ปัจจัย สัญญาณบวกบ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยปี 60 มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัย

ปัจจัย หนุน-หน่วง เศรษฐกิจไทยปี 60

เศรษฐกิจไทยในปี 2560 จากไตรมาสแรกที่ผ่านมา ถือว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2559 ซึ่งหลายฝ่ายถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2560 มีแนวโน้มผ่านฉลุย แต่ก็ยังมีปัจจัย ที่ควรเฝ้าระวังที่พร้อมจะฉุดให้เกิดการชะลอเช่นเดียวกัน

ไตรมาสแรกสอบผ่าน ส่งออก-เกษตร เติบโต

ภาคการส่งออกขยายตัวได้ดีขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา และสินค้าส่งออกกระจายตัวได้ดีในหลายผลิตภัณฑ์ จากเศรษฐกิจของประเทศอื่นในภูมิภาคที่ขยายตัวได้ดีขึ้น ทำให้ไทยมีแนวโน้มเติบโตได้ตามการขยายตัวของประเทศเพื่อนบ้าน โดยส่วนหนึ่งคือสินค้าภาคการเกษตรที่ส่งออกไปขายต่างประเทศได้ราคาดีขึ้น และมีผลิตภัณฑ์การเกษตรที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวได้ดีขึ้นกว่าไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อเนื่องทำให้การบริโภคในประเทศฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากรายได้ภาคการเกษตรที่ดีขึ้น

สำหรับการลงทุนภาคเอกชน แม้จะยังมีการขยายตัวต่ำซึ่งถือว่าเป็นภาวะที่เกิดขึ้นทั่วโลก จึงไม่ใช่เรื่องน่าห่วง แต่ยังมีในบางธุรกิจที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวกับดิจิทัลเริ่มมีการลงทุนมากขึ้น

ในส่วนของดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ระดับ 49.6 มาอยู่ที่ระดับ 52.3 ตามความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตกระดาษและการพิมพ์การผลิตเคมีปิโตรเลียมและยาง และพลาสติก ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคที่มิใช่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย

2 แบงก์ใหญ่ มั่นใจเศรษฐกิจปี 60 เติบโต

จากผลการวิจัยทางด้านเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของภาคธนาคารพบว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดว่าทั้งปี 2560 จะโตกว่า 3.3% จากปีที่ผ่านมา โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก

1) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะเม็ดเงินอัดฉีดจากงบกลางปี 2560 มูลค่า 1.9 แสนล้านบาทที่จะกระจายสู่เศรษฐกิจผ่านการลงทุนในโครงการขนาดเล็กในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเบิกจ่ายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง อีกทั้งภาครัฐยังมีมาตรการให้เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจากโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มเบิกจ่ายในเดือนตุลาคมเป็นต้นไป
2) กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น หลังครัวเรือนบางส่วนหมดภาระการผ่อนชำระรถยนต์จากโครงการรถคันแรกซึ่งจะเห็นผลชัดในช่วงครึ่งปีหลัง อีกทั้งรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรที่น่าจะยังได้รับผลดีจากราคาผลผลิตที่อยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน ประกอบกับการจ้างงานที่จะปรับตัวดีขึ้นตามแรงกระตุ้นภาครัฐในครึ่งปีหลัง
3) รายได้ในภาคการท่องเที่ยวที่จะดีขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ โดยการเข้ามาของจำนวนนักท่องเที่ยวมีโอกาสขยายตัวสูงในไตรมาสสุดท้ายจาก ปัจจัย ฐานต่ำในปีก่อน

สอดคล้องกับดัชนีธุรกิจของธนาคารกรุงไทยที่ได้จากการสำรวจความเชื่อมั่นของลูกค้านักธุรกิจกว่า 2,200 รายทั่วประเทศพบว่า ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาดัชนีเพิ่มขึ้นเหนือระดับปกติ ต่อเนื่องจากไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับกับการขยายตัวของ GDP ไตรมาสแรก โดย 4 กลุ่มธุรกิจที่มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นและอยู่เหนือระดับปกติ ได้แก่
1.ธุรกิจการเงินและประกันภัย
2.ธุรกิจก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มรับเหมาโครงการภาครัฐ
3.ธุรกิจพาณิชยกรรม ได้แก่ ธุรกิจขายรถยนต์ในประเทศ ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจขายอาหารและเครื่องดื่ม ขายปลีกน้ำมันและเชื้อเพลิง
4.ธุรกิจอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมเหมืองหิน ทราย ผลิตวัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตอาหาร ผลิตยางแผ่น และยางแท่ง

ทั้งนี้ หากจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ความเชื่อมั่นของนักธุรกิจเพิ่มขึ้นใน 4 ภูมิภาค ได้แก่
– กรุงเทพฯและปริมณฑล ได้รับผลบวกจากการเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐมากที่สุด
– ภาคกลางและภาคตะวันตก ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ปัจจัย บวกมาจากการส่งออกสินค้าและการค้าชายแดนฝั่งตะวันตก โดยการส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ น้ำตาล และเครื่องดื่มช่วยหนุนธุรกิจในภูมิภาค
– ภาคเหนือ ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งได้รับอานิสงค์จากการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวในเกณฑ์ดี
– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นจากแรงหนุนของรายได้เกษตรกรที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปลูกอ้อยและยางพารา

ส่วนในภาคตะวันออกและภาคใต้มีดัชนีความเชื่อมั่นลดลงจากผลกระทบของน้ำท่วมรุนแรงในภาคใต้ และความซบเซาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออก

ปัจจัย เฝ้าระวังทำเศรษฐกิจชะลอตัว

ทางศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังกล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว คือ การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มเติบโตชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี อัตราการขยายตัวของราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มที่จะเริ่มชะลอลงในช่วงหลังจากนี้อาจส่งผลให้การส่งออกสินค้าในกลุ่มดังกล่าวไม่สามารถขยายตัวได้สูงเทียบเท่ากับในไตรมาสแรกของปี

นอกจากนี้ภาคการส่งออกไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากภายนอกอยู่มาก จากนโยบายการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกาที่เริ่มตึงเครียดมากขึ้นในประเด็นที่ไทยเป็น 1 ใน 16 ประเทศคู่ค้าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกคำสั่งตรวจสอบและหามาตรการเพื่อลดการขาดดุลการค้า โดยอาจเริ่มเห็นผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกันแม้ความกังวล Frexit ลดลงจากที่ Emmanuel Macron เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปยังคงมีอยู่มาก

ด้านผลสำรวจของธนาคารกรุงไทย พบว่า ภาคธุรกิจยังคงมีความกังวลต่ออุปสงค์ในประเทศที่ยังเปราะบาง ค่าเงินผันผวน ความล่าช้าของการลงทุนภาครัฐ รวมทั้งราคาพืชผลสำคัญบางชนิด เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าว เริ่มปรับลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า รวมทั้งเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นในไตรมาส 2 ทรงตัว

จากข้อมูลข้างต้นคงจะเห็นแล้วว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังคงมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เปราะบางจากปัญหานานัปการทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งคงต้องลุ้นกันต่อไปว่าปีนี้จะจบสวยอย่างที่คาดการณ์ไว้หรือไม่

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ ” Simple As Shooting ” ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply