ทุนจีน รุกคืบตลาดอสังหาฯในไทย ตั้งบริษัทลูกเฉลี่ยปีละกว่า 80 แห่ง!

ทุนจีน

นักวิเคราะห์มอง ทุนจีน รุกคืบตลาดอสังหาฯ ในไทยมากขึ้น ย่องร่วมทุนผู้ประกอบการไทยตั้งบริษัทลูกเฉลี่ยปีละกว่า 80 บริษัท เน้นโครงการอสังหาฯ เพื่อขายมากกว่าให้เช่า

จากบทวิเคราะห์โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า ทุนจากประเทศจีนได้เข้ามามีบทบาทในภาคอสังหาริมทรัพย์ ไทยมากขึ้น นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา โดยเข้ามาในรูปแบบการร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทย จัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่เฉลี่ยสูงถึงปีละ 83 บริษัท โดยมีมูลค่าโครงการเปิดใหม่ในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท และโครงการส่วนใหญ่มักจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการอสังหาฯ ไทย ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างที่รวดเร็ว รูปแบบโครงการที่แปลกใหม่ หรือแนวทางการจับตลาดลูกค้าชาวจีนที่น่าสนใจ ทำให้หลายโครงการสามารถประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

โดย ทุนจีน ที่เข้ามานั้นมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนขนาดใหญ่ บริษัทประกัน นักลงทุนรายบุคคล หรือแม้กระทั่งผู้ประกอบการอสังหาฯ จากจีนเอง

EIC_JV-Chinese_Thai-companies-in-property-industry-Thailand-in-2016

ทั้งนี้ สัดส่วนที่ทุนจากจีนเข้ามาลงทุนอสังหาฯ ในไทยนั้น แม้จะมีเพียง 0.2% หรือราว 1.3 พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่ามีการเติบโตขึ้นอย่างมาก จากที่เมื่อประมาณ 5 ปีก่อนการลงทุนอสังหาฯ ของจีนในเมืองไทยอยู่ที่เพียง 177 ล้านบาทเท่านั้น สอดคล้องกับจำนวนบริษัทร่วมทุนไทย-จีน (จีนถือหุ้นมากกว่า 20%) จดทะเบียนใหม่ในธุรกิจอสังหาฯ ที่เติบโตขึ้น จากประมาณ 17 บริษัทต่อปีในช่วงปี 2550-2552 มาเป็น 26 บริษัทต่อปีในช่วงปี 2553-2555 และเพิ่มขึ้นเป็น 83 บริษัทต่อปี ในช่วงปี 2556-2558

ทุนจีน ลงอสังหาฯ บุกตลาดไทย

สำหรับรูปแบบการเข้ามาลงทุนอสังหาฯ ในไทยส่วนใหญ่จะค่อนข้างแตกต่างจากการลงทุนในประเทศอื่นๆ โดยจะเป็นการเข้ามาร่วมทุนพัฒนาโครงการใหม่และเป็นอสังหาฯ เพื่อขายมากถึงกว่า 54% ในขณะที่เปิดเป็นบริษัทเพื่อเช่าหรือให้ เช่าอสังหาฯ ประมาณ 31% และเป็นธุรกิจนายหน้าหรือ ให้บริการที่เกี่ยวข้อง 15%

สำหรับทำเลยอดนิยมที่ผู้ประกอบการร่วมทุนไทย-จีนให้ความสนใจ จะเน้นเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ คิดเป็นสัดส่วนราว 40%, ชลบุรี 20%, เชียงใหม่ 10%, ภูเก็ต 9% และสุราษฎร์ธานี 7%

EIC_JV-Chinese_Thai-companies-in-property-industry-Thailand-in-2016-by-province

โดยรูปแบบอสังหาฯ เพื่อขายที่เน้นพัฒนาจะเน้นโครงการคอนโดมิเนียม เนื่องจากลงทุนง่าย คืนทุนเร็ว และสามารถขายขาดให้แก่นักลงทุนต่างชาติได้ โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีน

ในปีที่ผ่านมา มีโครงการร่วมทุนไทย-จีน เปิดตัวในไทยแล้วมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นโครงการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ รวมมูลค่ากว่า 5.4 พันล้านบาท, โครงการคอนโดมิเนียม The C Infinity ที่ จ.ระยอง มูลค่า 2 พันล้านบาท, โครงการมิกซ์ยูส BABA Beach ที่ จ.พังงา มูลค่า 3.2 พันล้านบาท, โครงการ The Terminal Phuket ที่ จ.ภูเก็ต มูลค่า 7.8 พันล้านบาท เป็นต้น

“มูลค่าโครงการข้างต้นสูงกว่าตัวเลข FDI จำนวน 1.3 พันล้านบาทข้างต้นมาก สะท้อนให้เห็นว่าการเข้ามาลงทุนส่วนใหญ่ เป็นการใส่เงินเข้ามาในทุนจดทะเบียนเริ่มต้น แต่กู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ เพื่อก่อสร้างโครงการ อย่างไรก็ดี หากเทียบกับมูลค่าตลาดอสังหาฯ ทั้งหมดของไทยอาจจะคิดเป็นสัดส่วนที่ยังไม่มากนัก แต่ด้วยแรงจูงใจและความนิยมที่เพิ่มขึ้น EIC จึงเชื่อมั่นว่ามูลค่าและสัดส่วน ทุนจีน ในภาคอสังหาฯ ไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต” รายงานระบุ

Ref: Propertytoday
Info: DDproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ " Simple As Shooting " ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply