ธุรกิจขายตรง เฮ!! สื่อออนไลน์ดันตลาดโต 3-5%

cover-ธุรกิจขายตรง

ทุกวันนี้การใช้สื่อออนไลน์ช่วย ธุรกิจขายตรง ดันกลุ่มผู้ใช้ได้ตรงตามเป้าหมายยิ่งมีบทบาทสำคัญมากอีกทั้งได้ผลดีเกินคาด สวนทางกลับยุคเศรษฐกิจฝึดเคื่องซึ่งล่าสุด ส.ขายตรงไทย จับมือ SAB เผยผลวิจัยความเห็นคนไทยต่อธุรกิจขายตรง พบทิศทางบวกชอบใช้สินค้าขายตรง และสื่อออนไลน์ยังมีอิทธิพลต่อการรับรู้ข่าวสาร นายกฯ แนะผู้ประกอบการรับมือเสริมสร้างความเข้มแข็ง คาดโตปี 59 โตเท่าปีที่ผ่านมา 3-5%

ดร.ภคพรรณ ลีวุฒินันท์ นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA (Thai Direct Selling Association) เปิดเผยว่า สมาคมได้ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) จัดทำโครงการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ทัศนคติ และความสนในใจการทำธุรกิจขายตรง : กรณีศึกษากลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ เพื่อใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรง และให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งงานวิจัยครั้งนี้ต้องการมุ่งเน้นสำรวจกลุ่มเป้าหมายเจาะลึกไปยังกลุ่มคนช่วงอายุต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งศึกษาถึงพฤติกรรมการบริโภคสื่อของกลุ่มคนแต่ละช่วงวัยอีกด้วย

SAB-สำรวจธุรกิจขายตรง

จากผลสำรวจพบว่าคนไทยสนใจและพึงพอใจขายตรงมากขึ้น และยังพบว่าปัจจุบันสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้บริโภคให้ความสนใจสื่อออนไลน์ ขณะเดียวกันการซื้อสินค้าของผู้บริโภคทั้งสินค้าทั่วไปและสินค้าในธุรกิจขายตรง มีปัจจัยส่วนใหญ่ที่เหมือนกัน แต่สำหรับสินค้าในธุรกิจขายตรง มีปัจจัยเรื่องการรับประกันคุณภาพสินค้าและการบริการหลังการขาย เป็น 2 ปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ในการพิจารณาซื้อสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงจะต้องนำข้อมูลไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์

“ส่วนภาพรวมธุรกิจขายตรงในปีนี้ คาดว่าจะมีทิศทางเดียวกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 7.3 หมื่นล้านบาท เติบโตในอัตรา 3-5% โดยปีที่ผ่านมามีคนเข้ามาร่วมดำเนินธุรกิจขายตรงเติบโต 5% หรือมีจำนวนรวมกว่า 11 ล้านคน ส่วนยอดขายสินค้าของธุรกิจขายตรงทุกบริษัทรวมกัน น่าจะมีสัดส่วนประมาณ 5-10% สำหรับแนวทางการดำเนินงานต่อไปของสมาคม คือการเตรียมจัดงาน มหกรรมขายตรงไทย 2016 เป็นมหกรรมขายตรงครั้งแรก โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคมนี้ ที่ลานโปรโมชันสแควร์ 2 ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ โคราช ก่อนจะขยายความร่วมมือและต่อยอดไปยังภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคกลางต่อไป”

ด้านนายธน หาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) กล่าวว่า การจัดทำโครงการสำรวจพฤติกรรมการบริโภค ทัศนคติ และความสนใจในการทำธุรกิจขายตรง โดยสำรวจบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้จำหน่ายอิสระ 4 กลุ่ม คือ Gen B อายุ 52-70 ปี Gen X อายุ 37-51 ปี Gen Y อายุ 22-36 ปี และ Gen Z อายุ 18-21 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา โดยใช้วิธีการสุ่มแบบกำหนดโควต้า เพื่อให้มีการกระจายตัวอย่างไปตามพื้นที่ และช่วงอายุที่กำหนด รวม 1,951

korea-king-pan-cooking

ตัวอย่างผลสำรวจ 4 กลุ่มอายุ พบว่า เนื้อหาในสื่อที่มีการติดตามมากที่สุดคือ ข่าวสารทั่วไป 97.3% รองลงมาคือข่าวบันเทิง 81.0% ขณะที่กว่า 34% สนใจติดตามข่าวสารธุรกิจขายตรง โดยกลุ่ม Gen Y และ Gen Z มีแนวโน้มให้ความสนใจมากกว่ากลุ่ม Gen B และ Gen X ผลการสำรวจยังพบว่าสื่อฟรีทีวียังเป็นช่องทางอันดับหนึ่ง แต่โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ เฟซบุ๊ก และไลน์ ได้ขยับขึ้นมามีบทบาทและมีอิทธิพลด้านข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้นมากกว่าสื่อวิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ โดยเฉพาะกับกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่ใช้เวลากับสื่อออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 5.30 ชั่วโมงต่อวัน อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่า มีผู้บริโภคเพียง 17% เท่านั้นที่เชื่อมั่นการสั่งสินค้าแบบออนไลน์ ในขณะที่กลุ่มที่ไม่เชื่อมั่น และไม่แน่ใจ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือประมาณ 40%

นอกจากนี้ จากการสอบถามประสบการณ์การใช้สินค้าขายตรงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา พบว่า 45.8% เคยใช้สินค้าขายตรง โดยประเภทสินค้าที่เคยใช้มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 41.7% ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม 41.5% และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวหรือของใช้ประจำวัน 27.6%

 

REF: Propertytoday
INFO: DPR

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply