10 กองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2558

การซื้อกองทุนนั้นเป็นสิ่งแรกๆ ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราเรา คิดเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการ ลดหย่อนภาษี และที่สำคัญในช่วงสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปีก็มักมีผู้สนใจ ค้นหา กองทุนรวม เพื่อจะซื้อและหวังเอามาลดภาษีอยู่ทุกปี สำหรับใครยังไม่ได้ยื่นภาษีโปรดอ่านทำความเข้าใจตรงนี้ก่อน  เทคนิค 5 ข้อเมื่อคุณยื่นภาษีช้า

compare-กองทุน-trends

 

จากตารางที่1. แสดงกราฟช่วงเวลาในแต่ละปีเพื่อสืบหาข้อมูลกองทุน

        วารสารการเงินธนาคาร ได้ทำการจัดอันดับกองทุนรวมเป็นประจำทุกไตรมาส โดยแบ่งการพิจารณาจัดอันดับกองทุนรวมออกเป็น 10 กลุ่มตามนโยบายการลงทุน และใช้ผลการดำเนินงานย้อนหลังในรูปของ Risk-Adjusted Return ซึ่งเป็นการวัดอัตราผลตอบแทนที่ปรับด้วยค่าความเสี่ยงเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะการลงทุนในปัจจุบันที่นอกจากจะพิจารณาเรื่องผลตอบแทนแล้วยังควรคำนึงถึงความเสี่ยงในการลงทุนประกอบด้วย

การลงทุนในกองทุนรวม LTF ไม่จำเป็นต้องรอซื้อปลายปีเสมอ

สำหรับการจัดอันดับกองทุนประจำฉบับเดือนภุมภาพันธ์ 2558 นี้ เป็นการวัดผลการดำเนินงานของกองทุน ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2557 ซึ่งกองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ทั้ง 10 กลุ่มจะได้รับการยกย่องให้เป็นกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2015

8 บริษัท.โชว์ผลงานเด่น คว้า 10 กองทุนยอดเยี่ยม

10กองทุนยอดเยี่ยม2558-p2

ผลการจัดอันดับกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2015 ปรากฏว่า บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด มีกองทุนที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม จำนวน 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ (IN-RMF),กองทุนบัวหลวงหุ้นระยะยาว 75/25(B-LTF75)

ตามด้วย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด มีกองทุนที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม จำนวน 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ เซ็ท อินเด็กซ์ ฟันด์(SCBSET)และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRM1)

นอกจากนี้ ยังมี 6 กองทุนที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม ได้แก่ กองทุนเปิดเคเอ ซอร์ท เทอม ฟิกซ์ อินคัม(KASF)ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด กองทุนเปิดธนสาร (TSARN)ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนธนชาต จำกัด กองทุนเปิด วรรณเอเอ็มเซ็ท 50 ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด

กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเพิ่มค่าหุ้นระยะยาว (MV-LTF)ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด(มหาชน) กองทุนเปิด โกลบอล ไฮดิวิเดนด์ (GHD)ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี(ประเทศไทย) จำกัด

และกองทุนเปิดหน่วยลงทุนฟินันซ่า โกลบอล อโลเคชั่น (FAM GAF) ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า จำกัด

สำหรับรายละเอียดของทั้ง 10 กองทุนที่มีผลงานเป็นกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2015 มีดังนี้

               กลุ่มที่ 1: กองทุนสะสมทรัพย์ตราสารหนี้ (Money Market) กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิด เคเอ ชอร์ท เทอม ฟิกซ์ อินคัม(KASF)ซึ่งบริหารจัดการโดย บลจ.กสิกรไทย ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 1 ปี อยู่ที่ 21.52 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 14.02 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 2,089 ล้านบาท

สำหรับกองทุน KASF มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งพอร์ตการลงทุน ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2557 มีตราสารที่ถือครองสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ ตราสารประเภทเงินฝาก บัตรเงินฝาก หุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน รับรองรับอาวัลโดยสถาบันการเงิน ประกอบด้วยธนาคารออมสิน 17.53% ธนาคารเกียรตินาคิน 14.49%ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 13.17%

รองลงมาเป็นพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย 8.59% และตราสารประเภทหุ้นกู้ ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารหนี่ออกโดยสถาบันประเภทบริการทางการเงินของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ไฟแนนซ์(เนอเธอร์แลนด์)บี.วี. อยู่ 6.94%

               กลุ่มที่ 2: กองทุนตราสารหนี้ทั่วไป(Fixed Income General) กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิดธนสาร(TSARN)บริหารจัดการโดยบลจ.ธนชาต ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 1 ปี อยู่ที่ 7.08 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 11.37 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 2,529 ล้านบาท

กองทุน TSARN มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือหลักทรัพย์ ตราสารการเงินต่างๆของทั้งภาครัฐและเอกชน และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง เมื่อกองทุนมีกำไรจากการดำเนินงาน

โดย ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2557 มีผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย 17.87% ซีพี ออลล์ (A+) 6.27%,เอเชียเสริมกิจลีสซิ่ง (BBB+) 6.07%,อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ลีส(AA-)4.62% และบริหารสินทรัพย์กรุงเทพ (AA-) 2.99%

              กลุ่มที่ 3:กองทุนตราสารทุนหุ้นขนาดใหญ่(Equity Large) กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิด วรรณเอเอ็ม เซ็ท 50 (1AMSET50)บริหารจัดการโดย บลจ.วรรณ ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 3 ปี อยู่ที่ 1.83 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 48.32 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 979 ล้านบาท

โดยกองทุน 1AMSET 50 มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นสามัญประมาณ 25-30 บริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET 50 ฯลฯ ซึ่งคัดเลือกหุ้นที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูง ขณะที่มีการกระจายการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กบางส่วนเพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับการลงทุน

สำหรับพอร์ตการลงทุน ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2557 มีหุ้นที่ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บมจ.อินทัช โฮลดิ้ง 7.74% บมจ.ธนาคารกสิกรไทย 7.43% บมจ.ปตท. 5.73% บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส 5.26% และ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย 5.07%

10กองทุนยอดเยี่ยม2558-p3

                  กลุ่มที่ 4:กองทุนตราสารทุนทั่วไป(Equity General) กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ เซ็ท อินเด็กซ์ ฟันด์(SCBSET)บริหารจัดการโดย บลจ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 3 ปี อยู่ที่ 1.37 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 17.45 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 5,528 ล้านบาท

สำหรับกองทุน SCBSET เน้นลงทุนในหุ้นที่มีผลในการคำนวณดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะจำลองการเคลื่อนไหวของดัชนีโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เลือกหลักทรัพย์ที่จะทำการลงทุนจำนวนไม่เกินร้อยละ 50 ของหลักทรัพย์จดทะเบียน โดยผลที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุนจะทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงใกล้เคียงกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมากที่สุด

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2557 ได้แก่ บมจ.ปตท.6.65%บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส 5.31% บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ 4.45% บมจ.ธนาคารกสิกรไทย 3.96% และ บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย 3.81%

                กลุ่มที่ 5:กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตราสารหนี้(RMF Fixed Income)กองทุนที่มีผลการดำเนินงานป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อการเลี้ยงชีพ(SCBRM1)บริหารจัดการโดย บลจ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 1 ปี อยู่ที่ 11.26 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 13.00 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 8,453 ล้านบาท

กองทุน SCBRM1 มีนโยบายเน้นการลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารหนี้ระยะสั้นของภาครัฐและบริษัทที่มีความมั่นคงและพื้นฐานดีและ/หรือเงินฝากระยะสั้นเพื่อสภาพคล่องซึ่งกำหนดอายุถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินที่ได้รับจากทรัพย์สินของกองทุนรวม(พอร์ตโฟลิโอ ดูเรชัน)ไม่เกิน 1 ปี เพื่อลดความผันผวนจากการลงทุนอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ อาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงและลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.

ส่วนพอร์ตการลงทุน ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2557 มีผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย 25.25% ธนาคารธนชาต 14.49%ธนาคารออมสิน 9.62%ธนาคารกรุงไทย 9.48% และ บจก.โตโยต้า ลีสซิ่ง(ประเทศไทย) 8.99%

กลุ่มที่ 6:กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตราสารทุน (RMF Equity) กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ(IN-RMF)บริหารจัดการโดย บลจ.บัวหลวง ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 3 ปี อยู่ที่ 1.41 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 23.65 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 3,776 ล้านบาท

สำหรับกองทุน IN-RMF มีนโยบายการลงทุนหุ้นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น กลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มพลังงาน กลุ่มสื่อสาร กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มขนส่ง โดยลงทุนในหุ้นเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และใช้กลยุทธ์ลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว

โดยหุ้นที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2557 ได้แก่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย 12.86% บมจ.ผลิตไฟฟ้า 7.53% บมจ.ปตท.7.20% บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส 6.25% และ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น 5.59%

10กองทุนยอดเยี่ยม2558-p4

กลุ่มที่ 7:กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หุ้นประมาณ 70% (LTF 70/30)กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว 75/25(BLTF75)บริหารจัดการโดย บลจ.บัวหลวง ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 3 ปี อยู่ที่ 0.78 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 25.06 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 25,667 ล้านบาท

ทั้งนี้ กองทุน BLTF75 มีนโยบายในหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 65%และไม่เกิน 75% ในรอบปีบัญชี มีกลยุทธ์การลงทุนระยะกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตทางธุรกิจสูง หรือมีปัจจัยพื้นฐานดี

โดยหุ้นที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2557 ได้แก่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย 11.39%

บมจ.ซีพี ออลล์ 9.93% บมจ.ธนาคารกรุงเทพ 8.14% บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต 7.24% และ บมจ.ปตท. 6.28%

กลุ่มที่ 8:กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หุ้น 100%(LTF 100)กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเพิ่มค่าหุ้นระยะยาว(MV-LTF)บริหารจัดการโดย บลจ.เอ็มเอฟซี ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 3 ปี อยู่ที่ 1.29 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 24.95 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 1,997 ล้านบาท

สำหรับกองทุน MV-LTF มีนโยบายการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือมีราคาของหลักทรัพย์ที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน (Value Stocks)

ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง(Growth Stocks)เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้แก่กองทุน รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.เห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้

โดยหุ้นที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2557 ได้แก่ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ 7.31% บมจ.ธนาคารกสิกรไทย 7.06% บมจ.ธนาคารกรุงไทย 7.00% บมจ.ซีพี ออลล์ 6.26% และบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส 5.68%

กลุ่มที่ 9:กองทุนตราสารทุนโลก(Global Equity)กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิดโกลบอล ไฮดิวิเดนด์(GHD) บริหารจัดการโดย บลจ.ยูโอบี(ประเทศไทย) ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 1 ปี อยู่ที่ 0.6569 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 11.21 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 55 ล้านบาท

สำหรับกองทุน GHD เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว(Feeder Fund) โดยลงทุนในกองทุน ING(L) Invest Global High Dividend ซึ่งจดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งกองทุนนี้บริหารจัดการโดย ING Investment Management สำนักงานใหญ่ ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีนโยบายลงทุนในหุ้นทั่วโลก และเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง

ด้านพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 มีหุ้นที่ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ General Electric co 1.98% Royal Dutch Shell Plc-A Shs 1.91% Cisco Systems Inc 1.76% Vodafone Group Plc 1.73% และ Bnp Paribas 1.70%

กลุ่มที่ 10:กองทุนจัดสรรสินทรัพย์ทั่วโลก(Global Asset Allocation)กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กองทุนเปิดหน่วยลงทุนฟินันซ่า โกลบอล อโลเคชั่น (FAM GAF)บริหารจัดการโดย บลจ.ฟินันซ่า ซึ่งผลการดำเนินงานย้อนหลังช่วงระยะเวลา 1 ปี อยู่ที่ 1.19 มีมูลค่าหน่วยลงทุน 8.98 บาท และมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 33 ล้านบาท

กองทุน FAM GAF เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน PIMCO Funds:Global Investors Series Plc-Global Multi-Asset Fund (กองทุนหลัก)ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นกองทุนเปิดในรูปแบบการลงทุนแบบรวมกลุ่ม(Collective Investment) ตามกฎหมายของประเทศไอร์แลนด์ ประเภทกองทุน UCITS III และบริหารจัดการโดย PIMCO Global Advisors(Ireland) โดยกองทุนหลักลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทครอบคลุมทั้งตราสารทุน ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ และอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักจะไม่ลงทุนโดยตรงในสินค้าโภคภัณฑ์ และอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้กองทุน FAM GAF หรือกองทุนหลัก อาจใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม

สำหรับพอร์ตการลงทุนกองทุนหลัก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 มีหลักทรัพย์ที่ถือครองสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

PIMCO GIS INCOME FUND Z-A-USD 18.1%,FIN FUT US 10YR CBT(12/19/14)8.6%,US TREASURY NOTE 8.3% GIS STOCKSPLUS FUND Z INC 7.0% และ IRS CAD 3.400 06/20/14-15Y CME 6.0%

 

Info : วารสารการเงินธนาคาร

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply