พฤกษาปรับโครงสร้างธุรกิจ ใหม่เป็น โฮลดิ้ง

พฤกษาปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)หรือ PS  ให้เสนอพฤกษาปรับโครงสร้างธุรกิจ แผนการปรับโครงสร้างกิจการของพฤกษา เรียลเอสเตท พร้อมกับจะดําเนินการให้มีการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งภายใต้ชื่อ“บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน)” ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน โดยบริษัทโฮลดิ้งจะทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งงหมดของพฤกษา เรียลเอสเตท โดยแลกเปลี่ยนนกับหลักทรัพย์ประเภทเดียวกันของบริษัทโฮลดิ้งในอัตราการแลกหลักทรัพย์เท่ากับ 1ต่อ 1 ซึ่งในที่นี่จะเท่ากับ 1 หุ้นสามัญของบริษัทจะเท่ากับต่อ 1 หุ้นสามัญของบริษัทโฮลดิ้ง ภายหลังการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เสร็จสิ้น หุ้นสามัญของบริษัทโฮลดิ้งจะเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) แทนหุ้นสามัญของพฤกษา เรียลเอสเตท ซึ่งจะถูกเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเวลาเดียวกัน

นอกจากการออกและเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทโฮลดิ้งเพื่อแลกเปลี่ยนกับหุ้นสามัญของพฤกษา เรียลเอสเตท แล้ว บริษัทโฮลดิ้งจะออกและเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิทีที่ จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทโฮลดิ้งให้แก่กรรมการและผู้บริหารของบริษัทโฮลดิ้ง บริษัทและบริษัทย่อยของพฤกษา เรียลเอสเตท เพื่ออทดแทนใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นหุ้นสามัญของพฤกษา เรียลเอสเตท ที่จะถูกยกเลิกตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการของ พฤกษา เรียลเอสเตท วันที19กุมภาพันธ์ 2559 ด้วย

บริษัทได้หารือกับหน่วยงานกํากับดูแลที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นทั้งสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สํานักงาน ก.ล.ต.”) และตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทกําลังอยู่ในระหว่างการขอความเห็นชอบในเบื้องต้นเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการปรับโครงสร้ างการถือหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยหากหน่วยงานกํากับดูแลดังกล่าวให้ความเห็นชอบต่อแผนการปรับโครงสร้างโดยกําหนดเงื่อนไขที่สําคัญต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน หรือมีเงื่อนไขใดที่ต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมคณะกรรมการบริษัทจะนําเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้งเพื่อให้บริษัทสามารถดําเนินการให้สอดคล้องตามเงื่อนไขดังกล่าวได้

พฤกษาเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ

หลักการและเหตุผลในการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ เนื่องจากบริษัทมีการดําเนินนโยบายในหลายๆ ด้านตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยใน 5 ปีข้างหน้าบริษัทจะมุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือ

1. คงความเป็นผู้นําในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยสําหรับผู้มีรายได้ระดับต่ำถึงปานกลาง (Value)

2. เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทในตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน (Premium) และ

3. หาโอกาสในการดําเนินธุรกิจใหม่ๆ โดยมุ่งเน้นธุรกิจที่มีความสามารถในการสร้ างรายได้อย่างต่อเนื่อง(Recurring Income) ที่มั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ธุรกิจที่เป็นการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องนี้อาจเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอย่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายหรือธุรกิจใหม่ที่อาจไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโอกาสทางการลงทุนในหลายธุรกิจ หากเป็นกรณีที่ธุรกิจใหม่เป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญไม่เทียบเท่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทในปัจจุบัน บริษัทมีแนวทางที่จะเปิดโอกาสในการหาผู้ร่วมทุนทางธุรกิจหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพิ่มเติม  ทั้งนี้ในการพิจารณาการลงทุนในธุรกิจใหม่นั้นบริษัทจะยึดหลักผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นสําคัญ

ถึงแม้ว่าบริษัทจะสามารถดําเนินกลยุทธ์ที่1 และกลยุทธ์ที่2 ได้ภายใต้โครงสร้างกิจการปัจจุบัน แต่ เพื่อให้สามารถดําเนินการตามกลยุทธ์ที่ 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น การปรับโครงสร้างกิจการในลักษณะของบริษัทโฮลดิ้งจะทําให้บริษัทสามารถดําเนินการตามกลยุทธ์นั้ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเหตุผล ดังต่อไปนี้

1. เพื่อความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ และเปิดโอกาสในการหาผ้ร่วมทุนที่ มีความชํานาญเฉพาะในธุรกิจนั้นๆ การปรับโครงสร้างกิจการในลักษณะของบริษัทโฮลดิ้งจะช่วยเปิดโอกาสในการหาผู้ร่วมทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งมีความชํานาญเฉพาะในธุรกิจนั้นๆ โดยผู้ร่วมทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจสามารถเลือกลงทุนเฉพาะธุรกิจที่สนใจและมีความชํานาญได้ โดยไม่ต้องลงทุนหรือร่วมเป็นพันธมิตรในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่พฤกษาเรียลเอสเตท ดําเนินอยู่ในปัจจุบัน หรือธุรกิจอื่นๆ ในอนาคตของบริษัทโฮลดิ้ง

ลักษณะของบริษัทโฮลดิ้ง

2. จํากัดขอบเขตและบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ  ธุรกิจใหม่ที่บริษัทโฮลดิ้งจะดําเนินการในอนาคตอาจมีลักษณะและปัจจัยความสี่ยงที่แตกต่างจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่บริษัทดําเนินการอยู่ในปัจจุบัน การจัดโครงสร้างแบบโฮลดิ้งจะทําให้บริษัทสามารถแบ่งแยกและจํากัดความเสี่ยงของแต่ละสายธุรกิจได้ดีกว่าโครงสร้างกิจการในปัจจุบัน อีกทั้งจะทําให้บริษัทสามารถจํากัดความเสี่ยงในการทํารายการในอนาคตเพื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทในปัจจุบัน

การจัดโครงสร้างแบบโฮลดิ้ง

3. เพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของโครงสร้างการจัดการขององค์กร เพื่อให้เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจในอนาคต การจัดโครงสร้างแบบบริษัทโฮลดิ้งที่มีการแบ่งแยกบริษัทตามสายธุรกิจที่ชัดเจนนั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจได้ง่ายกว่าโครงสร้ างในปัจจุบัน อีกทั้งโครงสร้ างแบบโฮลดิ้งจะช่วยให้บริษัทสามารถกําหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรในแต่ละสายงานได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ผู้บริหารของบริษัทโฮลดิ้งจะมีหน้าที่ในการกําหนดนโยบายและบริหารจัดการกลุ่มธุรกิจโดยรวมและมีความรับผิดชอบต่อผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจทั้งหมด ผู้ บริหารของพฤกษาเรียลเอสเตท จะมีหน้าที่ในการกําหนดนโยบายและบริหารจัดการกลุ่มบริษัทในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และมีความรับผิดชอบต่อผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเท่านั้น เป็นต้น ทั้งนี้: ในแต่ละสายธุรกิจจะมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดูแลหรือดําเนินการในสายธุรกิจนั้นๆ

ผู้ถือหุ้น ps โฮลดิ้ง

REF: Propertytoday
INFO: PS

หนุ่มวิศวกรการบิน อายุสามสิบกว่าๆ สนใจเรื่องการเงินการลงทุน นิยมเล่นหุ้นและอสังหาฯ ศึกษาการลงทุนแนวเทคนิคอลอย่างจริงจัง เป็นคนชอบอ่านและชอบแชร์ความรู้มากที่สุด

Leave a Reply