เทรนด์ยุคระบบรถรางลอยฟ้า ชี้จุดยืน รถไฟฟ้าไทย ในอาเซียน ทั้ง 5 ประเทศ

รถไฟฟ้าไทย

จุดยืน รถไฟฟ้าไทย ในอาเซียน

เพิ่งจะครบรอบ 3 ปี รัฐบาล คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งแท่นเป็นนายกรัฐมนตรี ไปหมาดๆ ซึ่งหากวางเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองไว้ข้างๆ แล้ว เรื่องหนึ่งที่ต้องยกความดีความชอบให้กับรัฐบาลชุดนี้ในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานประเทศที่คาราคาซังมาหลายรัฐบาล โดยที่มีความคืบหน้าชัดเจนมากที่สุดอันหนึ่งคือ การพัฒนาทางด้านคมนาคม ซึ่งมีระยะเร่งด่วนปี 2559 จำนวน 20 โครงการ งบประมาณ 1.38 ล้านล้านบาท และแผนในปีนี้ จำนวน 36 โครงการ 8.95 แสนล้านบาท หนึ่งในนั้นคือการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าหลากสีในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาจราจรได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ทำไมต้องมีรถไฟฟ้า

ปัจจุบันประชากรในกรุงเทพฯ มีประมาณ 13-14 ล้านคน โดยเป็นประชากรที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ ประมาณ 6 ล้านคน ที่เหลืออีกประมาณ 4-5 ล้านคน เป็นประชากรแฝง และอีกประมาณ 3-4 ล้านคน เป็นประชากรที่อาศัยอยู่รอบนอกกรุงเทพฯ แต่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ โครงการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า จะเป็นการปฏิวัติการจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะเห็นภาพอย่างชัดเจนในปี 2565 เมื่อโครงการต่างๆ เริ่มทยอยแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการ จะช่วยแก้ไขปัญหาจราจร โดยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลจาก 70% ในปัจจุบัน ให้เหลือเพียง 40% โดยจะมีจำนวนผู้โดยสารที่ใช้รถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นจาก 0.95 ล้านคน/เที่ยว/วัน เป็น 5.36 ล้านคน/เที่ยว/วัน ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่า 15,000 ล้านบาท/ปี และช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

รถไฟฟ้าในอาเซียน

ในภูมิภาคอาเซียนมี 5 ประเทศที่ใช้ระบบขนส่งประเภทราง หรือรถไฟฟ้าเช่นเดียวกับประเทศไทย ดังนี้

– ไทย รถไฟฟ้าไทย ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปัจจุบันมี 4 สายทาง ประกอบด้วย รถไฟฟ้า MRT รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า Airport rail link และรถไฟฟ้าสายสีม่วง รวมระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร แต่ภายในปี 2565 จะกลายเป็น 10 สายทาง ระยะทางประมาณ 410 กิโลเมตร

– สิงคโปร์ มีระบบขนส่งมวลชนทางรางขนาดใหญ่ที่ทันสมัยและให้บริการครอบคลุมมากที่สุดในอาเซียน โดยเปิดให้บริการ มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1987 ทำให้เป็นระบบรถไฟฟ้าที่เก่าแก่ที่สุดในอาเซียนรองจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ปัจจุบันมีจำนวนสถานีทั้งหมด 121 สถานี รวม 5 เส้นทางหลัก ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร ประกอบด้วย
1. สายสีเขียว หรือสายตะวันออก-ตะวันตก จาก Changi Airport/Pasir Ris ถึง Joo Koon
2. สายสีแดง หรือสายเหนือ-ใต้ จาก Jurong East ถึง Marina South Pier
3. สายสีเหลือง หรือสายวงกลม จาก Dhoby Ghaut ถึง HabourFront
4. สายสีม่วง หรือสายเหนือ-ตะวันออก จาก Punggol ถึง HabourFront
5. สายสีน้ำเงิน หรือสายดาวน์ทาวน์ จาก Bukit Panjang ถึง Chinatown

นอกจากนี้ยังมี รถไฟฟ้ารางเบาวิ่งเชื่อมต่อตัวเมืองกับย่านชุมชนและเขตที่พักอาศัย อีก 3 สาย ได้แก่ Bukit Panjang LRT, Sengkang LRT และ Punggol LRT

– กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ใช้ระบบรถไฟฟ้ารางเบาเป็นระบบหลัก เพราะจำนวนประชากรน้อย อีกทั้งยังสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว มีเพียงรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) เท่านั้นที่เป็นระบบขนาดใหญ่ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้
1. รถไฟฟ้าชานเมือง KTM Komuter แบ่งเป็น Batu Caves ถึง Pelabuhan Klang และ Tanjung Malim ถึง Sungai Gadut
2. รถไฟลอยฟ้า STAR แบ่งเป็น Sentul Timur ถึง Ampang และ Sentul Timur ถึง Sri Petaling
3. รถไฟลอยฟ้า-ใต้ดิน PUTRA จาก Gombak ถึง Kelana Jaya
4. รถไฟฟ้ารางเดี่ยว KL Monorail จาก KL Sentral ถึง Titiwangsa
5. รถไฟฟ้าด่วนสนามบิน KLIA Express Line และ Transit Line จาก KLIA ถึง KL Sentral

– มะนิลา ฟิลิปปินส์ ถือเป็นเมืองแรกในอาเซียนที่มีรถไฟฟ้า คือตั้งแต่ปี ค.ศ.1974 โดยมีรถไฟฟ้า 2 สาย ดังนี้
1. สาย Light Rail Transit (LRT) มี 2 เส้นทาง ได้แก่ LRT 1 (สายสีเหลือง) จาก Baclaran ไปถึง Monumento ระยะทางประมาณ 20.7 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี และ LRT 2 (สายสีม่วง) จาก Recto ไปถึง M.A.Roxas ระยะทางประมาณ 13.8 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี
2. สาย Metropolitan Rail Transit (MRT) มี 1 เส้นทางคือ MRT 3 (สายสีฟ้า) ให้บริการในเส้นทางคู่ขนานกับถนน EDSA และเชื่อมต่อกับสาย LRT 1 ที่ Taft Avenue ระยะทางประมาณ 16.95 กิโลเมตร จำนวน 13 สถานี
ปัจจุบันระบบรถไฟฟ้าในมะนิลาถือว่ามีความล้าสมัยที่สุด เนื่องจากขาดการพัฒนาและบำรุงรักษา ซึ่งสืบเนื่องมาจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง

– อินโดนีเซีย ใช้ระบบรถไฟฟ้าร่วมกับรถไฟธรรมดา แต่ด้วยระบบที่ทับซ้อนทำให้การเดินรถมักมีปัญหา โดยระบบรถไฟฟ้าจะเป็นรถไฟฟ้าชานเมืองวิ่งในจากาตาร์และปริมณฑล ซึ่งเป็นระบบที่ค่อนข้างล้าสมัยเนื่องจากเป็นรถไฟฟ้ามือสองจากประเทศญี่ปุ่น

ปัจจุบันกรุงจาการ์ตา กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าใหม่ หรือจาการ์ตา MRT โครงการระยะแรก ตัดผ่านถนนเส้นหลักและศูนย์กลางกรุงจาการ์ตา รวมระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร แบ่งเป็นสายเหนือ-ใต้ ระยะทาง 21.7 กิโลเมตร และสายตะวันออก-ตะวันตก ระยะทาง 87 กิโลเมตร โดยโครงการระยะแรก จะเริ่มจาก Lebak Bulus ไปถึง Bundaran ระยะทางประมาณ 15.7 กิโลเมตร จำนวน 13 สถานี เป็นสถานีลอยฟ้า 7 สถานี และใต้ดิน 6 สถานี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2561

– เวียดนาม ถือเป็นประเทศน้องใหม่ที่กำลังจะมีรถไฟฟ้ารางเบาใช้ โดยแบ่งการพัฒนาเป็นหลายโครงการ อาทิ ในฮานอยจะเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา สาย Cat Linh-Ha Dong หรือสายตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็นสายที่ 4 จากโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเมืองหลวง จำนวน 5 โครงการ แต่เป็นสายแรกที่ก่อสร้าง มีระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ปัจจุบันใกล้เปิดใช้บริการแล้ว และรถไฟฟ้ารางเบาในโฮจิมินห์ กำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน-บนดิน ระยะทาง 19.7 กิโลเมตร จาก Ben Thanh ไปถึง Binh Duong และเตรียมสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานนานาชาติอีกหนึ่งสายปลายปี 2562

ค่าโดยสารไทยเทียบกับต่างประเทศ

เมื่อพูดถึงความครอบคลุมของรถไฟฟ้าไปแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการเปรียบเทียบถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ไทย ค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ราคา 16-42 บาท รถไฟฟ้า BTS ราคา 15-57 บาท รถไฟฟ้า Airport Rail Link ราคา 15-45 บาท จากค่าครองชีพอาหารมื้อละประมาณ 35-45 บาท
กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ค่าโดยสารประมาณ 1.30-6.30 ริงกิต หรือประมาณ 10-52 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ริงกิต เท่ากับ 8.30 บาท) จากค่าครองชีพอาหารมื้อละประมาณ 10 ริงกิต หรือประมาณ 83 บาท
สิงคโปร์ ค่าโดยสารประมาณ 0.78-2.28 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 19-57 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ เท่ากับ 25 บาท) จากค่าครองชีพอาหารมื้อละประมาณ 4 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 100 บาท
ญี่ปุ่น หากพิจารณาเฉพาะ Tokyo metro ค่าโดยสารประมาณ 170-280 เยน หรือประมาณ 52-86 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เยน เท่ากับ 0.31 บาท) จากค่าครองชีพอาหารมื้อละประมาณ 300-1,000 เยน หรือประมาณ 93-310 บาท

จะเห็นได้ว่าโครงการ รถไฟฟ้าไทย มีความก้าวหน้าทัดเทียมต่างประเทศขึ้นทุกวัน ซึ่งทางกระทรวงคมนาคม ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ กำลังเตรียมจัดทำแผนแม่บทการลงทุนโครงข่ายรถไฟฟ้าระยะที่ 2 อีก 10 สาย เพื่อขยายโครงข่ายจากในเมืองออกสู่ชานเมืองมากขึ้น แม้จะไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นผลในปัจจุบัน แต่เชื่อว่าจะเป็นการ ‘ลงทุน’ เพื่อให้เห็นผล ‘กำไร’ ในอนาคตอย่างแน่นอน

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ ” Simple As Shooting ” ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply

ปิดโหมดสีเทา