คอนโด แนวรถไฟฟ้าวุฒากาศ อ่วมซัพพลายใหม่เพิ่ม แต่ไร้เงากำลังซื้อ

คอนโดแนวรถไฟฟ้าวุฒากาศอ่วม

“คิดก่อนจ่าย ชอบค่อยซื้อ” คิดซักนิดว่าเราต้องการซื้อคอนโดมิเนียมนี้เพราะอะไร ไว้อยู่เอง หรือ ไว้ปล่อยเช่า พอเรารู้คำตอบแล้วก็มาคิดต่อว่า Supply คอนโดในตลาดตอนนี้ใน Location ที่เราตั้งใจที่จะเลือกมีมากแค่ไหน และ Demand ล่ะ วิธีดู Supply ว่ามีมากมีน้อยไม่ยากก็แค่สำรวจและติดตามข่าว เทคนิค 4 วิธีเลือกซื้อคอนโดใหม่ ส่วน Demand ต้องหาตัวช่วยเช่น จำนวนบริษัท Office แถว Location นั้นจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคตหรือไม่ โรงเรียน มหาวิทยาลัย มีนักเรียนนักศึกษามากน้อยเพียงใด ทุกข้อล้วนเป็นองค์ประกอบการตัดสินใจทั้งสิ้น

คอลลิเออร์ส ชี้พื้นที่ คอนโดแนวรถไฟฟ้าวุฒากาศ ตลาดคอนโดฯจ่อโอเวอร์ซัพพลาย ขายช้าแถมมีซัพพลายใหม่เพิ่ม ชี้เหตุโครงการอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ พื้นที่ไม่มีปัจจัยเกื้อหนุนช่วยผลักดันตลาด ด้าน”เอพี”ยันตลาดยังไปได้ดี เล็งเปิดแอสปาย สาทร-ตากสิน เฟส 3 และ แอสปาย วุฒากาศ ต่อเนื่อง รวมมูลค่า 1.8 พันล้านบาท

นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดคอนโดมิเนียมของกรุงเทพฯอยู่ในภาวะชะลอตัวตามภาพรวมของตลาด แต่ในบางพื้นที่อาจจะชะลอมากกว่าพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างและพื้นที่รอบๆสถานีที่เพิ่งเปิดให้บริการในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากบางพื้นที่ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะช่วยดึงดูดความสนใจได้

ทั้งนี้ ตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว และกำลังประสบปัญหาการขายชะลอตัวที่เห็นได้ชัดเจนคือ สถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศ ซึ่งเป็นสถานีส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าจากสถานีวงเวียนใหญ่ไปยังสถานีบางหว้า ที่เปิดให้บริการในปี 2556 สาเหตุที่ทำให้โครงการคอนโดมิเนียมรอบสถานีวุฒากาศไม่ค่อยได้รับความสนใจ ก็เนื่องมาจากในช่วงระหว่างปี 2555-2557 มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่หลายโครงการ รวมๆ แล้วประมาณ 3,900 ยูนิต จากที่ไม่เคยมีโครงการคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้มาก่อนในอดีต

สำหรับอัตราการขายได้ของโครงการในบริเวณนี้อยู่ที่ประมาณ 65% เท่านั้น ยังมียูนิตเหลือขายอีกประมาณ 1,250 ยูนิต โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.85 หมื่นบาทต่อตร.ม. ซึ่งเป็นราคาที่ปรับขึ้นจากเมื่อ 2 – 3 ปีก่อนหน้านี้ประมาณ 20 – 25%

“หลายโครงการอาจจะขายดีในช่วงต้นๆ ของการเปิดขาย หลังจากนั้นก็ชะลอไป โครงการที่เปิดขายในช่วงนั้นจะอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์รอบๆ สถานีวุฒากาศในระยะที่สามารถเดินถึงได้ทุกโครงการ แต่ปรากฏว่ายอดขายไม่ได้หวือหวาเหมือนโครงการที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าเช่นเดียวกันกับโครงการเหล่านี้ เนื่องจากว่าพื้นที่บนถนนกัลปพฤกษ์รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศนั้นยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพื่อช่วยรองรับการใช้ชีวิตประจำวัน”

หลังจากตลาดคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้ชะลอตัวในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการรายใหญ่ 2 รายเข้ามาซื้อที่ดิน และลงมือปรับพื้นที่ทันที อีกทั้งประกาศชัดเจนว่าที่แปลงนี้จะพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมภายในปี 2558โดยทั้ง 2 โครงการนี้อยู่บนถนนวุฒากาศ คาดว่ามีจำนวนยูนิตรวมกันประมาณ 1,000 ยูนิต

นายสุรเชษฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าคอนโดมิเนียมที่เหลือขายในบริเวณนี้จะมีไม่มากนัก แต่ว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสภาพของตลาดคอนโดมิเนียมที่ผู้ประกอบการคาดการณ์ผิดโดยการเปิดขายโครงการออกมามากกว่าความต้องการ และไม่ได้พิจารณาถึงสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ที่ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในหลายๆ อย่าง แม้ว่าบางโครงการจะมีให้ภายในโครงการแต่ก็ยังไม่เพียงพอ

สำหรับบริเวณอื่นๆ ที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายเป็นจำนวนมาก ก็ประสบกับปัญหาการชะลอตัวเช่นกัน เช่น พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง แต่ผู้ประกอบการก็ชะลอการเปิดโครงการใหม่ไปในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะกลับมาเปิดมากขึ้นในปีนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เช่นกัน

“ทำความเข้าใจง่ายๆก็คือถ้าคอนโดที่เราต้องการซื้อเพื่อเก็งกำไรนั้นใน Location บริเวณนั้นต้องไม่มีซัพพลายมากเกิน 15% – 20% จากตลาด”

ด้านนายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทมีแผนที่จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 10 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 2.9 หมื่นล้านบาท โดยมี 2 โครงการที่จะเปิดในพื้นที่ส่วนต่อขยายจากสถานีวงเวียนใหญ่ไปยังสถานีบางหว้า ได้แก่ โครงการแอสปาย สาทร-ตากสิน เฟส 3 จำนวน 613 ยูนิต และโครงการแอสปาย วุฒากาศ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 1.8 พันล้านบาท

“พื้นที่ส่วนต่อขยายจากสถานีวงเวียนใหญ่ไปยังสถานีบางหว้า โดยเฉพาะช่วงสถานีตลาดพลูและวุฒากาศ ถือว่ามีศักยภาพสูง ดูได้จากผู้ประกอบการเข้าไปพัฒนาโครงการในพื้นที่จำนวนมาก ในส่วนของเอพีเองก็มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการแอสปาย สาทร-ตากสิน ที่จะเปิดเฟส 3 หลังจากที่เฟส 1 มียอดขายปัจจุบันอยู่ที่ 90% หรือคิดเป็นยอดขาย 1 พันล้านบาท ในขณะที่เฟส 2 ก็มียอดขายแล้วกว่า 60% คิดเป็นมูลค่า 360 ล้านบาท ซึ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน”

Ref : Propertytoday
Info : ฐานเศรษฐกิจ

 

หนุ่มวิศวกรการบิน อายุสามสิบกว่าๆ สนใจเรื่องการเงินการลงทุน นิยมเล่นหุ้นและอสังหาฯ ศึกษาการลงทุนแนวเทคนิคอลอย่างจริงจัง เป็นคนชอบอ่านและชอบแชร์ความรู้มากที่สุด

Leave a Reply