เปิดแผนลงทุนภาครัฐ แนวเวนคืนที่ดิน2559 ทั่วประเทศไทย

แนวเวนคืนที่ดิน2559 ทั่วประเทศไทย

อย่างที่ทราบกันดี กรมธนารักษ์ได้ประกาศราคาประเมินที่ดินฉบับใหม่ที่จะใช้ในอีก 4 ปีข้างหน้า รอบบัญชี 2559-2562ในการประเมินและวิเคราะห์ราคาทรัพย์สินจะใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากล แนวเวนคืนที่ดิน2559 โดยใช้วิธีการเปรียบเทียบราคาตลาด   วิธีรายได้ และวิธีต้นทุน โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลกับราคาทรัพย์สิน ได้แก่ ลักษณะทางกายภาพ การใช้ประโยชน์ ทำเลที่ตั้ง และคุณภาพสิ่งแวดล้อม การคมนาคม สาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น การผังเมือง และการควบคุมอาคาร การพัฒนาในพื้นที่ และความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

สืบเนื่องจากรัฐบาลพยายามผลักดันการลงทุนขนานใหญ่ 20 โครงการในแผนปฏิบัติการเร่งด่วน (Action Plan) ของกระทรวงคมนาคม ให้เกิดเป็นรูปธรรมทั้ง “บก-ราง-น้ำ-อากาศ” จากแผนงานของ”รัฐบาลประยุทธ์” เป็นตามนี้ เท่ากับจะเป็นปีแห่งการเวนคืนที่ดินเช่นกัน มีโครงการสำคัญเริ่มเวนคืนปี 2559 คิดเป็นค่าเวนคืนรวมกว่า 88,980 ล้านบาท

แผนขั้นที่ 1 เร่งเคลียร์พื้นที่รถไฟฟ้า

แผนขั้นแรกของเร่ง แนวเวนคืนที่ดิน2559 เริ่มที่ “รถไฟฟ้าหลากสี” ตอกเข็มแน่6 สาย ค่าเวนคืนรวม 47,341.92 ล้านบาท มี 4 สายของ “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” เวนคืน 129 กม. ปักหมุด 103 สถานี ค่าเวนคืน 47,150 ล้านบาท

เริ่มสายแรก “สีเขียว” หมอชิต-คูคต 18.4 กม. ค่าเวนคืน 7,863 ล้านบาท จำนวน 262 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 275 หลัง จุดเวนคืนเป็นจุดขึ้น-ลงสถานี และศูนย์ซ่อมบำรุง แนวจะเริ่มจากจุดเชื่อมบีทีเอสหมอชิต ไปตามแนว ถ.พหลโยธิน ผ่านห้าแยกลาดพร้าว รัชโยธิน เกษตร อนุสาวรีย์วงเวียนหลักสี่ ตลาดยิ่งเจริญ เบี่ยงเข้า ถ.ลำลูกกา สิ้นสุดที่คลอง 2

มี 16 สถานี ได้แก่ ห้าแยกลาดพร้าว พหลโยธิน 24 รัชโยธิน เสนานิคม ม.เกษตรศาสตร์ กรมป่าไม้ บางบัว กรมทหารราบที่ 11 วัดพระศรีมหาธาตุ อนุสาวรีย์หลักสี่ สายหยุด สะพานใหม่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ สถานี กม.25 และคูคต

รถไฟฟ้าสายสีส้มขุดใต้ดินยาว 12 กม.

“สีส้ม” สร้างเฟสแรกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี 21.2 กม. เป็นทางยกระดับ 9 กม. และใต้ดิน 12.2 กม. แนวเริ่มจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง สำนักงาน รฟม. ไป ถ.พระราม 9 เลี้ยวเข้า ถ.รามคำแหง แยกลำสาลี กาญจนาภิเษก

สิ้นสุดที่สุวินทวงศ์ ใกล้จุดตัดกับถ.รามคำแหง มีเวนคืน 594 แปลง อาคาร 222 หลัง ค่าเวนคืน 9,625 ล้านบาท

มี 17 สถานี ได้แก่ ศูนย์วัฒนธรรม สถานี รฟม. ประดิษฐ์มนูธรรม รามคำแหง12 รามคำแหง ราชมังคลา หัวหมาก ลำสาลี ศรีบูรพา คลองบ้านม้า สัมมากร น้อมเกล้า ราษฎร์พัฒนา มีนพัฒนา เคหะรามคำแหง มีนบุรี และสุวินทวงศ์

รถไฟฟ้าสายสีเหลืองยึดเกาะกลางลาดพร้าว

“สีเหลือง” ลาดพร้าว-สำโรง 30.4 กม. ค่าเวนคืน 6,013 ล้านบาท แนวจะเชื่อมรถไฟฟ้าใต้ดินแยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปตามถ.ลาดพร้าว ถึงแยกบางกะปิ เลี้ยวขวาไป ถ.ศรีนครินทร์ ผ่านแยกพัฒนาการ ศรีนุช ศรีอุดม ศรีเอี่ยม ลาซาล ถึงแยกศรีเทพา เลี้ยวขวาไป ถ.เทพารักษ์ สิ้นสุดที่แยกสำโรง มีที่ดินและอาคารต้องรื้อถอน 184 หลัง มี 23 สถานี ได้แก่ รัชดาฯ ภาวนา โชคชัย 4

ลาดพร้าว 65 ฉลองรัช วังทองหลาง ลาดพร้าว 101 บางกะปิ แยกลำสาลี ศรีกรีฑา พัฒนาการ คลองกลันตัน ศรีนุช ศรีนครินทร์ 38 สวนหลวง ร.9 ศรีอุดม ศรีเอี่ยม ศรีลาซาล ศรีแบริ่ง ศรีด่าน ศรีเทพา ทิพวัล และ สำโรง

ซื้อที่ 280 ไร่ ผุดรถไฟฟ้าสายสีชมพู

แผนสำคัญสำหรับ แนวเวนคืนที่ดิน2559 คือเร่งเจรจาซื้อที่ดิน 280 ไร่ ผุดรถไฟฟ้าสาย “สีชมพู” แคราย-มีนบุรี 34.5 กม. ค่าเวนคืน 6,846 ล้านบาท แนวเริ่มต้นที่หน้าศูนย์ราชการ จ.นนทบุรี มีจุดเชื่อมกับสายสีม่วง วิ่งเข้า ถ.ติวานนท์แล้วเลี้ยวขวาห้าแยกปากเกร็ด ผ่าน ถ.แจ้งวัฒนะ รามอินทรา สิ้นสุดที่มีนบุรี มีเวนคืนที่ดินจุดขึ้น-ลงสถานี และอีก 5 จุดใหญ่ คือ แยกปากเกร็ด เมืองทอง หลักสี่ วงเวียนหลักสี่ และมีนบุรีมีเวนคืนกว่า 280 ไร่

มี 30 สถานี ได้แก่ ศูนย์ราชการนนทบุรี แคราย สนามบินน้ำ สามัคคี กรมชลประทาน ปากเกร็ด เลี่ยงเมืองปากเกร็ด แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 เมืองทองธานี ศรีรัช (ทางเข้าอิมแพ็ค) เมืองทอง1 ศูนย์ราชการ ทีโอที หลักสี่ ราชภัฏพระนคร วงเวียนหลักสี่ รามอินทรา 3 ลาดปลาเค้า รามอินทรา 31 มัยลาภ วัชรพล รามอินทรา 40 คู้บอน รามอินทรา 83 วงแหวนตะวันออก (หน้าแฟชั่นไอส์แลนด์) นพรัตนราชธานี บางชัน เศรษฐบุตรบำเพ็ญ ตลาดมีนบุรี และมีนบุรีใกล้แยกร่มเกล้า จะเชื่อมกับสายสีส้ม

รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ไปถึงวงแหวน

“สีม่วงใต้” เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ 23.6 กม. ขยายเส้นทางเพิ่ม 5 กม.ไปถึง ถ.วงแหวนด้านใต้ ตลอดเส้นทางมีอุโมงค์ใต้ดิน 12.6 กม. ในแนว ถ.สามเสน ถ.พระสุเมรุ ถ.มหาไชย ถ.ประชาธิปก ถ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน และทางยกระดับ 11 กม.แนว ถ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน กับ ถ.สุขสวัสดิ์ มีค่าเวนคืน 16,803 ล้านบาท

จุดเริ่มต้นเชื่อมกับสีม่วง “สถานีเตาปูน” จากนั้นลดระดับมาเป็นใต้ดิน เข้าถ.สามเสนบริเวณคลองบางซื่อ ผ่านรัฐสภาใหม่ โรงเรียนราชินีบน กรมชลประทาน โรงพยาบาลวชิรพยาบาล หอสมุดแห่งชาติ คลองบางลำพู

เลี้ยวเข้า ถ.พระสุเมรุ ผ่านวัดบวรนิเวศวิหาร ผ่านฟ้า ถ.ราชดำเนินกลาง ถ.มหาไชย วัดราชนัดดารามวรวิหาร เลี้ยวเข้า ถ.จักรเพชร ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานพุทธ เข้าถ.ประชาธิปก สี่แยกบ้านแขก ลอดใต้วงเวียนใหญ่ เข้าถ.สมเด็จพระเจ้าตากสิน ลอดแยกมไหสวรรย์ไปตาม ถ.สุขสวัสดิ์ จากนั้นเปลี่ยนเป็นยกระดับ ผ่านแยกจอมทอง ถ.ประชาอุทิศ ถ.ราษฎร์บูรณะ สามแยกพระประแดง สิ้นสุดถ.วงแหวนด้านใต้ที่ครุใน

มี 17 สถานี ได้แก่ รัฐสภา ศรีย่าน สามเสน หอสมุดแห่งชาติ บางขุนพรหม ผ่านฟ้า วังบูรพา สะพานพุทธ วงเวียนใหญ่ สำเหร่ จอมทอง ดาวคะนอง บางปะกอก ประชาอุทิศ ราษฎร์บูรณะ พระประแดง และครุในอยู่ปากซอยสุขสวัสดิ์ 70

“สีแดงอ่อน” บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมากและสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ของ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” ระยะทาง 21.76 กม. มีค่าเวนคืน 191.92 ล้านบาท เป็นการรื้อย้ายผู้บุกรุกแนวเขตทางรถไฟสายเดิม เบื้องต้นมี 1,040 อาคาร คือ ช่วงสถานีหัวลําโพง-คลองมหานาค 29 หลัง ช่วงคลองมหานาค-แยกยมราช 238 อาคาร ช่วงแยกยมราช-ถ.พระราม 6 จำนวน 375 อาคาร มีบ้านพักรถไฟ 17 อาคาร ช่วง ถ.พระราม 6-ถ.พญาไท 136 อาคาร มีบ้านพักรถไฟ 3 อาคาร และช่วง ถ.พญาไท-ถ.ราชปรารภ 242 อาคาร

ราคาที่ดิน 2559

แผนขั้นที่ 2 เร่งเวนคืน 4 ภาคผุดทางคู่

มาดูแผนขั้นที่สอง แนวเวนคืนที่ดิน2559 เริ่มจากเวนคืนที่ดินเพื่อสร้าง “รถไฟทางคู่” 6 สายทาง กว่า 903 กม. มี 137 สถานี ซึ่ง “ร.ฟ.ท.” จะเวนคืนเพิ่มเติม 934 ไร่ วงเงิน 1,199 ล้านบาท

เริ่มจากรถไฟสายตะวันออก “ฉะเชิงเทรา-คลอง 19-แก่งคอย” 106 กม. เวนคืน 119 ไร่

มี 7 สถานี สร้างทางใหม่ขนานกับทางเดิม จากสถานีฉะเชิงเทรา ไปตามทางรถไฟสายอรัญประเทศ ผ่าน อ.เมือง และ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา อ.องครักษ์ และ อ.บ้านนา จ.นครนายก และ อ.วิหารแดง อ.เมือง และ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

“ลพบุรี-ปากน้ำโพ” 148 กม. เวนคืน 371 ไร่ วงเงิน 78 ล้านบาท ในพื้นที่ จ.ลพบุรี มีเบี่ยงแนวไป ถ.เลี่ยงเมือง 30 กม. และเวนคืนพื้นที่บางส่วน จ.นครสวรรค์ มี 29 สถานี ได้แก่ สถานีบ้านกลับ ท่าวุ้ง โคกกระเทียม หนองเต่า หนองทรายขาว บ้านหมี่ ห้วยแก้ว ไผ่ใหญ่ โรงเรียนจันเสน จันเสน บ้านกกกว้าว ช่องแค ทะเลหว้า โพนทอง บ้านตาคลี คงมะกุ หัวหวาย หนองโพ หัวงิ้ว บ้านหนองหมู เนินมะกอก ทุ่งน้ำซึม เขาทอง นครสวรรค์ และปากน้ำโพ

“มาบกะเบา-จิระ” 132 กม. เวนคืน 203 ไร่ วงเงิน 56 ล้านบาท ในพื้นที่สระบุรี และนครราชสีมา มี 24 สถานี มีสถานีมาบกะเบา ผาเสด็จ หินลับ มวกเหล็ก กลางดง ปางอโศก บันไดม้า ปากช่อง ซับม่วง จันทึก คลองขนานจิตร คลองไผ่ ลาดบัวขาว บ้านใหม่สำโรง หนองน้ำขุ่น สีคิ้ว โคกสะอาด สูงเนิน กุดจิก โคกกรวด ภูเขาลาด นครราชสีมา ชุมทางถนนจิระ และมวกเหล็กใหม่

“จิระ-ขอนแก่น” 187 กม. เวนคืน 13 ไร่ พื้นที่นครราชสีมา และขอนแก่น วงเงิน 609 ล้านบาท มี 26 สถานี มีสถานีจิระ บ้านเกาะ บ้านกระโดน บ้านหนองกันงา หนองแมว โนนสูง บ้านพงพลอง บ้านมะค่า เนินถั่วแปบ พลสงคราม บ้านดอนใหญ่ เมืองคง บ้านไร่ โนนทองหลาง ห้วยระหัด ชุมทางบัวใหญ่ เนินสวัสดิ์ หนองบัวลาย ศาลาดิน หนองมะเขือ เมืองพล บ้านหัน บ้านไผ่ บ้านแฮด หนองเม็ก ท่าพระ และขอนแก่น

“นครปฐม-หัวหิน” 169 กม. ผ่าน จ.นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เวนคืน 24 ไร่ วงเงิน 338 ล้านบาท บริเวณ จ.เพชรบุรี มี 31 สถานี ได้แก่ สถานีนครปฐม พระราชวังสนามจันทร์ โพรงมะเดื่อ คลองบางตาล ชุมทางหนองปลาดุก บ้านโป่ง นครชุมน์ คลองตาคต โพธาราม เจ็ดเสมียน บ้านกล้วย สะพานราชบุรี ราชบุรี บ้านคูบัว บ่อตะคร้อ บ้านป่าไก่ ปากท่อ ห้วยโรง บางเค็ม เขาย้อย หนองปลาไหล บางจาก เพชรบุรี เขาทโมน หนองไม้เหลือง หนองจอก หนองศาลา บ้านชะอำ ห้วยทรายเหนือ ห้วยทรายใต้ และหัวหิน

และ “ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร” 167 กม. เวนคืน 2 จังหวัด 204 ไร่ วงเงิน 118.45 ล้านบาท มี 20 สถานี ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ หว้ากอ วังด้วน ห้วยยาง ทับสะแก โคกตาหอม บ้านกรูด นาผักขวง บางสะพานใหญ่ ชะม่วง บางสะพานน้อย ห้วยสัก เขาไชยราช มาบอำมฤต คลองวังช้าง ปะทิว บ้านคอกม้า สะพลี นาชะอัง และชุมพร

แผนขั้นที่ 3 เร่งแผนรถไฟความเร็วสูง-กลาง รถไฟไทย-ญี่ปุ่น-จีน

ขณะที่รถไฟไทย-จีน ราง 1.435 เมตร ระยะทาง 873 กม. แนวเส้นทางสร้างขนานไปกับแนวเดิมของรถไฟสายเหนือ อีสานและตะวันออก จุดเวนคืนหลักอยู่ช่วงเป็นรัศมีโค้ง สถานีใหม่ ช่วงแก่งคอยที่ต้องเจาะอุโมงค์ผ่านเขาตัดผ่านพื้นที่ประทานบัตร 4 โรงปูนซีเมนต์ ศูนย์ซ่อมบำรุง มีค่าเวนคืนรวม 7,748 ล้านบาท แยกเป็นช่วงกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา 4,994.39 ล้านบาท และช่วงแก่งคอย-มาบตาพุดและนครราชสีมา-หนองคาย 2,754 ล้านบาท

รถไฟรางคู่ไทย-จีน

เปิดแนวไฮสปีด 3 สาย

รถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สาย มี “กรุงเทพฯ-หัวหิน” 209 กม. พาดผ่าน 5 จังหวัด เวนคืน 900 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง 4,310 หลัง ค่าเวนคืน 5,016.36 ล้านบาท มี 4 สถานี เริ่มต้นที่สถานีกลางบางซื่อ วิ่งไปตามแนวรถไฟสายใต้ผ่านนครปฐม ราชบุรี ถึงช่วง อ.ปากท่อ จะปรับไปใช้แนว ถ.เพชรเกษมก่อนเข้าสู่สถานีเพชรบุรี วกกลับมาใช้แนวเรถไฟสายใต้ ไปสิ้นสุดที่ ต.บ่อฝ้าย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

“กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง” 193.5 กม. ค่าเวนคืน 5,438.53 ล้านบาท จะพาดผ่าน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มี 6 สถานี ได้แก่ ลาดกระบัง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และระยอง

และ “กรุงเทพฯ-เชียงใหม่” โครงการความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นสร้างระบบรถไฟชินคันเซ็น 672 กม. ค่าเวนคืน 10,814 ล้านบาท

มีพื้นที่เวนคืน 7,724 ไร่ แปลงที่ดิน 2,700 แปลง พาดผ่านพื้นที่ 10 จังหวัด มี 12 สถานี พื้นที่ใช้ก่อสร้าง อยู่แนวรถไฟสายเหนือเดิม

โดยช่วง “กรุงเทพฯ-พิษณุโลก” 384 กม. พาดผ่านพื้นที่ 8 จังหวัด มี 7 สถานี ได้แก่ สถานีบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ พิจิตร และพิษณุโลก มี 2 สถานีที่สร้างบนที่ใหม่ ได้แก่ สถานีลพบุรีจะสร้างอยู่ป่าหวาย ห่างจากตัวเมือง 5 กม. และสถานีพิจิตร ห่างจากตัวเมือง 2 กม. ที่เหลือจะสร้างอยู่ที่เดิม

ช่วง “พิษณุโลก-เชียงใหม่” 285 กม. เป็นเส้นทางตัดใหม่จากจ.สุโขทัย-ลำปาง ในช่วง “พิษณุโลก-ลำปาง” เมื่อออกจากพิษณุโลกยังคงใช้พื้นที่แนวรถไฟเดิม ตัดผ่านถนนสาย 12 ผ่าน อ.พรหมพิราม อ.กงไกรลาศ เลี้ยวเข้า อ.ศรีสำโรง อ.สวรรคโลก และ อ.ศรีสัชนาลัย แล้วเบี่ยงไป อ.วังชิ้น อ.ลอง ผ่าน อ.แม่ทะ เข้าสู่สถานีรถไฟลำปาง

ส่วนช่วง “ลำปาง-เชียงใหม่” แนวเริ่มต้นที่สถานีห้างฉัตร เลาะไปตามแนวเดิมผ่านอ.แม่ทา ถนนสาย 11 บรรจบกับรถไฟเดิมก่อนถึงสถานีลำพูน 10 กม. วิ่งไปตามแนวเดิมจนถึงสถานีลำพูนและเชียงใหม่

มี 5 สถานี ได้แก่ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ เป็นสถานีใหม่ 2 แห่ง คือ สุโขทัย ห่างจากตัวเมือง 6 กม.และศรีสัชนาลัย ห่างจากตัวเมือง 3 กม.

แผนขั้นที่ 4 เปิดทาง 3 มอเตอร์เวย์เวนคืน 1.8 หมื่นล้าน

แนวเวนคืนที่ดิน2559 ด้านมอเตอร์เวย์ 3 สาย มีระยะทางรวม 324 กม. แนวจะตัดพื้นที่ใหม่ทั้งหมด สาย “บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา” 196 กม. เวนคืน 3,200 แปลง ค่าเวนคืน 6,630 ล้านบาท ใน 3 จังหวัด 12 อำเภอ ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน วังน้อย อุทัย, จ.สระบุรีที่ อ.หนองแค เมืองสระบุรี แก่งคอย มวกเหล็ก, จ.นครราชสีมา ที่ อ.ปากช่อง สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา

“บางใหญ่-กาญจนบุรี” 96 กม. เวนคืน 3,727 ราย เนื้อที่ 6,808.5 ไร่ ค่าเวนคืน 5,420 ล้านบาท แนวพาดผ่านพื้นที่ 27 ตำบล 7 อำเภอ ใน 4 จังหวัด คือ จ.นนทบุรี อ.บางบัวทอง และบางใหญ่, จ.นครปฐม อ.พุทธมณฑล นครชัยศรี เมืองนครปฐม, จ.ราชบุรี อ.บ้านโป่ง และ จ.กาญจนบุรี อ.ท่ามะกา กับท่าม่วง

และ “พัทยา-มาบตาพุด” เวนคืน 2,308 ไร่  ค่าเวนคืน 6,000 ล้านบาท แนวพาดผ่านพื้นที่2 จังหวัด 3 อำเภอ 8 ตำบล ประกอบด้วย จ.ชลบุรี ที่ ต.หนองปลาไหล นาเกลือ โป่ง หนองปรือ ห้วยใหญ่, อ.บางละมุง ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ และ จ.ระยอง ที่ ต.สำนักท้อน พลา และ อ.บ้านฉาง
แนวเวนคืนที่ดิน2559

แนวเวนคืนที่ดิน2559 ใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่

การประเมินราคาที่ดินทั่วประเทศประมาณ 32 ล้านแปลง หรือคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 321 ล้านไร่ เป็นที่ดินรายแปลง 12.6 ล้านแปลง(จากเดิม 6.02 ล้านแปลง ในรอบบัญชีปี พ.ศ.2555-2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 177.77) และรายบล็อก 19.4 ล้านแปลง ประเมินราคาห้องชุด 12,300 อาคาร หรือ 924,877 ห้องชุด ประเมินราคาโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีแบบมาตรฐานเพื่อใช้ประเมินราคาโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง ได้กำหนดจำนวน 5 ประเภท ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว ตึกแถว โรงเรือนอื่นๆ(แนวราบและแนวสูง) เช่นเดียวกันทั้ง 77 จังหวัด โดยในปี 2558 กรมธนารักษ์ได้ดำเนินการจัดทำบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างในรอบบัญชีปี 2559-2562  เสร็จเรียบร้อยแล้ว และจะประกาศใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2559 ที่จะถึงนี้ AREA ฟันธง ทำเลทองกรุงเทพฯ 2559 ซื้อแล้วรวย

สำหรับการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในรอบใหม่นี้ ราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 27.72 โดยราคาประเมินที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15.78 ราคาประเมินในพื้นที่ปริมณฑลเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 18.97 ภาคกลางเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 22.79 ภาคเหนือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 37.31 ภาคตะวันออกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 22.98

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 33.50 ภาคใต้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 21.04 และภาคตะวันตกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 39.59

พื้นที่ที่มีราคาประเมินที่ดินสูงสุดของประเทศอยู่ในกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนสีลม จากแยกศาลาแดงถึงแยกนราธิวาสราชนครินทร์ ตารางวาละ 1,000,000 บาท ราคาประเมินเดิมตารางวาละ 850,000 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.65 รองลงมาเป็นถนนราชดำริ จากแยกราชประสงค์ถึงคลองแสนแสบ ถนนพระรามที่ 1 จากแยกปทุมวันถึงแยกราชประสงค์ และถนนเพลินจิตตลอดสาย ราคาประเมินที่ดินใหม่ตารางวาละ 900,000 บาท ราคาประเมินเดิมตารางวาละ 800,000 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.50 อันดับถัดมาเป็นถนนราชดำริ ช่วงจากแยกศาลาแดงถึงแยกราชประสงค์ ถนนวิทยุช่วงจากถนนเพลินจิตถึงถนนพระรามที่ 4 และถนนสาทรช่วงจากถนนพระรามที่ 4 ถึงถนนสุรศักดิ์ ตารางวาละ 750,000 บาท ราคาประเมินเดิมตารางวาละ 600,000-700,000 บาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 13.09

ส่วนภูมิภาคนั้นราคาประเมินสูงสุดตารางวาละ 400,000 บาทอยู่ในจังหวัดสงขลา และราคาประเมินต่ำสุดตารางวาละ 10 บาทอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยปริมณฑลของกรุงเทพฯ ถนนงามวงศ์วาน และถนนกรุงเทพ-นนทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ตารางวาละ 170,000 บาท ภาคใต้ ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตารางวาละ 400,000 บาท ภาคเหนือ ถนนวิชยานนท์, ถนนท่าแพ, และถนนช้างคลาน(ทิศเหนือถนนศรีดอนไชย) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตารางวาละ 250,000 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถนนศรีจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ตารางวาละ 200,000 บาท ภาคกลาง ถนนโกสีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ตารางวาละ 107,500 บาท ภาคตะวันออก ถนนเลียบหาดพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตารางวาละ 220,000 บาท และภาคตะวันตก ถนนเพชรเกษม(ตลาดฉัตรไชย), และที่ดินติดชายทะเลบริเวณโรงแรมฮิลตัล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตารางวาละ 150,000 บาท

ขณะที่บริเวณที่มีราคาประเมินต่ำสุดทั่วประเทศ กรุงเทพมหานคร บริเวณคลองชานโล่งถึงชายทะเล เขตบางขุนเทียนตารางวาละ 500 บาท ปริมณฑลของกรุงเทพฯ ที่ดินไม่มีทางเข้าออก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ตารางวาละ 125 บาท ภาคใต้ ที่ดินไม่มีทางเข้าออก อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ตารางวาละ 40 บาท ภาคเหนือ ที่ดินไม่มีทางเข้าออกในเขตพื้นที่ป่าไม้ อำเภอกัลยาณิวัฒนา, อำเภอดอยเต่า, และอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ตารางวาละ 10 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ดินไม่มีทางเข้าออก อำเภอเมือง อำเภอคำชะอี และอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ตารางวาละ 25 บาท ภาคกลาง ที่ดินไม่มีทางเข้าออก อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ตารางวาละ 20 บาท ภาคตะวันออก ที่ดินไม่มีทางเข้าออก อำเภอเมือง, อำเภออรัญประเทศ, อำเภอวัฒนานคร, อำเภอวังน้ำเย็น, อำเภอคลองหาด, และอำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ตารางวาละ 50 บาท

แนวเวนคืนที่ดิน2559 ภาคตะวันตก ที่ดินไม่มีทางเข้าออก อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตารางวาละ 40 บาท
สำหรับการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในรอบใหม่ ในบริเวณพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษทั้ง 6 แห่ง เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 38.88 สูงกว่าภาพรวมทั่วประเทศประมาณร้อยละ 10  โดยที่

1. จังหวัดตราด อำเภอคลองใหญ่ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 24.88 ราคาประเมินสูงสุด ถนนมุ่งคีรี ตารางวาละ 7,000 บาท ราคาประเมินเดิม ตารางวาละ 3,750 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 86.67 ส่วนราคาประเมินต่ำสุดเป็นที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 100 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม,

2.จังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมือง เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 44.02 ราคาประเมินสูงสุด ถนนวิวิธสุรการ ตารางวาละ 24,000 บาท ราคาประเมินเดิมตารางวาละ 20,000 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.00 ส่วนราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม อำเภอหว้านใหญ่ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 46.02 ราคาประเมินสูงสุด ทางหลวงชนบทหมายเลข 3015 ตารางวาละ 650 บาท ราคาประเมินเดิมตารางวาละ 400 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 62.50 ส่วนราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม  อำเภอดอนตาล เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 41.09 ราคาประเมินสูงสุด ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034(มุกดาหาร-ดอนตาล) ตารางวาละ 1,200 บาท ราคาประเมินเดิม ตารางวาละ 1,000 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.00 ส่วนราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 60 บาท จากราคาประเมินเดิมตารางวาละ 50 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.00,

3.จังหวัดสงขลา อำเภอสะเดา เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 23.09 ราคาประเมินสูงสุด ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ตารางวาละ 60,500 บาท ราคาประเมินเดิมตารางวาละ 25,000 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 142.00 ส่วนราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 100 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม,

4.จังหวัดตาก อำเภอแม่สอด เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 92.36 ราคาประเมินสูงสุด ถนนอินทรคีรี และถนนประสาทวิถี ตารางวาละ 63,000 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม ส่วนราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 40 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม, อำเภอพบพระ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5.80 ราคาประเมินสูงสุด ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1206(ซอโอ-วาเลย์) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1090 (แม่สอด-อุ้มผาง) ตารางวาละ 2,000 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม ส่วนราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 100 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม, อำเภอแม่ระมาด เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 40.97 ราคาประเมินสูงสุด ถนนโสภิตบรรณลักษณ์, ถนนศรีบุญเรือง, ถนนระมาดไมตรี 1, และถนนเพลินจิต ตารางวาละ 4,000 บาท ราคาประเมินเดิม ตารางวาละ 3,500 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.29 ส่วนราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม, จับตาตลาด CLMV อสังหาฯไทยเดือด หลังเปิด”เออีซี”

5.จังหวัดสระแก้ว อำเภออรัญประเทศ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 63.25 ราคาประเมินสูงสุด ถนนศรีเพ็ญ, ตลาดศูนย์การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา, ตลาดโรงเกลือ, และศูนย์การค้าอินโดจีน ตารางวาละ 20,000 บาท ราคาประเมินเดิม ตารางวาละ 5,000 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 300 ส่วนราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 50 บาท จากราคาประเมินเดิม ตารางวาละ 30 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 66.67 อำเภอวัฒนานคร เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 14.85 ราคาประเมินสูงสุด ถนนสุวรรณศร ตารางวาละ 15,000 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม ราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม

6.จังหวัดหนองคาย อำเภอสระใคร เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 31.31 ราคาประเมินสูงสุด ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (หนองคาย-อุดรธานี) ตารางวาละ 2,100 ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาประเมินเดิม ราคาประเมินต่ำสุด ที่ดินไม่มีทางเข้าออก ตารางวาละ 100 บาท จากราคาประเมินเดิม ตารางวาละ 40 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 150.00

บทความที่เกี่ยวข้อง
5 ทำเลยอดนิยมสูงสุดสำหรับ ตลาดปล่อยเช่าคอนโดคนญี่ปุ่น
สรุปอสังหาปี2558 ปีแห่งการทุบสถิติ คอนโดฯ ลงทุนมากสุดทั้งแพงทั้งล้นตลาด

Ref: Propertytoday
Info: มติชน, กรุงเทพธุรกิจ

หนุ่มวิศวกรการบิน อายุสามสิบกว่าๆ สนใจเรื่องการเงินการลงทุน นิยมเล่นหุ้นและอสังหาฯ ศึกษาการลงทุนแนวเทคนิคอลอย่างจริงจัง เป็นคนชอบอ่านและชอบแชร์ความรู้มากที่สุด

Leave a Reply