ถึงคิวของ ทางด่วน เตรียมบวกเพิ่ม 5-10 บาท ใน ก.ย. ปีหน้า

ทางด่วน

เตรียมควักค่าทางด่วนเพิ่ม! 5-10 บาท กันยาฯ ปีหน้า

จากค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ปรับขึ้นราคาไปเรียบร้อยแล้ว 5 บาทเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ค่าโดยสารเรือที่ปรับขึ้น 0.50-1 บาท และค่าไฟที่ปรับขึ้นไปเป็น 12.52 สตางค์/หน่วย ต่อไปก็ถึงคิวของค่าทางด่วนที่กำลังจ่อคิวจะปรับขึ้นราคา ซึ่งใครที่ต้องอาศัยทางด่วนไม่ว่าจะเป็นขั้นที่ 1 หรือขั้นที่ 2 ในการเดินทางต้องเตรียมควักเงินเพิ่ม 5-10 บาท

ถึงกำหนด 5 ปี ปรับค่าผ่านทาง
จากสัญญาสัมปทานที่ทำไว้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้รับสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 1 ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางด่วนขั้นที่ 2 ทางพิเศษศรีรัช ระยะเวลา 30 ปี ได้กำหนดให้มีการพิจารณาปรับค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นทุก 5 ปี ตามดัชนีผู้บริโภค ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนกันยายน 2561 โดยที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-10 บาท ทั้งนี้ ถือเป็นการปรับรอบสุดท้ายเนื่องจากสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลงในปี 2563

แจงอัตราค่าผ่านทางปัจจุบัน 10-150 บาท
อัตราค่าผ่านทางปัจจุบัน เป็นอัตราที่ได้ปรับขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2556 แบ่งเป็น
1. ทางด่วนขั้นที่ 1 ทางพิเศษเฉลิมมหานคร อัตราค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ 50 บาท รถ 6-10 ล้อ 75 บาท มากกว่า 10 ล้อ 110 บาท

2. ทางด่วนขั้นที่ 2 ทางพิเศษศรีรัช

– ส่วน C (ช่วงรัชดาภิเษก-แจ้งวัฒนะ) อัตราค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ 15 บาท รถ 6-10 ล้อ 20 บาท มากกว่า 10 ล้อ 35 บาท
– ส่วน D (ช่วงพระราม 9-ศรีนครินทร์) อัตราค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ 25 บาท รถ 6-10 ล้อ 55 บาท มากกว่า 10 ล้อ 75 บาท

3. ทางด่วนอุดรรัถยา (บางปะอิน–ปากเกร็ด) จะครบกำหนดปรับค่าผ่านทางตามสัญญาสัมปทานในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 จากปัจจุบันช่วงแจ้งวัฒนะ–เชียงราก อัตราค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ 45 บาท รถ 6-10 ล้อ 100 บาท มากกว่า 10 ล้อ 150 บาท และช่วงเชียงราก–บางไทร อัตราค่าผ่านทางรถ 4 ล้อ 10 บาท รถ 6-10 ล้อ 20 บาท มากกว่า 10 ล้อ 30 บาท

การทางพิเศษฯ เตรียม 3 แนวทาง รับช่วงต่อทางด่วน

หลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 การทางพิเศษแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการโครงการทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ซึ่งเบื้องต้นวางไว้ 3 แนวทาง ได้แก่ 1.ต่อสัญญาสัมปทานให้กับ BEM 2.เปิดประมูลใหม่ 3.การทางพิเศษแห่งประเทศไทยนำมาบริหารจัดการเอง
ทั้งนี้ หากครบกำหนดสัญญาสัมปทาน และทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทยนำมาบริหารจัดการเอง จะทำให้มีรายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 17,193.29 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,320.66 ล้านบาท จากปริมาณการจราจรบนทางด่วนทั้งโครงข่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านเที่ยว จากเดิมที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 60% และ BEM 40%

อย่างไรก็ตาม นอกจากทางด่วนที่เตรียมขึ้นค่าผ่านทางแล้ว ในปี 2561 รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือรถไฟฟ้า MRT ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ ก็ถึงกำหนดปรับขึ้นค่าโดยสารใหม่ด้วยเช่นกัน ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 จากค่าโดยสารปัจจุบันอยู่ที่ 16-42 บาท รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ หลังจากเปิดสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีบางซื่อแล้ว มีแผนจะปรับมาใช้ราคาเดิม 14-42 บาท จากปัจจุบันที่อยู่ในช่วงลดราคาเหลือ 14-29 บาท

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ ” Simple As Shooting ” ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply

ปิดโหมดสีเทา