พิษจากภัยธรรมชาติ กระทบตลาดรับสร้างบ้าน หวั่นฉุดกำลังซื้อ ลุ้นฟื้นตัวสิ้นปีนี้

พิษจากภัยธรรมชาติ

พิษจากภัยธรรมชาติ ตลาดรับสร้างบ้านลุ้นตลาดไตรมาส 4 ฟื้นตัว

ตลาดรับสร้างบ้านลุ้นตลาดไตรมาส 4 ฟื้นตัว แม้ทั้งปีติดลบ 4-5% หวั่นใจ พิษจากภัยธรรมชาติ ฉุดกำลังซื้อ คาดตลาดระดับราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทยังเติบโตต่อเนื่อง

นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เผยว่า ปริมาณและมูลค่าบ้านสร้างเองในช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมาไม่ฟื้นตัวดังที่คาดการณ์ไว้ ปริมาณและมูลค่าตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศปี 2559 นี้ไว้ประมาณ 8 หมื่นล้านบาทเศษ โดยประเมินว่ากลุ่ม ธุรกิจ “รับสร้างบ้าน” ที่ให้บริการแบบครบวงจร มีแชร์ส่วนแบ่งประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท แต่ตลอดระยะเวลา 9 เดือนเศษที่ผ่านมา พบว่ากำลังซื้อและความต้องการสร้างบ้านคึกคักเฉพาะช่วงไตรมาสแรก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาส 2-3 กำลังซื้อกลับมาชะลอตัวอีกครั้ง นอกจากนี้ขนาดบ้านและมูลค่าต่อหน่วยก็ลดลง ดังนั้น จึงคาดว่ามูลค่ารวมตลาดรับสร้างบ้านปีนี้ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างน้อย 4-5% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากมีปัจจัยลบใดที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนมากระทบ เช่น ปัญหาน้ำท่วม โอกาสที่มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านจะมีแนวโน้มปรับลดลงแตะตัวเลข 2 หลักก็มีความเป็นไปได้สูงเช่นกัน

ซึ่งคาดว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2559 นี้ จะมีโอกาสขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาสที่ผ่านมา ประเมินจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศ ที่ปรับตัวดีขึ้นจากการลงทุนโครงการของภาครัฐ รวมถึงการรุกตลาดของผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจนี้ โดยผู้นำตลาดกลุ่ม Top 5 ยังคงจัดกิจกรรมกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยความได้เปรียบที่มีสายป่านยาวและผู้บริโภคให้ความเชื่อถือมากกว่า โดยเฉพาะรายที่มีแบรนด์เข้มแข็ง และยังสามารถให้บริการสร้างบ้านได้ครอบคลุมทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่น่ากังวลที่ควรต้องเฝ้าระวังคือ ภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วม โดยขณะนี้หลายๆ จังหวัดเริ่มประสบปัญหาน้ำท่วมขังแล้ว ฉะนั้นหากภาครัฐบริหารจัดการน้ำไม่ดี อาจไม่ใช่เพียงแค่ฉุดกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง แต่ยังจะสร้างความเสียหายกับงานระหว่างก่อสร้างของผู้ประกอบการ รวมทั้งธุรกิจอื่นๆ เหมือนเช่นเมื่อปี 2554 อีกด้วย

“กำลังซื้อและความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผ่านช่วงฤดูฝนและเข้าสู่ช่วงที่ประชาชนนิยมสร้างบ้านหลังใหม่ เนื่องจากสภาพอากาศตามฤดูกาลซึ่งเข้าสู่ฤดูหนาวและต่อเนื่องฤดูร้อน ซึ่งมีช่วงระยะเวลานาน 6-7 เดือน เหมาะแก่การเตรียมตัวและปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ ขณะเดียวกับภาพรวมเศรษฐกิจประเทศที่แม้จะฟื้นตัวไม่ชัดเจน แต่ก็ถือว่าค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น

โดยพิจารณาจากจีดีพีไตรมาสแรกและไตรมาสสองที่เติบโตเฉลี่ย 3.2% ใกล้เคียงกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ไว้ รวมทั้งจีดีพีไตรมาสสามก็มีแนวโน้มยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง ปัจจัยดังกล่าวส่งผลด้านจิตวิทยาและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น อย่างไรก็ดี แม้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่สมาคมฯ ประเมินว่าผู้บริโภคยังมีความระมัดระวังสูง สำหรับการใช้จ่ายหรือกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ดังนั้น ความต้องการสร้างบ้านกลุ่มระดับราคา 1-3 ล้านบาท และกลุ่มราคา 4-5 ล้านบาท คาดว่าจะยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากที่สุด”

Ref: Propertytoday
Info: DDproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ ” Simple As Shooting ” ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply