ซีบีอาร์อี เผยอสังหาปี60 โซนกรุงเทพ คาดจะโตขึ้นกว่าปีที่แล้ว 3.2%

ซีบีอาร์อี เผยอสังหาปี60

ซีบีอาร์อี เผยอสังหาปี60 แนวโน้มตลาดอสังหาฯกรุงเทพฯ ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว

ซีบีอาร์อี เผยอสังหาปี60 คาดโซนกรุงเทพฯ โตกว่าปีที่แล้วสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.2% ระบุคอนโดฯระดับไฮเอนด์โตดีมีความต้องการสูง ขณะที่แรงซื้อต่างชาติเน้นระดับต่ำกว่า 10 ล้านบาท ทั้งนี้เชื่อว่าราคาที่ดินและราคาคอนโดฯยังพุ่งต่อเนื่องโดยเฉพาะทำเลซีบีดีมีโอกาสทุบสถิติอีกครั้งเหตุที่ดินแปลงใหญ่หายาก

นางสาว อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ในปี 2560 ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้มีโอกาสเติบโตดีขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งเป็นไปตามทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทยคงประมาณการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ 3.2% เช่นเดียวกับปี 2559

อย่างไรก็ดี สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯพบว่า แม้เศรษฐกิจจะลอตัว แต่ก็มีอัตราการเติบโตขึ้นโดยในส่วนของตลาดคอนโดฯย่านใจกลางกรุงเทพฯเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.7% ต่อปี โดย ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2559 มีซัพพลายในปัจจุบันที่ 122,403 ยูนิต และคาดว่าจะมีซัพพลายในอนาคตที่ 25,305 ยูนิต ขณะที่ คอนโดฯย่านมิดทาวน์และชานเมืองกรุงเทพฯ เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15%ต่อปี โดยซัพพลายในปัจจุบันอยู่ที่ 462,692 ยูนิต และคาดว่าจะมีซัพพลายในอนาคตอยู่ที่ 111,787 ยูนิต

ทั้งนี้จากการวิจัยของซีบีอาร์อียังพบว่า คอนโดฯที่แล้วเสร็จในย่านใจกลางกรุงเทพฯคาดว่าจะลดลงจากปีที่แล้วลง 4% ด้านคอนโดฯเปิดใหม่ในย่านใจกลางกรุงเทพฯในปี 2559ได้มีการลดลง 11% จากปี 2558 และปีนี้คาดว่าการเปิดตัวโครงการใหม่จะใกล้เคียงกับปี2559 แม้จะมีการเลื่อนเปิดโครงการใหม่มาจากปี 2559 ก็ตาม เนื่องจากผู้ประกอบการระมัดระวังในการซื้อที่ดินที่จะพัฒนามากขึ้น

ในส่วนของราคาขายโดยเฉลี่ยของคอนโดฯระดับไฮเอนด์ในกรุงเทพฯไม่ว่าจะเป็น ย่านสีลม/สาทร ลุมพีนี และสุขุมวิท มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 10.9 % โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 247,613 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่ราคาขายโดยเฉลี่ยของคอนโดฯในอนาคตและคอนโดฯมือสองระดับไฮเอนด์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8% คอนโดฯในอนาคตอยู่ที่ 247,613 บาทต่อตารางเมตร ส่วนคอนโดฯมือสองอยู่ที่ 198,482 บาทต่อตารางเมตร โดยคอนโดฯมือสองที่ขายดีจะอยู่ในช่วง 5-10 ปี

และในปีนี้โอกาสที่ตลาดที่อยู่อาศัยจะมีโอกาสเติบโตซึ่งเป็นผลมาจาก ความต้องการสำหรับคอนโดฯหรูยังคงสูงต่อเนื่องขณะเดียวกันผู้ซื้อพิจารณาในการเลือกซื้อมากขึ้นซึ่งไม่ได้ดูเรื่องราคาเป็นหลัก นอกจากนี้ผู้ซื้อในต่างประเทศมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่า ผู้พัฒนาอสังหาฯหลายรายจะยังคงมองหาโอกาสในการขยายตลาด ทั้งนี้คอนโดฯที่ได้ความนิยมของผู้ซื้อชาวต่างชาติคือราคาขายต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิต เนื่องจากราคาไม่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากประเทศไทยได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากการที่ไม่มีการคิดภาษีอากรแสตมป์กับชาวต่างชาติต่างจากประเทศอื่น เช่น สิงคโปร์ และ ฮ่องกง ซึ่งสิ่งนี้เป็นการช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้ตลาดอสังหาฯในกรุงเทพฯ ยิ่งขึ้น

“ซีบีอาร์อี เชื่อว่าความต้องการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ขึ้นไปจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องแม้ว่าผู้ซื้อจะมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อมากขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ ความต้องการส่วนใหญ่จะยังคงมาจากผู้ซื้อชาวไทยเป็นหลักในสัดส่วน 85% แม้ยอดขายในปีที่ผ่านมาจะชะลอตัวลง แต่ราคาคอนโดฯที่ผู้ประกอบการเสนอขายก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ (Off-plan) ในย่านใจกลางเมืองนั้นสามารถทุบสถิติราคาแตะที่ระดับสูงกว่า 3 แสนบาทต่อตารางเมตรได้มากถึง 17 โครงการด้วยกัน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านบาท”

ด้านตลาดการลงทุนนั้น มองว่า ความต้องการที่ดินในทำเลชั้นนำยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า แม้ราคาที่ดินในทำเลชั้นนำจะเพิ่มสูงขึ้นโดยในปี 2559 ราคาที่ดินในย่านเพลินจิต/ลุมพินี อยู่ที่ 1.9 ล้านบาทต่อตารางวา ,สุขุมวิท อยู่ที่ 1.75 ล้านบาทต่อตารางวา ,สีลม/สาทร อยู่ที่1.45 ล้านบาทต่อตารางวา

ทั้งนี้จากการที่ผู้ประกอบการได้ปรับตัวเข้ากับภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นในสถานการณ์ในปัจจุบัน อีกทั้งด้วยความต้องการคอนโดฯยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะในส่วนของคอนโดฯในย่านใจกลางเมืองเชื่อว่าราคาคอนโดฯในปีนี้ยังคงเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งราคาที่ดินมีโอกาสทำลายสถิติอีกครั้งในแต่ละทำเลของซีบีดี อย่างไรก็ดีในปี 2560 นักลงทุนมีแนวโน้มความต้องการในการเข้าซื้อทรัพย์สินในลักษณะของอาคารเก่าและนำมาปรับปรุงใหม่ เช่น โรงแรมเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และอาคารสำนักงาน เป็นต้นมากขึ้นเนื่องจากที่ดินทำเลดีแปลงใหญ่หายาก และแม้ว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในตลาดจะยังคงเป็นรายเดิม แต่ความสนใจจากต่างชาติที่มีต่ออสังหาฯของไทย ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินในประเทศให้แก่ผู้พัฒนาโครงการ กระตุ้นให้เกิดการร่วมทุนระหว่างบริษัทอสังหาฯไทยกับบริษัทอสังหาฯต่างชาติมากขึ้น ดังนั้นตลาดก็ยังมีช่องและเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการที่สามารถเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการที่มีอยู่

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ " Simple As Shooting " ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply