อีก 5 ปีข้างหน้า Online Influencer อสังหา จะมาแทนที่โฆษณา 75%

online-influencer-realestate

อะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความน่าเชื่อถือของโฆษณาที่แบรนด์ชอบออกมาพูดในมุมของตัวเองแต่ไม่คิดเลยที่จะพูดในมุมของผู้บริโภคและมักจะยัดเยียดขายของ “Hard Sale” อยู่เสมอสอดคล้องกับงานวิจัยของ บริษัท เอ็นไวโรเชล (ประเทศไทย) พบว่าผู้บริโภคที่ต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์จะไม่เข้าเว็บไซต์แต่จะเข้าไปดู Comment Review หรือคำแนะนำของกลุ่ม Online Influencer อสังหา, Opinion Leader, บล็อกเกอร์มากกว่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักมีประสิทธิภาพสูงอยู่เสมอ

จากกรณีศึกษาของ บ.เอ็นไวโรเซล จะเห็นว่าทุกวันนี้ เป็นที่ประจักษ์แก่นักการตลาดแล้วว่า ผู้บริโภคไม่เชื่อนักการตลาดอีกต่อไป สาเหตุหลักๆมาจากการพยายามโฆษณาเกินจริง เช่น เห็นผลทันที เห็นผลใน 7 วัน,ใช้แล้วหายขาดไม่กลับมาเป็นอย่างเดิมอีก หรือลดสูงสุด 70% (เอาเข้าจริง ลดแค่ไม่กี่ชิ้น ส่วนใหญ่ ลดแค่ 30%) เป็นต้น

การตลาดลักษณะนี้ ทำกันมาช้านาน และก็ยังนิยมทำอยู่โดยเหมือนไม่ได้ตระหนักว่า ผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปแล้ว และถ้ายังคงทำกันแบบนี้อยู่ ยอดขายที่สูงๆ ในสมัยที่ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อย ย่อมต้องตกลงอย่างแน่นอนค่ะ เพราะผู้บริโภคใช้แล้วไม่เป็นเช่นนั้น

เจอบ่อยๆเข้า บวกกับมีทางเลือกอื่นที่เพิ่มเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็น OTOP SME การสั่งสินค้าจากต่างประเทศทางอินเตอร์เน็ตได้อีก ผู้บริโภคไม่เคยมีทางเลือกที่มากมายอะไรขนาดนี้มาก่อน เราจึงจะเห็นได้ชัดๆเลยว่า การตลาดแบบ ‘บอกปากต่อปาก’ถึงได้เติบโตมากขึ้นถึงเพียงนี้

นั่นเป็นเพราะผู้บริโภคไม่ไว้ใจนักการตลาดด้วยการที่ใช้สินค้าแล้ว ไม่เห็นผลอย่างที่กล่าวในโฆษณา เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีสะสมในใจขึ้นมา เลยหันไปเชื่อ Review ดีกว่า ขนาด Review จากคนไม่รู้จักกัน ยังเชื่อมากกว่าแบรนด์ออกมาพูดเอง ทำให้คาดการณ์ว่าในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีผู้บริโภคเพียง 25% ที่ยังเชื่อในโฆษณากันอยู่ สาเหตุที่ผู้บริโภคเชื่อ Review กันมาก เพราะเชื่อว่ามันมาจากประสบการณ์ผู้ใช้จริง สินค้าเดียวกัน ถ้าแบรนด์พูดเอง ผู้บริโภคแปลว่าเป็นการ ‘ขายของ’ ในทันที แต่เชื่อไหมคะ ถ้าผู้บริโภค Review จะเป็นการ ‘แชร์’

นอกจากความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจกว่าแล้วผู้บริโภคยังรู้สึกว่า Online Influencer นั้นเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กก็จะชอบอ่านบล็อกเกอร์ของแบ็กแพ็กเกอร์ คือ ตรงประเด็น ไม่ต้องเสียเวลาไปอ่านเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องไม่สนใจ ที่สำคัญคือ สัมผัสได้ถึงความจริงใจมากกว่า เพราะเขียนจากประสบการณ์จริง

สมมติว่าไปท่องเที่ยวสถานที่หนึ่ง ก็จะรู้ว่าในฐานะ เป็นนักท่องเที่ยวต้องเจออะไรบ้าง คือเข้าใจลึกซึ้งถึงจิตใจและสามารถเขียนเล่าประสบการณ์ได้อย่างละเอียด และรอบคอบ คือ ‘รู้ลึก’ แต่อ่านง่าย ไม่ซับซ้อน ทำตามไม่ยาก เพื่อให้คนอื่น ที่จะ ‘ตาม’ มาแล้ว ก็จะได้ประสบการณ์เดียวกัน

ความสำเร็จของบล็อกเกอร์ อยู่ตรงที่ ‘รู้ใจ’ เช่น รู้ว่าแบ็กแพ็กเกอร์มองหาของถูก ก็จะแนะนำร้าน ที่พัก ราคาถูก ทิปส์ต่างๆที่ช่วยให้ประหยัดขึ้น การเขียนจากมุมมองที่ตัวเองเป็นนักท่องเที่ยวจริง ทำให้เข้าใจความต้องการอย่างถ่องแท้ และเมื่อผู้บริโภคคลองตาม ก็จะเจอประสบการณ์อย่างที่เล่ามาจริง เลยสะสมความประทับใจ และบอกต่อ จนเกิดกระแสการบอกปากต่อปากจนหลายบล็อกเกอร์เป็นที่โด่งดัง เพราะแสดงความจริงที่ผู้บริโภคเองก็สัมผัสได้นั่นเอง

ตอนนี้นักการตลาดก็รู้แนวผู้บริโภค เลยพยายามที่จะใช้ผู้บริโภคเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ พยายามสร้างรีวิว ซึ่งถามว่าดีไหม ตอบได้ค่ะว่าจะดีก็ต่อเมื่อ นักการตลาด รู้ใจ รู้ลึก เข้าใจถึงความต้องการผู้บริโภคและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดี ได้จริง จึงจะเกิดกระแส การบอกปากต่อปาก

อะไรที่นักการตลาดเข้ามาแทรกแซง โดยความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมาจากผู้บริโภคกันเองถูกบิดเบือน มันก็กลับมาวงจรเดิมค่ะ คือวงจรของความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า แนวโน้มของผู้บริโภคก็จะเริ่มเปลี่ยนจากการเชื่อรีวิว เป็นการเชื่อกันเองในหมู่เพื่อน ญาติ คนรู้จักค่อนข้างเป็นวงจรซ้ำซ้อนเช่นนี้ ไม่ว่าแบรนด์จะวิ่งไล่จี้ผู้บริโภคอย่างไร ผู้บริโภคก็หาทางดิ้นหนี ตราบใดที่ไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์จริงๆ

ในเมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนไปซะขนาดนี้แล้ว ทำไมเรายังมัวแต่มาหมกมุ่น แต่การสร้างโฆษณาชวนเชื่อ เหนื่อยกับการหาวิธีที่จะทำให้คนเชื่อ ทำไมเราไม่หมกมุ่นกับการผลิตของที่มันดีจริงๆและใส่ใจกับการไม่โฆษณาเกินจริงให้ประสบการณ์จริงตามคุณสมบัติถ้าไม่สร้างความคาดหวังมาก ก็ไม่ผิดหวังมากค่ะ หันมาทำการตลาดที่สร้างประสบการณ์ดีๆสร้างความจริงใจกันเถอะค่ะ เพราะนั่นคือ สิ่งที่ผู้บริโภคทุกวันนี้และอนาคตโหยหาค่ะ

Ref: Propertytoday
Info: Business Plus

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply