Seeding Marketing เวิร์คจริงหรือ?

SeedingMarketing

 

Seeding Marketing คืออะไร?

คำนิยามจำกัดความแท้จริงแล้ว สามารถสรุปง่ายๆก็คือ การสร้างข้อความหรือบทสนนทนา อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องไม่จริงขึ้นอยู่กับ เป้าหมายที่ต้องการสื่อ เช่น การที่ลูกค้าต้องการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์อาทิ สินค้าประเภทแฟชั่น เครื่องสำอาง ร้านอาหาร และอื่นๆ นอกจากเรื่องของ รูปลักษณ์ ราคา และคุณภาพของสินค้าเป็นที่ถูกใจแล้วสิ่งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าก็คือความน่าเชื่อถือ ทั้งในด้านคุณภาพของสินค้าและความเชื่อมั่นในการบริการของร้านค้าออนไลน์เหล่านั้น ส่วนหนึ่งวัดจากคำสนทนาของผู้ที่เคยสั่งซื้อสินค้า หรือใช้สินค้าที่สนทนากันตามกระดานสนทนาและตามเว็บไซต์ต่างๆรวมถึงการรีวิวสินค้าของลูกค้าเมื่อนำไปใช้แล้วได้ผลจนทำให้เกิดความประทับใจและอยากบอกเล่าให้คนอื่นได้รับรู้ จึงทำให้เกิดกลยุทธ์ด้าน SEEDING MARKETING ขึ้น ซึ่งถ้าร้านของคุณเป็นที่น่าเชื่อถือ ธุรกิจของคุณก็จะเหนือคู่แข่งในทันที ลูกค้าก็จะยินดีซื้อสินค้า และบริการของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น

Seeding Marketing เรื่องจริง ปนเรื่องขาย?

“ชีวิตฉันเปลี่ยนไป เพราะเจ้านายบอกว่า…ฉันเป็นลูกคนเดียวเป็นคนเรียนโอเคมาตั้งแต่เด็ก จบมัธยมปลายจากโรงเรียนหญิงล้วน ต่อปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยมีชื่อในกรุงเทพฯเกรดเฉลี่ยดี และเมื่อทำงาน ฉันก็สนุกสนานและตั้งใจทุ่มเทกับการทำงานเป็นที่สุด”

ทำงานมา 2 ปีกว่า ลาหยุดไปแค่ครั้งเดียวฉันเป็นคนมุ่งมั่นทำงาน แต่ไม่ขยันทำสวย เพราะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ในเมื่อเรามีสมอง มีความสามารถ ก็ไม่เห็นจะต้อง worry ไปทำงานก็แต่งตัวแบบที่คนในออฟฟิศแซวว่า เหมือนคุณครูมากกว่าสาวออฟฟิค ซึ่งฉันก็รู้สึกตะหงิดๆกับคำทักเหล่านั้น

แต่ก็ไม่เห็นเป็นสาระสำคัญอะไร จนมาวันหนึ่ง ฉันก็พบว่าเรื่อง look ของคนเรา บางทีมันมีอิทธิพลมาก มากเสียจนฉันสูญเสียความมั่นใจ…และเสียน้ำตา!

มันคือวันที่โบนัสออก เจ้านายในแผนกของฉันก็พาลูกทีมไปเลี้ยงที่ร้านอาหาร มีดื่มกันพอประมาณ แล้วก็มีร้องคาราโอเกะกันด้วย ราวๆเที่ยงคืน น้องคนหนึ่งซึ่งเพิ่งเข้ามาใหม่ได้ไม่ถึงปีก็กระซิบถามฉันว่า ได้โบนัสเยอะไหม

ฉันรู้ว่าสิ่งไม่ควรถามหรือบอกกัน มันเป็นมารยาทและความลับองค์กร แต่น้องยังเด็กคงไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมอะไร ฉันก็เลยบอกน้องไป ว่าฉันได้ 1.5 เดือน รวมเป็นเงินราว 50,000 บาท และฉันถามน้องกลับแบบไม่ได้ใส่ใจนัก แต่คำตอบของน้องที่บอกฉันกลับว่า ได้โบนัส 2.5 เดือน รวมเป็นเงินราว 80,000 กว่าบาท

มันเหมือนโลกพังทลาย มีคำถามตามมามากมาย ฉันตัดสินใจลุกไปหาเจ้านาย แล้วถามเขาตรงๆ ซึ่งคำตอบที่ได้คือ

ง่ายๆเลยนะใครๆก็อยากร่วมงานกับคนที่ดูดี ดูแล้วเจริญหูเจริญตาไม่ใช่ป้าตุ้มทุยโอ้ว พระเจ้า เขาเรียกฉันว่าป้าตุ้มทุย

ความมั่นใจทั้งหมดทั้งมวลที่ฉันมี มันสลายหายไปหมด ฉันรู้ว่าไม่ใช่คนแต่งตัวเก่ง ไม่ชอบแต่งตัวโป๊ เซ็กซี่ และที่สำคัญ ฉันรู้สึกว่าน้ำหนัก 65 ของฉัน(ความสูง 160 เซ็นติเมตร)มันก็ไม่ได้ถึงกับอ้วนเกินไปหรือเปล่า (ที่บ้านฉัน หุ่นทรงประมาณนี้กันทั้งตระกูล) แต่ในสายตาของขา ทำไมมันดูแย่ขนาดนั้น…

ฉันเรียกแท๊กซี่กลับบ้าน โชคดีที่วันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ก็เลยไม่ต้องไปทำงานให้ปวดใจ นอนจมอยู่บนเตียงครึ่งวัน มันกินอะไรไม่ลง พอตกเย็นอยู่ดีๆก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสมัย ม.ปลายนางโทรมาบอกว่าจะแต่งงาน เจ่าบ่าวเป็นคนที่ทำงานนั่นแหละ ชีวิตฉันกับเพื่อนช่างมีจังหวะที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่โทรศัพท์สายนี้ของเพื่อนก็มีความหมายกับฉันมาก

ค่ำนั้น นางมาหาที่คอนโด เพื่อที่จะเอาการ์ดแต่งงานมาให้ ด้วยความที่เราโตมาด้วยกัน ฉันจึงรู้สึกสนิทใจที่จะระบายเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังและว่าที่เจ้าสาวเพื่อนของฉันคนนี้นี่เอง ที่เป็นทูตความงามของชีวิต นำความเปลี่ยนแปลงมาให้ฉันมากมาย และทำให้ฉันในวันนี้เปลี่ยนไป จนเมื่อเอารูปเก่าให้ดู ก็มีแต่คนบอกเหมือนป้ากับหลาน

เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่ “อย่าหยุดสวย”และอย่าเชื่อแค่ว่า “เก่งและขยันอย่างเดียว”ก็พอ เพราะในชีวิตจริง ต่อให้เราไม่ได้ทำงานที่ต้องโชว์สวย อย่างรีเซฟชั่น,ประชาสัมพันธ์,พริตตี้ อะไรพวกนั้น

ความดูดีก็มีผลจริงๆฉันเจอมาแล้วกับตัว…ฉันขอแบ่งปันสูตรเปลี่ยนแปลงตัวเองตามขั้นตอน ดังนี้

เรื่องหุ่น:สิ่งที่ฉันไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญเพราะเห็นว่าเราก็ไม่ได้ถึงกับเป็นช้างน้ำฮิปโป แต่เพื่อนบอกว่ามันหนาไป และในสายตาของคนสมัยนี้ จัดว่าอ้วนแล้ว เพื่อนลากฉันเข้าไปสมัครฟิตเนสที่ Body Perfect ในวันรุ่งขึ้นซึ่งไกล้คอนโด จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านไปไม่ถึงปร ตอนฉันเหลือน้ำหนักแค่ 48 กิโล ไม่มีไขมันย้วยๆผิวส้มตามต้นขาและพอผอมเฟิร์มๆเราก็ดูเด็กลงมาโดยอัตโนมัติ

เรื่องเครื่องหน้า:นางบอกว่าอวัยวะทุกส่วนบนใบหน้าของฉัน OK อยู่แล้ว ยกเว้นจมูก และนางก็แนะนำคลินิกศัลยกรรมให้แถวรัชดา

ทุกวันนี้ฉันได้ทำงานที่ใหม่ ที่เงินเดือนมากกว่าเดิมเท่าตัว ฉันยังเป็นคนขยัน ทำงานเก่งไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ รูปร่างหน้าตา

ฉันต้องขอบคุณเพื่อนสาวสมัยกระโปรงบานขาสั้น ขอบคุณฟิตเนสคู่กายและคุณหมอ ซึ่งก็หวังว่าเรื่องราวของฉัน จะเป็นแรงบันดาลใจให้สาวเก่งหัวใจแกร่ง ที่ไม่ยอมหยุดสวยทุกๆคนจ้า…

หากสิ่งที่เกิดขึ้นที่เว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง การเล่าเรื่องมีภาพประกอบ Before&After ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เรื่องราวมีที่มาที่ไป คนอ่านแล้วอิน ก็จะแชร์ เกิดการรับรู้ขยายไปสู่ Social Network และ Community ต่างๆ แบบไม่รู้จบ….

งานนี้ คลินิกและสถานออกกำลังกาย จ่ายค่าจ้างเขียนราว 50,000-200,000 บาท จ่ายเอเยนซี่ในการบริหารจัดการอีกบาส่วน ก็จะมีลูกค้าจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้าไปใช้บริการแบบไม่ขาดสาย

นี่คือเรื่องจำลองถึงสิ่งที่เราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในโลกออนไลน์ ที่มีการ seeding หว่านเมล็ดพันธ์ของข้อมูลไว้ ให้เกิดการเติบโตกระจายต่อ

ภาพจริงกับภาพที่สร้างขึ้น สลับกันไปมาเนียนบ้าง ไม่เนียนบ้างยิ่งเนียน ยิ่งดราม่า ยิ่งส่งผลดีกับธุรกิจและยอดขายอย่างมากมายมหาศาล กระทู้เดียว หากินได้ตลอดกาลจริงๆ

กระตุ้น Seeding Marketing จำเป็นต้องซื้อ Facebook Ad อีกเหรอ?

ใช้วิธี Seeding Marketing แล้วทำไมต้องซื้อ Facebook Ad อีก นี่คงเป็นคำถามของหลายๆ คนรวมถึงนักการตลาดและนักประชาสัมพันธ์ ที่ยังแปลกใจว่าทำไมเรายังจำเป็นต้องซื้อโฆษณาผ่าน Facebook หรือ สื่อ Social Media ต่างๆ เพื่อกระจายข่าวนั้นๆ อีก หรือ เพียงแค่ การทำ Seeding อย่างเดียวอาจมีผลหรือไม่มีก็ได้ถ้า Seeding นั้นมันไม่เนียนพอ แต่ถ้ามีการวางแผนการทำ Seeding ได้ดีมากสามารถสร้าง Story ได้อย่าง Strong เราก็สามารถนำ Capture นั้นมาทำการขยายต่อให้แรงและชัดเจนมากยิ่งขึ้น อย่าง Case Study ของ KFC

SeedingMarketing - Promote Facebook

อีกทั้งเพราะทุกวันนี้ Organic Reach ของ Facebook เมื่อมีการโพสลงบนแฟนเพจแล้ว โอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือคนที่กดติดตามแฟนเพจของเราลดน้อยลงทุกที ทำให้ข่าวที่เราทำการประชาสัมพันธ์นั้นไม่เป็นที่พูดถึง หรือ กล่าวอีกนัยนึงคือ ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เราทำนั้นไม่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ

ยังคงต้องซื้อ โฆษณาผ่าน Facebook?
คำตอบคือ “ใช่” นั่นก็เพราะเมื่อมีการซื้อโฆษณาผ่าน Facebook แล้วไม่เพียงแต่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายและขยายฐานผู้รับข่าวสาร ยังสามารถ generate คอนเท้นท์ต่างๆ บนโฆษณาชิ้นนั้นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการคอมเม้นท์ หรือแชร์คอนเท้นท์นั้นออกไปอีก ทำให้เกิด earn media อีกต่อหนึ่ง

Ref: Propertytoday
Info: M2F

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply