10ไอเดีย แต่งห้องลูกตามสไตล์ดารา

ไอเดียแต่งห้องลูกตามสไตล์ดารา

พื้นฐานของการแต่งห้องที่ดีให้เหมาะสมกับวัยของเด็กเพื่อเสริมการพัฒนาการทางความคิด อีกทั้งยังเสริมจิตนการความคิดสร้างสรรค์ให้กับตัวเด็กเอง บทความนี้รวม 10ไอเดีย แต่งห้องลูกตามสไตล์ดารา โดยเฉพาะห้องเล่นลูกของคุณพลอยชิดจันไว้ หรือห้องคุณพอลล่า ไว้อย่างน่าสนใจ

สำหรับคนที่มีครอบครัวแล้ว ห้องที่มีความสำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆ ในบ้านเลยก็คือ “ห้องลูก” เพราะเป็นห้องที่คุณพ่อ คุณแม่เองก็น่าจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างในการประดับตกแต่ง เช่นเดียวกับสิ่งที่คิดและฝันไว้ว่าห้องนอนของลูกเธอจะต้องเป็นอย่างไร ด้านหน้าห้องลูก ที่เจ้าของบ้านยังออกแบบเป็นมุมนั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือชิลๆ ก่อนเข้าห้อง

จัดบ้านอย่างไรดีให้มีห้องเด็กได้ด้วย เอาไว้ให้เด็ก ๆ มีพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือ นอนหลับ และพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัวบ้าง ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ไอเดียเปลี่ยนมุมอับให้เป็นห้องเด็ก หรือใช้ประโยชน์จากมุมอับ โดยการตกแต่งให้เป็นห้องเด็กเหล่านี้ จะเป็นทางออกที่ดีให้กับคุณพ่อ-คุณแม่ที่กำลังหาคำตอบได้

แต่งห้องลูกตามสไตล์ดารา “คุณพลอย” เนื่องเพราะตัวเองชอบซื้อของเล่น ของใช้เด็กๆ เก็บไว้ ก็เลยเกิดไอเดียอยากทำห้องลูกเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าก่อน ไอเดียที่ออกมาจึงเป็นแบบกลางๆ ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นห้องนอนสำหรับลูกชายหรือลูกสาว

ไอเดียหลักๆ สำหรับห้องลูกน้อยของเธอก็คืออยากให้ห้องๆ นี้มีมุมของเล่นช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กับลูกน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมเรื่องฟังก์ชั่นการจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ สุดท้ายจึงมาลงตัวที่การจัดวางในแนวตั้งทำให้ผนังได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

kidroom-idea3

ห้องนอนกับสีสัน สีสันที่สดใสจะช่วยกระตุ้นจินตนาการและการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ดี แต่ทั้งนี้ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมด้วย เช่น ห้องนอนที่มีขนาดเล็กควรเลือกใช้สีในโทนอ่อน ถ้ามีพื้นที่กว้างหน่อยก็อาจเลือกใช้สีสันได้หลากหลายกว่า แต่ก็ไม่ควรใช้สีที่จัดจ้านมากไปจนทำให้เกิดความไม่สบายตา อาจมีการตกแต่งผนังบางส่วนด้วยการเพ้นท์ลวดลายเพื่อเพิ่มลูกเล่น หรือจัดมุมศิลปะเล็กๆ เพื่อให้เด็กๆ มีพื้นที่ในการขีดเขียน เพราะจากงานวิจัยพบว่าศิลปะจะช่วยพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ หรือ ความฉลาดในการแก้ปัญหาของเด็กๆ ได้ดี ออกแบบห้องนั่งเล่นตามหลักฮวงจุ้ย

10ไอเดีย แต่งห้องลูกตามสไตล์ดารา

1.การจัดวาง หมอน ผ้าห่ม ชั้นวางของ บริหารพื้นที่อย่างฉลาด

แต่งห้องลูกตามสไตล์ดารา ไม่ว่าจะเป็นมุมที่อยู่ส่วนใดของบ้านก็ตามแต่ ก็สามารถครีเอทให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเด็ก ๆ ได้ แค่ใช้ หมอน ผ้าห่ม และชั้นวางของ โดยการตกแต่งมุมห้องด้วยเบาะ ผ้าห่ม และหมอนอิงสีสันสดใสสักชุด แล้วติดชั้นวางหนังสือ ของเล่น หรือตะขอตกแต่งที่เหมาะกับเด็ก ๆ เอาไว้ด้านข้าง เพียงเท่านี้ก็มีพื้นที่เอาไว้ให้เด็ก ๆ มานั่งเล่น นอนหลับ อ่านหนังสือแบบส่วนตัว

2.โต๊ะการบ้านส่วนตัว พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ

มุมอับนั้นไม่จำเป็นต้องมีที่นอนก็ได้ ถ้าหากเด็ก ๆ ยังนอนรวมกับคุณพ่อ-คุณแม่ได้อยู่ แต่ควรจะมีโต๊ะส่วนตัวเอาไว้ให้เด็ก ๆ ได้ทำอะไรแบบส่วนตัวบ้าง สำหรับอุปกรณ์สำหรับเด็กต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเขียน หนังสือ หรือแม้กระทั่งของเล่น ให้นำไปติดตั้งเอาไว้บนผนังข้าง ๆ โต๊ะของเด็กแทน จะได้ไม่กินพื้นที่ภายในบ้าน และในขณะเดียวกันก็มีของสำหรับเด็กเอาไว้ใช้อย่างครบครัน

3.ตู้เสื้อผ้าวางไว้ถูกที่เพิ่มพื้นที่สร้างกิจกรรมให้ลูก

หากบ้านไหนพอจะมีตู้เสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว และมีความกว้างมากพอสามารถเดินเข้า-ออกได้ หรือแบบวอล์คอิน (Walk-in) ก็จัดแต่งด้านในตู้เสื้อผ้าเสียใหม่ให้กลายเป็นห้องเด็กสำหรับลูกสาวหรือลูกชายก็ได้ โดยอาจจะใช้ชั้นวางของเป็นทั้งโต๊ะทำการบ้าน และเก็บของของเด็ก ๆ ไปในตัว อีกทั้งบางเวลายังเอาไว้ให้เด็ก ๆ หลบ ตอนเล่นเกมซ่อนหาได้ด้วย

4.พื้นที่ใต้บันไดใช้ให้คุ้ม ที่ซ่อนสมบัติเจ้าตัวน้อย

สำหรับพื้นที่ใต้บันไดก็ไม่จำเป็นต้องปิดเป็นห้องซะทีเดียว เพราะคุณพ่อ-คุณแม่จะได้มองเห็นเด็ก ๆ ได้ว่า กำลังทำหรือเล่นอะไรอยู่ แค่มีราวเอาไว้สำหรับแขวนเสื้อผ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ชั้นวางของ กล่องเก็บของเล่น หากมีพื้นที่เหลืออยู่บ้าง ก็อาจจะเอาเตียงนอนหรือเบาะนุ่ม ๆ มาให้พักผ่อนกันด้วยก็ได้ จะได้มีบรรยากาศเสมือนห้องส่วนตัว

kidroom-idea-1

5.จัดสันมุมห้องอย่างลงตัวเพิ่มไอเดีย

แต่งห้องลูกตามสไตล์ดารา ไม่จำเป็นต้องแยกห้องเด็ก ๆ ออกจากห้องอื่นก็ได้หากมีพื้นที่่ไม่พอจริง ๆ โดยให้เด็ก ๆ ใช้เฟอร์นิเจอร์รวมกับสมาชิกในบ้านไปตามปกติ แค่แบ่งเวลาใช้งานให้ลงตัวกันเท่านั้นเอง เช่น ใช้โต๊ะกินข้าวเฉพาะมื้ออาหารในแต่ละช่วง ระหว่างนั้นก็ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นโต๊ะส่วนตัว สำหรับบริเวณรอบ ๆ ก็อาจจะตกแต่งด้วยกระดานจดโน้ต หนังสือสำหรับเด็ก และของเล่น

6.ห้องนอนเงียบสงบในซอกเล็ก ๆ

หากยังพอมีพื้นที่ในมุมอับว่างอยู่และไม่สามารถนำมาใช้ทำประโยชน์อะไรได้ แต่พอจะมีช่องให้เด็ก ๆ เดินเข้า-ออก นอนเล่น หรือทำกิจกรรมได้สะดวก ลองหาเบาะที่นอนนุ่ม ๆ สีสด ๆ มาปูพร้อมด้วยหมอนอิงลายน่ารัก ๆ หรือตามความชอบ และดูเหมาะสมกับวัย ก็เท่ากับว่าคุณพ่อคุณแม่มีพื้นที่ส่วนตัวให้เด็ก ๆ ได้ใช้กันแล้ว

7.ใช้พื้นที่เล็ก ๆ เป็นห้องเรียนส่วนตัว

หากยังเป็นเด็กเล็กอยู่และยังไม่ถึงเวลามีห้องส่วนตัว อาจจะจัดมุมทำการบ้านเล็ก ๆ แทรกเอาไว้ตามห้องต่าง ๆ ก็ได้ เช่น หากเป็นในห้องครัว คุณแม่ก็จะได้สอนการบ้านไปพร้อมกับทำอาหารได้ ถ้าเป็นในห้องนั่งเล่นก็จะได้สอนการบ้าน ดูโทรทัศน์ และใช้เวลาว่างกับครอบครัวได้ในช่วงเดียวกัน ทั้งนี้อาจจะมีกระดานเล็ก ๆ ติดเอาไว้สำหรับใช้สอนการบ้านประกอบไปด้วยก็ได้

8.ชานพักบันไดก็ใช้ได้

ถ้ามีพื้นที่ว่างบนชานบันไดเหลืออยู่ ก็ตกแต่งส่วนนี้เพิ่มเติม โดยทำเป็นเบาะที่นั่งสบาย ๆ และชั้นวางหนังสือกับของเล่นเสริมเอาไว้ข้างด้วยก็จะดีไม่น้อยเลยเพราะนอกจากจะได้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวจริง ๆ แล้ว ในขณะเดียวกันคุณพ่อ-คุณแม่ก็สามารถเดินมาดูได้ด้วยว่า เด็ก ๆ ทำอะไรกันอยู่

9. เก็บของเด็กแทรกไว้ตามจุดต่าง ๆ

สิ่งของของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นของใช้ ของเล่น หรืออะไรก็ตาม พยายามรวบรวมและแบ่งของให้เป็นหมวดหมู่ จากนั้นก็เก็บเอาไว้ตามจุดต่าง ๆ ในบ้านที่เด็ก ๆ สามารถหยิบใช้เก็บได้ง่าย เช่น ใต้ชั้นวางโทรทัศน์ ชั้นล่างของตู้เก็บของ หรือจัดมุมเอาไว้ให้เด็ก ๆ โดยเฉพาะ เพื่อให้หยิบจับอะไรได้เอง อีกทั้งรู้สึกว่ามีพื้นที่เล็ก ๆ เป็นส่วนตัว

kidroom-idea2

10.ตกแต่งด้วยข้าวของเหนือจินตนาการ

แม้บ้านจะไม่มีมุมอับหรือพื้นที่เหลือเลย ก็สามารถจัดแจงบ้านให้สดใสสมวัยเด็กได้เหมือนกัน โดยการนำของตกแต่งที่มีสีสันสดใส ดีไซน์เหมือนหลุดออกมาจากจินตนาการมาจัดไว้ที่มุมใดมุมหนึ่ง หรือใช้ตกแต่งให้ทั่วทั้งห้อง เท่านั้นก็เด็ก ๆ ก็จะรู้สึกเหมือนมีห้องส่วนตัวเป็นของตัวเองแล้วละ

กำจัด 5 จุดลับแหล่งเพาะเชื้อโรคในบ้าน

ของใช้ในบ้านที่เห็นว่าสะอาดอาจไม่สะอาดอย่างที่คิด ที่สำคัญของบางอย่างยังกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดีอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ กระปุกดอทคอมเลยจึงถือโอกาสนำมาบอกให้รู้ตัวก่อนว่ามีของชิ้นไหนบ้างที่เชื้อโรคชอบยกโขยงมาแพร่พันธุ์ จะได้รีบกำจัดออกไปให้ไกลจากคนในบ้านก่อนมีคนเป็นลมล้มหมอนนอนเสื่อ

พลอยชิดจันทร์12

1.ฟองน้ำล้างจาน

ใช่ว่าเครื่องมือทำความสะอาดจานอย่างฟองน้ำล้างจานจะไม่มีเชื้อโรคนะ เพราะทุกครั้งที่เรานำมาขัด ๆ ถู ๆ บนจาน เชื้อโรคก็จะเริ่มก่อตัวและใช้ฟองน้ำเป็นที่ตั้งรกรากรอวันเข้าสู่ร่างกาย ก่อนทำร้ายร่างกายจนต้องเข้าโรงพยาบาลกันไปข้างนึง ฉะนั้นหากไม่อยากให้เหตุการณ์ร้าย ๆ แบบนี้เกิดขึ้นควรทำความสะอาดฟองน้ำทุกครั้งหลังใช้ โดยการแช่ลงในน้ำผสมผงซักฟอกแล้วซักให้สะอาดก่อนนำตากแห้ง หรืออบด้วยคามร้อนในไมโครเวฟประมาณ 3 วินาที 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อกำจัดไปยันรกรากของเชื้อโรคเลย

2.แก้วใส่แปรงสีฟัน

นอกจากแปรงสีฟันที่เราต้องเปลี่ยนในทุก ๆ 3 เดือนแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่เราควรจะทำความสะอาดบ่อย ๆ นั่นก็คือแก้วหรือกล่องเสียบแปรงสีฟัน ก่อนที่คราบน้ำและไรฝุ่นจะไปเกาะอยู่ตามแปรงสีฟัน ลองคิดดูสิว่ามันน่าขยะแขยงขนาดไหนถ้ามีเชื้อโรคเป็นล้านเกาะอยู่ที่ฟันของเรา ฉะนั้นอย่าลืมล้างแก้วใส่แปรงสีฟันและเช็ดให้แห้งก่อนนำไปใช้ต่อ ควรทำแบบนี้อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ด้วยนะคะ

3.ไม้กวาด

อีกหนึ่งอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เปิดโอกาสให้เชื้อโรคมาฝังตัวอยู่อย่างหน้าตาเฉย ขืนเราไม่ยอมทำความสะอาดไม้กวาดนั้นก็ต้องลากสิ่งสกปรกไปทั่วทั้งบ้านแน่นอน ส่วนวิธีทำความสะอาดเราก็แค่นำออกไปสะบัดฝุ่นนอกบ้าน ซักล้างหัวไม้กวาดในน้ำสบู่ หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดแทนก็ได้ค่ะ

4.พรมผืนนุ่ม ๆ

แม้วัตถุประสงค์ของพรมจะทำให้บ้านแลดูอบอุ่นและมีสไตล์ แต่พอนานวันไปชักไม่อยากจะเชื่อซะแล้วว่าพรมจะให้ประโยชน์กับบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะมันคือแหล่งเก็บตัวของกองทัพไรฝุ่นที่พร้อมจะสร้างภูมิแพ้ให้กับคนในบ้าน ดังนั้นจึงควรดูดฝุ่นเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็ยังดีหากมีเวลาไม่มาก แล้วก็ไม่ใช่ดูดฝุ่นแค่ด้านบนอย่างเดียวล่ะ อย่าลืมยกพรมขึ้นแล้วดูดฝุ่นที่พื้นด้วยนะ

5.มูลี่เปิด-ปิดหน้าต่าง

หลายคนมัวแต่สนใจวิวนอกหน้าต่างจนมองไม่เห็นกองฝุ่นหนาเตอะบนบานเกล็ดมูลี่ไปซะอย่างนั้น อย่าปล่อยให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาดเพราะมันอาจก่อตัวเป็นเชื้อโรคโบยบินในอากาศ เพื่อรอเราสูดหายใจเข้าไป ให้ใช้ถุงเท้าเก่า ๆ หรือผ้าขี้ริ้วชุบน้ำบิดหมาด ๆ มาสวมนิ้ว แล้วถูไปตามเกล็ดมูลี่แต่ละชั้นจนสะอาดพร้อมเช็ดตามด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์อีกทีเพื่อป้องกันไม่ให้มูลี่มีคราบน้ำ

บทความที่เกี่ยวข้อง
12 ฮวงจุ้ยต้องห้าม 9 ต้นไม้มงคล ปลุกพลังชีวิตให้บ้าน
แก้เคล็ดปรับฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน เสริมโชคประสบความสำเร็จ

REF: Propertytoday
INFO:SCG, IG

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply