับตัวขึ้นอย่างมาก เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่เป็นของนักเก็งกำไรและส่วนใหญ่อยู่ในมือนักลงทุนกลุ่มนี้ทำให้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาโครงการในอนาคตอย่างมาก ส่วนภาคอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันบูมในพื้นที่บ่อวิน มีแนวโน้มจะขยายตัวไปทางเขาคันทรง อ.ศรีราชา ไปถึง ท่าจาม อ.หนองใหญ่ เนื่องจากยังมีที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการอีกหลายหมื่นไร่ ประกอบกับราคาที่ดินยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ " Simple As Shooting " ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply