ความคืบหน้ารถไฟฟ้า สาย “ม่วง-น้ำเงิน-เขียว” เร่งเวนคืน พ่นพิษ! คอนโดฯ ขยับขึ้นอีก10%

ความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายม่วง-น้ำเงิน-เขียว

คืบหน้ารถไฟฟ้า “ม่วง-น้ำเงิน-เขียว” รฟม.เร่งเวนคืนที่ดิน

หลังโครงการล่าช้ามานาน ทาง “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” สับเกียร์เร่งงานก่อสร้างและสะสางปัญหาสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายใหม่  ความเคลื่อนไหวล่าสุด บิ๊กคมนาคม “พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง” เร่งรัด รฟม.ปรับแผนรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) 23 กม. ที่งานโยธาเสร็จเกือบ 100% เปิดบริการเร็วขึ้นเป็น เม.ย.-พ.ค. 2559 จากเดิม รฟม.ขอปรับแผนเปิดบริการ ส.ค. 2559

“มีข้อตกลงกับผู้ผลิตรถไฟฟ้าจากญี่ปุ่น เร่งส่งมอบเป็นช่วงต้นปี59 ตามกำหนดรถไฟฟ้า 3 ขบวนแรกจะมาถึงประเทศไทย ก.ย.นี้ จากนั้น ธ.ค.เปิดทดลองวิ่งโดยให้ประชาชนมาใช้บริการได้ ส่วนจะเปิดได้ตามเป้าที่ตั้งไว้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับระบบความปลอดภัยและความพร้อมของคนด้วย”

ความคืบหน้ารถไฟฟ้า จ้าง BMCL เดินรถ 1 ปี

ความคืบหน้ารถไฟฟ้า ส่วน 1 สถานีจาก “เตาปูน-บางซื่อ” ที่ขาดช่วง 1 กม. ต้องลุ้นจะเปิดเดินรถต่อเชื่อมทันกับสายสีม่วงหรือไม่ หากไม่ทัน ผู้ใช้บริการต้องลงจากรถไฟฟ้ามาต่อรถเมล์ หรือเดิน 1 กม. เพื่อนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีบางซื่อเข้าเมือง

“พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ” ประธานกรรมการ (บอร์ด) รฟม. กล่าวว่าการเดินรถ 1 สถานี รฟม.เจรจาจ้างบีเอ็มซีแอล หรือ บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ ผู้เดินรถสายสีน้ำเงินเดิมเป็นเวลา 1 ปี เพื่อรับส่งผู้โดยสารจากรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อมายังสถานีเตาปูน จุดเริ่มต้นของสายสีม่วง อำนวยความสะดวกให้ประชาชน กับจะเร่งให้บริษัทติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณให้พร้อมเปิดใช้ทันสายสีม่วง พ.ค. 2559 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการมาตรา 13 รอสรุปใน 1 เดือนเร่งเสนอ ครม.อนุมัติและเซ็นสัญญา ต.ค.นี้

สัมปทานเดินรถสีน้ำเงินไม่คืบ

ความคืบหน้ารถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย(บางซื่อ-ท่าพระและหัวลำโพง-บางแค) 27 กม. ยังติดหล่มวิธีการคัดเลือกเอกชนมาเดินรถว่าจะเจรจาตรงกับเจ้าเดิม “บีเอ็มซีแอล” หรือประมูลใหม่ ไม่ว่าวิธีการไหน รถไฟฟ้าสายนี้ก็หนีไม่พ้นเจ้าเดิม เพียงแต่ “รฟม.-คมนาคม” กำลังหาทางซอฟต์แลนดิ้งเพื่อให้เปิดใช้เร็วขึ้น

ปัจจุบันงานก่อสร้างสายสีน้ำเงินคืบหน้ากว่า 64% ตามแผนงานเดิมทยอยเสร็จปี 2560-2561 เปิดเดินรถปี 2562 แต่สัญญาเดินรถล่าช้า จึงต้องเร่ง รฟม.เซ็นสัญญากลางปี 2559 ให้เสร็จพร้อมกับการก่อสร้าง

“เราเสนอให้เดินรถต่อเนื่องโดยเจรจารายเดิมคือ บีเอ็มซีแอล ตามที่คณะกรรมการมาตรา 13 อนุมัติ และขอใช้การลงทุนแบบ PPP Net Cost คือ เอกชนลงทุนระบบและรับสัมปทานเก็บค่าโดยสารเหมือนรถไฟฟ้าใต้ดินปัจจุบัน เพื่อลดความเสี่ยงภาครัฐ ขณะที่การเดินรถต่อเนื่องทำให้ประชาชนสะดวก ช่วยลดค่าติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ วางระบบ ค่าอุปกรณ์ 8-9 พันล้านบาท ตลอดอายุสัมปทาน 25 ปี”

สศช.ทุบโต๊ะประมูลใหม่

อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้บอร์ดสภาพัฒน์ไม่เห็นด้วย โดยต้องการให้ปฏิบัติตามมติ ครม.เดิมปี 2553 ที่อนุมัติให้เอกชนลงทุนรูปแบบ PPP Gross Cost จ้างเอกชนเดินรถเหมือนสายสีม่วง ซึ่งต้องใช้วิธีประกวดราคาตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2535 ในขณะที่กระทรวงคมนาคมกำลังทำรายละเอียดเสนอ ครม. ขอเปลี่ยนแปลงมติ ครม.ปี 2553 เปิดทางให้ รฟม.ดำเนินการโดยใช้รูปแบบ PPP Net Cost

“หาก ครม.อนุมัติตามแนวทางนี้ จะทำให้สัญญาเดินรถสายสีน้ำเงินต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556 สามารถเจรจาตรงกับเอกชนได้ โดยไม่ต้องผ่านความเห็นคลังและสภาพัฒน์”

รฟม.ชี้เจรจาตรงเร็วกว่า 6 เดือน

ด้าน “พีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล” ผู้ว่าการ รฟม.ระบุว่า หากเจรจาตรงกับบีเอ็มซีแอลและลงทุนรูปแบบ PPP Net Cost จะเกิดประโยชน์มากกว่า ใช้เวลาสั้นกว่าการเปิดประกวดราคาใหม่อย่างน้อย 6 เดือน ที่สำคัญรัฐไม่ต้องรับความเสี่ยง เอกชนก็มีความเป็นไปได้ในการลงทุนเพราะเป็นการเดินรถต่อเนื่อง ผู้โดยสารเกิดความสะดวก มีโอกาสทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นตลอดสาย เพิ่มโอกาสทำรายได้ที่คุ้มทุนมากขึ้น

เริ่มเวนคืนสีเขียว หมอชิต-คูคต

ความคืบหน้ารถไฟฟ้า ส่วนสายสีเขียว (หมอชิต-คูคต) 18.7 กม. รฟม.ให้ผู้รับเหมาเริ่มงานก่อสร้าง มิ.ย.ที่ผ่านมา ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี ปัจจุบันคืบหน้า 0.60% เตรียมปิดการจราจรถนนพหลโยธิน 17 ส.ค.นี้ รื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค ตลอดแนวมีผู้ถูกเวนคืน 262 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 275 หลัง จ่ายค่าเวนคืน 7,863 ล้านบาท ซึ่งจุดที่เวนคืนจะเป็นจุดขึ้น-ลงสถานี 16 แห่ง และศูนย์ซ่อมบำรุง 130 ไร่

ปรับแบบแก้รถติดแยกรัชโยธิน

ขณะที่การแก้ปัญหาการจราจรบริเวณแยกรัชโยธิน “พล.อ.ยอดยุทธ” กล่าวว่า รฟม.ปรับแบบใหม่สร้างสะพานยกระดับสูง 2 เมตรพร้อมทางขึ้นลงใต้เสาตอม่อรถไฟฟ้า จะสร้าง 3 สะพาน คือ “แยกรัชโยธิน-เสนา-เกษตรศาสตร์” จากเดิมสร้างยาวจากรัชโยธิน-เกษตรศาสตร์

“การปรับแบบล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กทม. และหารือร่วมกับอิตาเลียนไทยฯ ผู้รับเหมาก่อสร้างด้วย เพราะทำให้ค่าก่อสร้างลดลง”

ความคืบหน้ารถไฟฟ้า ส่วนสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) 12.8 กม. ผลงานก่อสร้างคืบหน้า 61.10% เปิดใช้บริการต้นปี 2563 พร้อมกับช่วง “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต”โดยให้ “บีทีเอส-บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ” เป็นผู้รับสัมปทานเดินรถทั้ง 2 ช่วง ตามที่ กทม.ขอรับโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยายมาอยู่ในความดูแลหลัง “รฟม.” สร้างเสร็จ

ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาค่าก่อสร้างกับ “กทม.-บีทีเอส” ที่จะต้องจ่ายคืนให้ รฟม. วงเงินกว่า 45,983 ล้านบาท แยกเป็นช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต 28,892 ล้านบาท ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 17,091 ล้านบาท

ราคาที่ดินใหม่พ่นพิษ! คอนโดฯ ขยับขึ้นอีก10%

นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พร็อพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ปีนี้ คาดว่าจะมีซัพพลายใหม่ประมาณ 5-6 หมื่นยูนิต โดยช่วงครึ่งปีแรกเปิดใหม่ 2.5 หมื่นยูนิต เพิ่มขึ้น 6.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราการขายอยู่ที่ 45-55%

และพบว่าราคาขายคอนโดมิเนียมเฉลี่ยทุกทำเลอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. ปรับเพิ่มขึ้น 10% จากปลายปี 2557 จากต้นทุนราคาที่ดินที่ปรับขึ้น ทำเลที่ปรับเพิ่มมากที่สุดคือ ย่านใจกลางเมือง เพิ่มขึ้น 12% ขายเฉลี่ย 1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม. เช่นเดียวกับแนวรถไฟฟ้าและรอบเมือง ปรับขึ้น 12% ขายเฉลี่ย 8.5 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. ส่วนชานเมืองปรับขึ้น 3% ขายเฉลี่ย 6.4 หมื่นบาทต่อ ตร.ม.

นางนลินรัตน์ กล่าวว่า สำหรับราคาที่ดินปีนี้ปรับเพิ่มขึ้น 15% ย่านใจกลางเมืองราคาขายอยู่ที่ 1.9 ล้านบาทต่อ ตร.วา จากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 1.5-1.6 ล้านบาทต่อ ตร.วา ส่วนครึ่งปีหลัง ประเมินว่าจะมีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่อีก 2.5-3 หมื่นยูนิต คาดว่าอัตราการขายจะอยู่ใกล้เคียง 50% “แนวโน้มราคาคอนโดฯจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากราคาที่ดิน การพัฒนาโครงการต้องระมัดระวังเพราะกำลังซื้อปรับเพิ่มขึ้นไม่ทันกับราคาขาย ปี 2559 จะปรับราคาที่ดินใหม่แพงขึ้นอีกประมาณ 25% ส่งผลต่อราคาคอนโดฯเพิ่มขึ้นอีก 10% เป็นอย่างน้อย กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบคือกลุ่มตลาดกลาง เซ็กเมนต์บี”

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอทเสทไวส์ จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาโครงการใหม่ของผู้ประกอบการรายเล็กปีนี้จะต้องประเมินภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก เพราะเศรษฐกิจปีนี้ค่อนข้างชะลอตัวมีผลกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภค ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2558 บริษัทได้จำกัดการซื้อ 2 ยูนิตต่อราย เพื่อป้องกันกลุ่มเก็งกำไร และปรับเพิ่มเงินดาวน์จากเดิม 10% เป็น 12-15% สำหรับที่เหลือของปีนี้จะเปิดอีก 3 โครงการ

ล่าสุดเปิดโครงการเอพพิโซด ย่านสะพานใหม่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายหยุด เป็นคอนโดฯ 14 ชั้น พื้นที่ 2.5 ไร่ จำนวน 465 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท เปิดขายวันที่ 29-30 สิงหาคมนี้ และมีแผนจะพัฒนาคอนโดฯ ออนเนอร์ ย่านรามอินทรา รวมถึงบ้านหรู ย่านประดิษฐ์มนูธรรม ราคาเฉลี่ย 20 ล้านบาท รวม 12 ยูนิต

บทความที่เกี่ยวข้อง
บิ๊กอสังหาฯ สรุปยอดรับรู้รายได้ครึ่งปีแรก 2558 ฟันยอดโอนมากกว่า 70,000 ล้าน
พลัส พร็อพเพอร์ตี้วิเคราะห์ ตลาดคอนโดครึ่งปีแรก ราคาเฉลี่ยโครงการใหม่เพิ่มขึ้น35%

Ref: Propertytoday
Info: มติชน, ประชาชาติธุรกิจ

ผู้ดูแลเว็บ หรือ บางคนเรียก ยามเฝ้าเว็บ...

Leave a Reply