ถึงเวลา!! ปฏิรูปรถเมล์ ปรับโซนใหม่ เปลี่ยนเลขรถเป็นภาษาอังกฤษ

ปฏิรูปรถเมล์

ปฏิรูปรถเมล์ เปลี่ยนชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ลดระยะ!

หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเดิมเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2526 ที่ให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นผู้ประกอบการเดินรถแต่เพียงรายเดียว โดยให้กรมการขนส่งทางบก จัดทำแผนปฏิรูประบบ รถเมล์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีแผนจะปฏิรูปเส้นทางใหม่ให้กลายเป็น 269 เส้นทาง รองรับการเดินทางของประชาชนกว่า 1.5 ล้านคน/วัน ให้ทั่วถึงมากขึ้น ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกเตรียมเดินหน้าเปลี่ยนหมายเลขสายรถเมล์จากเดิมที่มีแต่ตัวเลข มาใช้ภาษาอังกฤษและตัวเลขแทน และตัดระยะทางเดินรถให้สั้นลง โดยเริ่มที่เขตการเดินรถที่ 7-8 จำนวน 31 สาย

ทำไมต้องปฏิรูประบบรถโดยสาร

รถเมล์ในปัจจุบันมีอยู่ 202 เส้นทาง จะถูกปรับใหม่ให้เป็น 269 เส้นทาง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น 20% ระยะทางเพิ่มขึ้นจาก 6,437 กิโลเมตร เป็น 7,833 กิโลเมตร โดยยึดหลักระยะทางสั้นลง เฉลี่ยประมาณ 3 กิโลเมตร/สาย เข้าถึงแหล่งชุมชนมากขึ้น ลดการทับซ้อนเส้นทาง อาทิ รถเมล์ที่มีเส้นทางทับกับรถไฟฟ้าเกิน 5 สถานีจะต้องปรับเส้นทางใหม่ เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนประเภทอื่น ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนสูงสุด รองรับผู้โดยสารในแต่ละวันที่มากถึง 1.5 ล้านคน

ปรับโซนใหม่ เปลี่ยนเลขรถเป็นภาษาอังกฤษ

การปฏิรูปครั้งนี้จะมีการยุบรวมเขตการเดินรถที่เดิมมี 8 เขต ให้เหลือเพียง 4 โซน โดยใช้สีเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ และการจดจำ แบ่งเป็น

กลุ่มที่ 1 ใช้สีเขียว หรือภาษาอังกฤษ Green ตัวย่อ G
กลุ่มที่ 2 ใช้สีแดง หรือภาษาอังกฤษ Red ใช้ตัวย่อ R
กลุ่มที่ 3 ใช้สีเหลือง หรือภาษาอังกฤษ Yellow ใช้ตัวย่อ Y
กลุ่มที่ 4 ใช้สีน้ำเงิน หรือภาษาอังกฤษ Blue ใช้ตัวย่อ B

ส่วนรถเมล์ที่ขึ้นทางด่วนจะลงท้ายด้วยอักษร E ย่อมาจาก Express เบื้องต้นจะมีการปรับเปลี่ยนเลขสายรถใหม่ ในเขตการเดินรถที่ 7 และ 8 โดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษนำหน้าหมายเลข

นอกจากนี้ยังปรับให้มีระยะทางเดินรถสั้นลง เช่น สาย 67 จากเดิมวิ่งจากเซ็นทรัล พระราม 3-วัดเสมียนนารี เปลี่ยนเป็นสาย R44 โรงพยาบาลรามาธิบดี-วัดเสมียนนารี สาย 63 จากเดิมวิ่งจากอู่นครอินทร์-ประตูน้ำ (ทางด่วน) เปลี่ยนเป็นสาย B10E อู่นครอินทร์-อนุสาวรีย์ชัยฯ สาย 73ก จากเดิมวิ่งจากสวนสยาม-สะพานพุทธ เปลี่ยนเป็นสาย B46 วิ่งจากสวนสยาม-รองเมือง และ สาย 178 จากเดิมวิ่งวงกลมลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ เปลี่ยนเป็นสาย B50 แฮปปี้แลนด์-ลาดพร้าว โดยรายละเอียดเส้นทางรถเมล์ใหม่ที่มีการปรับเปลี่ยนมีดังนี้

กรมขนส่งทางบก เปิดเส้นทางใหม่ 2 เส้นทาง

นอกจากนี้ ทางกรมการขนส่งทางบก ยังได้เปิดให้ผู้สนใจยื่นความประสงค์ขอเดินรถตามแผนปฏิรูปเส้นทางฯ จำนวน 2 เส้นทางใหม่ ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม-8 กันยายน 2560 ดังนี้

สายที่ R26E สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี (ทางด่วน) กำหนดให้ใช้รถจำนวน 12-16 คัน เดินรถขั้นต่ำวันละ 48 เที่ยว (ไป 24 เที่ยว กลับ 24 เที่ยว) แบ่งเป็น รถมาตรฐาน 2 (รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2) อัตราค่าโดยสารตลอดสาย 13-25 บาท และ/หรือรถมาตรฐาน 2 (ค) (รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 ตั้งแต่ 21-30 ที่นั่ง) และหรือรถมาตรฐาน 2 (จ) (รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 ไม่เกิน 20 ที่นั่ง ซึ่งไม่ใช่รถตู้โดยสารปรับอากาศ) ไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน อัตราค่าโดยสารตลอดสาย 55 บาท

สายที่ Y70E มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน) กำหนดให้ใช้รถจำนวน 12-18 คัน เดินรถขั้นต่ำวันละ 48 เที่ยว (ไป 24 เที่ยว กลับ 24 เที่ยว) ใช้รถมาตรฐาน 2 (ค) (รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 ตั้งแต่ 21-30 ที่นั่ง) และ/หรือรถมาตรฐาน 2 (จ) ไม่กำหนดที่สำหรับผู้โดยสารยืน อัตราค่าโดยสารตลอดสาย 40 บาท

ถือเป็นการปฏิรูปรถเมล์ครั้งใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งไม่รู้ว่าต้องการทำให้ทุกสะดวกขึ้น หรือสร้างความสับสนกันแน่ เพราะปัจจุบันยังขาดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ทั้งหมายเลขสาย และเส้นทางการเดินรถแบบใหม่ ไม่นับรวมถึงผู้ที่อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย ที่จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ ” Simple As Shooting ” ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply

ปิดโหมดสีเทา