สรรพากรประกาศ ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ LTF RMF 2558

ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ LTF RMF 2558

เป็นข่าวที่ มนุษย์เงินเดือน ต้องรับฟังและเก็บไว้เป็นข้อมูลเอาไว้ใช้ LTF RMF 2558 ลดหย่อนรอบภาษีใหม่ของปีนี้ กรมสรรพากรออกประกาศเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ( LTF ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ( RMF ) หลังจากประกาศเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2558

กรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 257-259 กำหนดให้การซื้อหน่วยลงทุนแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ จะได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้เงื่อนไขว่าต้องซื้อแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟไม่เกิน 15% ของ “เงินได้ที่ต้องเสียภาษี”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. กรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 257-259 กำหนดให้การซื้อหน่วยลงทุน LTF และ RMF จะได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้เงื่อนไขว่าต้องซื้อแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟไม่เกิน 15% ของ “เงินได้ที่ต้องเสียภาษี” จากเดิมกำหนดไว้ 15% ของ “เงินได้พึงประเมิน” ในปีภาษีนั้น โดยคงเงื่อนไขเดิม คือเฉพาะส่วนไม่เกิน 5 แสนบาท

ข้อความในประกาศดังกล่าว ทำให้มีการสอบถามกรมสรรพากรเพื่อความชัดเจนว่า เงินได้ที่ต้องเสียภาษี หมายถึงเงินได้ส่วนใดบ้าง โดยเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้ชี้แจงว่า หมายถึงรายได้ทุกอย่างที่ต้องเสียภาษี แต่หากเป็นรายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษีจะนำมารวมในรายได้เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณเพื่อซื้อแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟเพื่อขอลดหย่อนภาษีไม่ได้ เช่น เงินรางวัลจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล เงินได้จากการรับมรดก 100 ล้านบาทแรกที่ไม่ต้องเสียภาษี รวมทั้งเงินได้จากการขายแอลทีเอฟเมื่อครบกำหนด 5 ปี แต่หากมีการขายแอลทีเอฟก่อนกำหนดและเสียค่าปรับภาษีแล้ว สามารถนำมาคำนวณได้ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ความสับสนที่เกิดขึ้นทำให้กรมสรรพากรเตรียมออกประกาศเพิ่มเติมเพื่อลงลึกรายละเอียดประเภทเงินได้ที่ผู้เสียภาษีสามารถนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณการซื้อแอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟที่จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีอีกครั้ง

ด้าน ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนอาร์เอ็มเอฟและแอลทีเอฟ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ในอัตราไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในปีภาษีนั้น เฉพาะที่ไม่เกิน 5 แสนบาท เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป และให้ผู้มีเงินได้ดังกล่าวต้องเป็นบุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลและกองมรดกที่ยังไม่แบ่ง

ทั้งนี้ การออกประกาศดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจกับผู้ที่สนใจลงทุนในอาร์เอ็มเอฟและแอลทีเอฟ ที่มักจะโทรเข้ามาสอบถามคอลเซ็นเตอร์ของกรมสรรพากรจำนวนมากว่า 15% ของเงินได้สูงสุดที่ใช้ซื้อหน่วยลงทุนนั้นคำนวณจากอะไร จึงได้ออกประกาศให้ใช้ฐานของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ซึ่งหมายถึงเงินได้จากการจ้างงาน เช่น เงินเดือน ค่าล่วงเวลา ค่าเบี้ยเลี้ยง โบนัส เป็นต้น สำหรับค่าใช้จ่ายที่ใช้หักได้เป็นลักษณะเหมาจ่าย  เงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า เบี้ยประชุม

รวมถึงเงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น หมอ นักบัญชี นักกฎหมาย สถาปนิก วิศวกร เป็นต้น สำหรับค่าใช้จ่ายที่ใช้หักได้จะมีทั้งลักษณะเหมาจ่ายและตามที่จ่ายจริง  เงินได้จากการรับเหมา (มีการเตรียมจัดหาสัมภาระในการก่อสร้างเอง) สำหรับค่าใช้จ่ายที่ใช้หักได้ จะมีทั้งลักษณะเหมาจ่ายและตามที่จ่ายจริง และเงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ เกษตรกรรม หรืออื่นๆ เป็นต้น

สมหมายภาษีเตือน ให้ดูประกาศฉบับแก้ไขใหม่เพื่อความชัดเจน

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า ประกาศปรับเงื่อนไขเงินได้สำหรับซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ของกรมสรรพากร ให้มีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องของการเสียภาษี การลดหย่อน จึงต้องเตือนผู้ซื้อกองทุนให้มีความชัดเจน

ด้านอธิบดีกรมสรรพากร เผยว่า การประกาศปรับเงื่อนไขการซื้อกองทุน LTF และ RMF เป็นการดำเนินงานเพื่อให้มีความชัดเจน เนื่องจากในช่วงต้นปี-มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียภาษีที่ต้องการลงทุนในกองทุนเพื่อนำมาใช้หักลดหย่อน จะสับสนและไม่เข้าใจ เกี่ยวกับเงินได้ที่นำมาใช้คำนวนภาษีสำหรับลงทุนในกองทุน ดังนั้นกรมจึงต้องประกาศถ้อยคำที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนเหมือนที่ ผ่านมา

ประกาศฉบับใหม่ มีผลเหมือนเดิม ไม่มีผลกระทบต่อผู้ซื้อกองทุน แค่ปรับถ้อยคำจากเงินได้เป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเท่านั้น ตัวอย่างเช่นเงินได้จากการถูกรางวัลสลาก ไม่สามารถนำมาคำนวณได้ เพราะกฎหมายเว้นภาษีดังกล่าวไว้แล้ว เป็นต้น

กรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 257-259 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนแอล ทีเอฟ และกองทุนอาร์เอ็มเอฟ ทดแทนประกาศฉบับเดิมที่ 169-171 โดยผู้ซื้อกองทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้เงื่อนไขสามารถซื้อกองทุนได้ สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี จากเดิมที่ประกาศเพียง 15% ของเงินได้ในแต่ละปี แต่คงกรอบเดิมไว้ที่ไม่เกิน 5 แสนบาท ข้อมูลลดหย่อนภาษี 2558

การเปลี่ยนแปลงสำหรับ LTF
สำหรับ LTF ได้เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากคำว่า “เงินได้” เป็นคำว่า “ผู้มีเงินได้สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้สูงสุด 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี เป็นจำนวนเงินสูงสุดถึง 500,000 บาท”

การเปลี่ยนแปลงสำหรับ RMF
สำหรับ RMF ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันกับ LTF ค่ะ โดยเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากคำว่า “เงินได้” เป็นคำว่า “ผู้มีเงินได้สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้สูงสุด 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี เป็นจำนวนเงินสูงสุดถึง 500,000 บาท” (รวมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน)

โดยข้อความที่เปลี่ยนแปลงจาก คำว่า “เงินได้” ให้เป็นคำว่า “เงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี” นั้นจะส่งผลกระทบให้ เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีต่างๆ ไม่สามารถนำมารวมเป็นฐานเพื่อซื้อ LTF หรือ RMF ได้ แต่ถ้าหากเรามีเงินได้ตามปกติก็จะไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับชีวิตแม้แต่น้อย ซึ้อได้ตามเดิม

ตัวอย่างแรก ตามกฎหมายเดิม ถ้า คุณนิเวท มีกำไรจากการขาย LTF (ซึ่งถือว่าเป็นเงินได้ที่ยกเว้นภาษี) จำนวน 100,000 บาท เมื่อนำกำไรจำนวนนี้มากรอกลงในแบบแสดงรายการภาษีแล้ว คุณนิเวทจะสามารถนำเงินได้ที่ได้รับยกเว้นก้อนนี้มาใช้สิทธิซื้อ LTF เพื่อลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีก 15% คือ 15,000 บาท ตราบใดที่ไม่เกินเพดานสูงสุดของการลดหย่อน คือ 500,000 บาท แต่ผลของกฎหมายฉบับใหม่ที่ออกมาล่าสุดนี้ คุณนิเวท จะไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้อีกต่อไป

ตัวอย่างที่สอง ถ้าเพื่อนสมาชิกมีเงินได้จากเงินเดือนปีละ 1,000,000 บาท และในปีนั้นมีกำไรจากการขาย LTF จำนวน 200,000 บาท กฎหมายใหม่นี้จะมีผลให้เราสามารถนำเงินได้จากเงินเดือนเพียงตัวเดียวมาเป็นฐานในการคำนวณซื้อ LTF ในอัตรา 15% ของ 1,000,000 บาท หรือ 150,000 บาทนั่นเองจ้า

นอกจากนั้นยังหมายความถึงรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีต่างๆ เช่น สิทธิการยกเว้นรายได้ของผู้สูงอายุที่มีอายุเกินกว่า 65 ปี หรือผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการ ที่ได้รับสิทธิยกเว้นรายได้ 190,000 บาท ซึ่งตามกฎหมายใหม่นี้ ก็จะไม่สามารถใช้สิทธิดังกล่าวนี้ได้เช่นกันค่ะ

แต่ในทางเดียวกันก็เป็นข้อดีในการซื้อ RMF นั่นคือเป็นการตอกย้ำว่า ถ้าปีใดเราไม่มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ในปีนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ RMF ได้เช่นเดียวกัน เพราะกำหนดให้ซื้อเป็นจำนวน 3% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี เมื่อไม่มีเงินได้ ก็ไม่ต้องซื้อสบายๆค่ะ

Ref: Propertytoday
Info: ประชาชาติ , AOMMONEY

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply