รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา เร่งก่อสร้างเฟส 1 ใน ต.ค.นี้

รถไฟความเร็วสูง

ครม. ยันรถไฟความเร็วสูง ไทยไม่เสียเปรียบจีน

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอย่างเป็นทางการอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร มูลค่า 179,413 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายลงทุน 100% ซึ่งเป็นโครงการช่วงที่หนึ่งของเส้นทาง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 4 ปี ซึ่งจากการเร่งรัดดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นการเสียผลประโยชน์ในดินแดนตัวเองให้กับจีนหรือไม่

รถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อยุโรป-อาเซียน

โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย จะเป็นการปฏิรูประบบรถไฟครั้งสำคัญทั้งในเชิงยุทธศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์ของไทย เชื่อมโยงเข้าสู่โครงข่ายการคมนาคมสายไหมของจีนที่เชื่อมโยงจากยุโรป-เอเชีย-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางรวม 53,700 กิโลเมตร โดยเป็นการเชื่อมต่อไปถึงจีน ระยะทาง 1,800 กิโลเมตร แบ่งเป็นเส้นทางในไทย 647 กิโลเมตร ลาว 440 กิโลเมตร และจีน 777 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ในประเทศอื่นได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 50% หากไทยไม่ก่อสร้างเส้นทางสายนี้ โอกาสที่จะเชื่อมโยงเข้ากับโครงข่ายดังกล่าวจะหายไป

นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจในอยุธยา สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น หนองคาย และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวขยายตัว ทั้งยังช่วยผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค

ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงถึง 11%

ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้จะอยู่ที่ 8.56% หากมีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีและพัฒนาระบบการขนส่งทางถนนเชื่อมต่อการเดินทางจากอำเภอในภูมิภาค เพื่อขนส่งคนเข้ามาป้อนในระบบรถไฟจะทำให้เกิดผลตอบแทนเศรษฐกิจทางกว้างถึง 11.68% โดยเบื้องต้นมีแผนที่จะการพัฒนาเมืองและการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development หรือ TOD) จำนวน 3 สถานี คือ สถานีสระบุรี พื้นที่ 90 ไร่ สถานีปากช่องพื้นที่ 541 ไร่ และสถานีโคราช พื้นที่ 272 ไร่

นอกจากนี้ หากโครงการรถไฟความเร็วสูงขยายการก่อสร้างไปถึง จ.หนองคาย แล้วเสร็จอีก 359 กิโลเมตร และรวมกับพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณ 4 สถานี ได้แก่ สถานีบ้านไผ่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย จะให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงถึง 13.52% ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ค่าโดยสาร 195-535 บาท ถึงโคราชเพียงชั่วโมงเศษ

รถไฟฟ้าความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา จะวิ่งด้วยความเร็ว 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางรวม 1 ชั่วโมง 17 นาที สถานีที่จอดรับ-ส่ง มี 6 แห่ง คือ สถานีบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และโคราช ค่าโดยสารจะแบ่งออกเป็นช่วง คือ กรุงเทพฯ-อยุธยา 195 บาท กรุงเทพฯ-สระบุรี 278 บาท กรุงเทพฯ-ปากช่อง 393 บาท กรุงเทพฯ- นครราชสีมา 535 บาท โดยเมื่อเปิดให้บริการในปี 2564 คาดว่าจะมีปริมาณผู้ใช้บริการประมาณ 5,310 คน/เที่ยว/วัน มีรถไฟความเร็วสูงจำนวน 6 ขบวน และคาดว่าภายในปี 2594 จะมีผู้ใช้บริการขั้นต่ำ 26,800 คน/เที่ยว/วัน มีรถไฟความเร็วสูงจำนวน 26 ขบวน

เร่งก่อสร้างเฟส 1 ในเดือนตุลาคมนี้

โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา จะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 เฟส คือเฟส 1 สถานีกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร เฟส 2 อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ระยะทาง 11 กิโลเมตร เฟส 3 อ.แก่งคอย-จ.นครราชสีมา ระยะทาง 119.5 กิโลเมตร และเฟส 4 อ.แก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 119 กิโลเมตร

โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา, นครราชสีมา-หนองคาย และแก่งคอย-มาบตาพุด

โดยจะเร่งก่อสร้างเฟส 1 ก่อน ซึ่งจะไม่มีการเปิดประมูล เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้โครงการเกิดขึ้นได้เร็ว ประกอบกับไม่มีปัญหาในการทำประชาวิจารณ์ หรือการเวนคืนที่ดิน เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่า โดยได้มอบหมายให้กรมทางหลวงเป็นหน่วยงานก่อสร้าง คาดว่าจะใช้งบก่อสร้างประมาณ 425 ล้านบาท

โดยการกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศ สำหรับการก่อสร้างเฟส 2, 3 และ 4 จะใช้รูปแบบการเปิดประมูล ทั้งนี้ ในเฟส 1 คาดว่าจะลงนามในสัญญาก่อสร้างกับจีนได้ในการประชุมครั้งที่ 20 ที่จะจัดขึ้นที่ไทย ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคมนี้ ส่วนสัญญาควบคุมงาน คาดว่าจะลงนามได้ช่วงต้นเดือนกันยายน และเริ่มก่อสร้างได้ในเดือนตุลาคม

รัฐฯ ยังไม่ชัดเรื่องแหล่งเงินทุน

แผนการใช้จ่ายเงินลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูง ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระทรวงการคลังพิจารณา แบ่งออกเป็น 5 ปี ได้แก่ ปี 2560 วงเงิน 2,648 ล้านบาท ปี 2561 วงเงิน 43,097 ล้านบาท ปี 2562 วงเงิน 62,216 ล้านบาท ปี 2563 วงเงิน 59,702 ล้านบาท และปี 2564 วงเงิน 12,017 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าแหล่งเงินจะมาจากที่ใด อาทิ ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย ธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย หรือเงินจากแหล่งอื่น แต่รัฐบาลจะยังบริหารให้สัดส่วนหนี้สาธารณะไม่สูงกว่า 60% ของจีดีพี

ซึ่งหากเทียบกับหลายประเทศแล้วถือว่าไทยยังอยู่ในสถานะที่ดีกว่า อาทิ ญี่ปุ่นที่มีหนี้สาธารณะสูงกว่า 120% เพราะนอกจากโครงการรถไฟความเร็วสูง ทางรัฐบาลยังมีแผนจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายโครงการโดยจะเป็นการบริหารความสมดุลของแหล่งทุนที่จะนำมาใช้ในแต่ละโครงการซึ่งจะมาจาก 4 แหล่งหลัก คือใช้เงินงบประมาณ เงินกู้ การเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐ (พีพีพี) และการระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์

แม้ว่าล่าสุดกำหนดการก่อสร้างจะคลาดเคลื่อนจากเดือนกันยายนไปเดือนตุลาคมแล้ว แต่ยังอยู่ในห้วงเวลาที่สามารถเปิดใช้งานได้ทันในปี 2564 เชื่อมต่อการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาคอื่น ได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นการเดินทางรูปแบบใหม่ของไทย ที่เชื่อว่าทุกคนอยากเห็นเสียที

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ ” Simple As Shooting ” ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply

ปิดโหมดสีเทา