กรุงเทพฯ เมืองติดอันดับโลกเสี่ยง น้ำท่วม

น้ำท่วม

กรุงเทพฯ ติดโผเมืองเสี่ยงน้ำท่วม

หลังจากพายุโซนร้อนเซินกาเข้ามาเยี่ยมเยียนประเทศไทย ก็ทำให้หลายจังหวัดประสบปัญหา น้ำท่วม ฉับพลัน สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากพิจารณาในภาพรวมแล้วไม่ในไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุ และประสบปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้ง แต่รวมถึงหลายประเทศในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อาทิ จีน อินเดีย เวียดนาม กัมพูชา ทั้งนี้สาเหตุหลัก ๆ มาจากปัญหาโลกร้อนที่ส่งผลให้สภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงรุนแรงและบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ

137 ประเทศทั่วเอเชีย เสี่ยง น้ำท่วม รุนแรง

จากข้อมูลของสถาบันการศึกษาเบลเยียมที่จัดเก็บมาตั้งแต่ปี 2493 พบว่า จีน อินเดีย และบังกลาเทศ เป็น 3 ประเทศ ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศกว่า 2.2 ล้านคน โดยในปี 2502 จีนเพียงประเทศเดียวมีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมสูงถึงประมาณ 2 ล้านคนทั่วประเทศ

ในอีก 30 ปีข้างหน้า ทวีปเอเชียจะเกิดฝนตกหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 20% โดยเฉพาะเอเชียใต้ พื้นที่ที่มีฝนตกหนักที่สุดในทวีปเอเชียจะมีปริมาณน้ำฝนอย่างน้อย 1,000 มิลลิเมตร/ปี ประชากรกว่า 137 ล้านคนทั่วเอเชีย จะได้รับผลกระทบ นอกจากนี้คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก หรือ IPCC คาดการณ์ว่า จะทำให้ประเทศในทวีปเอเชียเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 1 ใน 4 ของความเสียหายทั้งหมด

กรุงเทพฯ เมืองติดอันดับโลกเสี่ยงน้ำท่วม

จากรายงานเรื่อง “ความเสี่ยงของภูมิภาค: หลายมิติของสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงในเอเชียและแปซิฟิก” (A Region at Risk: The Human Dimensions of Climate Change in Asia and the Pacific.) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) ร่วมกับ สถาบันโพสต์ดามพ์เพื่อการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Potsdam Institute for Climate Impact Research : PIK) พบว่า จาก 136 เมืองท่าชายฝั่งทั่วโลกนั้นมี 20 เมือง

ที่จะได้รับความเสียหายมากจากภาวะน้ำท่วมอันเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น โดยประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะมีจำนวนประชากรที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากภาวะน้ำท่วม

เมืองใหญ่ที่คาดว่าจะเกิดความเสียหายจากน้ำท่วมประจำปีมากที่สุดในช่วงปี 2005-2050 ได้แก่ กวางโจ่ว เซินเจิ้น จ้างเจียง เซี่ยเหมิน ประเทศจีน มุมไบ เจนไน สุรัต และคัลคัตตา ประเทศอินเดีย โฮจิมินท์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กรุงเทพฯ ประเทศไทย และนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น โดยอินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในภูมิภาค

นอกจากนี้ พื้นที่ชายฝั่งหรือที่ราบลุ่มในภูมิภาคจะมีความเสี่ยงจากน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น 19 จาก 25 เมืองในภูมิภาคจะเผชิญกับระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 1 เมตร และใน 19 เมืองดังกล่าว 7 เมืองจะอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์

อุณหภูมิทวีปเอเชีย สูงขึ้น 6๐C

จากรายงานฉบับดังกล่าวยังคาดว่า อุณหภูมิในทวีปเอเชีย จะสูงขึ้นถึง 6 องศาเซลเซียส ภายในสิ้นศตวรรษนี้ โดยบางประเทศ อาทิ ทาจิกิสสถาน อัฟกานิสสถาน ปากีสถาน และภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน อาจต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างรุนแรงถึง 8 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้สภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ส่งภาพต่อภาคการเกษตร การประมง การท่องเที่ยว จากรายงานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า

จำนวนผู้สูงอายุที่อาจเสียชีวิตจากความร้อนที่เพิ่มขึ้นในทวีปเอเชียจะเพิ่มขึ้นถึง 52,000 ราย ภายในปี 2050 นอกจากนั้น สาเหตุการตายด้วยโรคที่มีแมลงเป็นพาหะ เช่น มาลาเลีย และไข้เลือดออก คาดว่าจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ย้อนดูกรุงเทพฯ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง

จากข้อมูลของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พบว่า ปริมาณฝนตก ในเขตกรุงเทพฯ มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5% ระดับน้ำทะเลสถานีหลัก บริเวณปากแม่น้ำทั้ง 4 คือ แม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา และบางปะกง มีแนวโน้มสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 1.3 เซนติเมตรต่อปี ขณะที่กรุงเทพฯ มีการทรุดตัวประมาณ 1 เซนติเมตรต่อปี ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น 3 มิลลิเมตรทุกปี

จากการศึกษาทำให้สามารถทำนายได้ว่าระดับน้ำทะเลของโลกจะสูงขึ้น 2.3 เมตร ต่อการเพิ่มอุณหภูมิโลกเฉลี่ย 1 องศาเซลเซียส กรณีร้ายแรงที่สุด หากน้ำแข็งทั่วโลกละลายหมด จะทำให้เมืองริมฝั่งชายทะเลจมหายไปทั้งหมด ส่วนประเทศไทย หากน้ำทะเลสูงถึง 60 เมตร ตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาจะจมน้ำทะเลขึ้นไปจนถึง จ.พิษณุโลก

ทั้งนี้ ระดับความสูงต่ำในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้แต่ละพื้นที่ของกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วม โดยพื้นที่ในกรุงเทพฯ สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1-1.5 เมตร เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น อาทิ เพชรบูรณ์ 114 เมตร นครราชสีมา 187 เมตร อุตรดิตถ์ 63 เมตร ราชบุรี 5 เมตร และภูเก็ต 2 เมตร ถือว่ามีระดับที่ไม่สูงมากนัก โดยแต่ละเขตมีความสูง ดังนี้

วิกฤติสภาพภูมิอากาศโลก ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่เฉพาะในทวีปเอเชียแต่รวมถึงมวลมนุษยชาติทุกคน ซึ่งหากไม่พยายามแก้ไข อาทิ การใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากฟอสซิลเป็นจำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงงานอุตสาหกรรม จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศโลก และทำให้เกิดปัญหาของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งหากไม่รีบหาหนทางแก้ไขปัญหาจะยิ่งเลวร้ายลงไปมากกว่านี้อย่างแน่นอน

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ ” Simple As Shooting ” ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply

ปิดโหมดสีเทา