พรีเมียร์ อินน์ จากเมืองผู้ดีประกาศขายพอร์ตโรงแรมในไทย-อินเดีย

พรีเมียร์ อินน์

เชนบริหารโรงแรมระดับแนวหน้าจากอังกฤษ “ พรีเมียร์ อินน์ ” ประกาศขายพอร์ตโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวในไทยและอินเดีย พร้อมแต่งตั้งเจแอลแอลเป็นตัวแทนขาย ด้วยวิธีการเปิดรับเสนอราคาจากนักลงทุนที่สนใจซื้อจากทั่วโลก

พรีเมียร์ อินน์ จากเมืองผู้ดีประกาศขายพอร์ตโรงแรมในไทย-อินเดีย

โดยโรงแรมที่เสนอขายในประเทศไทย ประกอบด้วย 2 โรงแรม จำนวนห้องพักทั้งหมด 388 ห้อง เป็นโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในซอยสุขุมวิท 11 ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งรวมของสถานที่ช็อปปิ้งและสถานบันเทิง โดยมีกำหนดจะสร้างเสร็จในช่วงกลางปี 2560 และอีกหนึ่งโรงแรมตั้งอยู่ในพัทยา ใกล้ถนนพัทยาสายสอง ซึ่งเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและอยู่ไม่ไกลจากหาดต่างๆ ศูนย์การค้า และถนนคนเดิน

ที่สำคัญทั้ง 2 โรงแรมนี้ ชาวต่างชาติสามารถครอบครองกรรมสิทธิ์ได้เต็ม 100% เนื่องจากได้รับสิทธิพิเศษจากกรมส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment) ซึ่งต่างจากกรณีทั่วไปที่ต่างชาติไม่สามารถครอบครองกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้เกิน 49%

สำหรับพอร์ตโรงแรม พรีเมียร์ อินน์ เสนอขายในอินเดียนั้น มีจำนวนห้องพักรวมทั้งสิ้น 583 ห้อง ตั้งอยู่ใน 5 เมือง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเมืองที่ตลาดโรงแรมมีผลประกอบการดีที่สุดในอินเดีย และนับเป็นหนึ่งในการเสนอขายพอร์ตโรงแรมรายการใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเมื่อไม่นานนี้

ด้านนายไมค์ แบ็ทเชเลอร์ กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมภาคพื้นเอเชียของเจแอลแอล กล่าวว่า “คาดว่าจะมีนักลงทุนระหว่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนไทยและนักลงทุนจากเอเชียให้ความสนใจโรงแรม พรีเมียร์ อินน์ที่เสนอขายเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้อยครั้งที่จะมีพอร์ตโรงแรมขนาดใหญ่และคุณภาพระดับนี้เสนอขายในตลาด นอกจากนี้ โรงแรมที่เสนอขายทั้งหมดพร้อมให้ผู้ซื้อสามารถเข้าครอบครองได้ และแต่งตั้งเชนบริหารโรงแรมอื่นให้เข้ามาบริหารตามต้องการได้ในทันที”

เชื่อว่าแนวโน้มสำหรับภาคการท่องเที่ยวของไทยจะดีขึ้น และการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วของอินเดีย จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การขายพอร์ตโรงแรมของ พรีเมียร์ อินน์ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2559 ยอดรวมจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจะขยายตัวสูงขึ้นเป็นประมาณ 33.8 ล้านคน ในขณะที่คาดว่าในปีนี้ อินเดียจะยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก ที่อัตรา 7.6% ต่อปี

ขณะที่ นายจักรกริช จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมภาคพื้นเอเชียของเจแอลแอล กล่าวว่า “จากการที่ธุรกิจโรงแรมของอินเดียกำลังเข้าสู่ระยะเริ่มต้นของช่วงขาขึ้น ประกอบกับนักลงทุนระหว่างประเทศประเภทสถาบันกลับเข้ามาสนใจลงทุนในโรงแรมที่อินเดีย ดังนั้น เชื่อว่า การเสนอกรรมสิทธิ์ขาดโรงแรมที่เป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ในหัวเมืองชั้นนำของอินเดียโดยพรีเมียร์อินน์ในครั้งนี้ จะมีนักลงทุนสนใจเข้าร่วมแข่งขันเสนอซื้อเป็นอย่างมาก”

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ " Simple As Shooting " ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply