เคล็ดลับปลดล็อค อิสรภาพทางการเงิน

เคล็ดลับปลดล็อค อิสรภาพทางการเงิน - Cover

 

กฏแห่งความมั่งคั่ง

          ทราบหรือไม่ว่า ทุกๆคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินและมี อิสรภาพทางการเงิน ล้วนแล้วแต่รู้และปฎิบัติตามกฏแห่งความมั่งคั่งอย่างเคร่งครัด และนี่คือกฏแห่งความมั่งคั่ง

กฏข้อที่ 1

          จ่ายตัวเองก่อน(Pay Yourself First)

การจ่ายตัวเองก่อนไม่ได้หมายความว่าให้คุณจ่ายเงินให้ตัวเองเพื่อไปจับจ่ายใช้สอยแต่ความหมายที่แท้จริง ก็คือ การจ่ายเงินให้ตัวคุณเองเพื่อตัวคุณเองในอนาคต นั่นคือ คุณต้องเก็บเงิน และนำเงินไปลงทุนให้ออกดอกออกผล ให้พอเพียงกับความต้องการใช้เงินในอนาคตตอนที่คุณไม่ต้องการทำงานอีกต่อไป คำถาม แล้วควรจะจ่ายตัวเองก่อนเท่าไหร่ดี คำแนะนำ คือขั้นต่ำควรจ่ายตัวเองก่อนให้ได้ 10% ของรายได้

กฏข้อที่ 2

          เศรษฐีคิดการณ์ไกล (Rich People Think Long Term)

นั่นก็เป็นเพราะว่าคนที่มั่งคั่งร่ำรวย และประสบความสำเร็จทางการเงิน ต่างรู้เคล็ดลับและมหัศจรรย์ของพลังดอกเบี้ยทบต้นทบดอกกันทั้งนั้น เชื่อหรือไม่ว่าเพียงเก็บเงินวันละ 100 บาท หรือ 3,000 บาทต่อเดือน นำเงินดังกล่าวไปลงทุนที่การลงทุนที่ให้อัตราผลตอบแทนคาดหวัง 10% ต่อปีทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่นำเงินต้นหรือดอกผลออกมาเลย และหากว่าคุณมีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานมากพอ เช่น 40 ปี คุณจะมีความมั่งคั่งถึง 19 ล้านบาท ไม่น่าเชื่อเลยว่าแค่ออมและลงทุนเพียงวันละ 100 บาท จะทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านอย่างที่ไม่ได้ยากเกินเอื้อม แนะนำอ่านบทความเพิ่มเติม มนุษย์เงินเดือนอายุจะ30 ออมเงินเกษียณ เริ่มเมื่อไหร่ถึงไม่สาย

กฏข้อที่ 3

          ทำให้เป็นอัตโนมัติ(Make It Automatically)

          เมื่อคุณเรียนรู้กฏแห่งความมั่งคั่งทั้ง 2 ข้อไปแล้ว แต่ไม่เริ่มลงมือทำอะไรเลย ก็ไม่มีผลลัพธ์ใดๆเกิดขึ้นทั้งสิ้น สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเสาะแสวงหาความรู้เพื่อสร้างความมั่งคั่ง ก็คือ การลงมือทำ แต่หลายต่อหลายครั้ง ก็มีอารมณ์ต่างๆ เช่น ความเกียจคร้าน ความไม่รู้ ความกลัว เป็นต้น ซึ่งอารมณ์เหล่านี้ ทำให้ประวิงเวลาในการเก็บเงิน และบริหารการเงินของตัวเราเอง ดังนั้นเพื่อขจัดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆระหว่างการออมการลงทุน ควรทำทุกอย่างให้เป็นอัตโนมัติ สร้างระบบอัตโนมัติที่เหมาะกับตัวคุณขึ้นมา เพื่อสร้างระเบียบวินัยให้กับการบริหารเงินของตัวคุณเอง และคุณจะไปถึงเป้าหมายอิสรภาพทางการเงินของคุณได้อย่างแน่นอน แนะอ่านบทความเพิ่มเติม รวยด้วย กฎลาเต้แฟคเตอร์

แนะนำวิธีใช้บัตรเครดิตเพิ่มความมั่งคั่ง

หลายคนอาจคิดว่าบัตรเครดิตเป็นที่มาของหนี้ก่อนมหึมา หลายคนพาลคิดไปว่าบัตรเครดิตเป็นปีศาจชั่วร้ายที่นำพาชีวิตไปพบกับหายนะแต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ หากคุณมีเป้าประสงค์ที่อยากมี อิสรภาพทางการเงิน แล้วบัตรเครดิตหากใช้ควรจะให้เป็น ใช้อย่างมีการวางแผนล่วงหน้า  นอกจากจะไม่เป็นหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว ยังเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้ กับคุณ นอกเหนือไปจากความสะดวกสบายอีกด้วย และนี่คือทริปสุดชิกว่าคุณจะมีวิธีการใช้บัตรเครดิตแล้วที่ทำให้มีความมั่งคั่งเพิ่มมากขึ้น

สมัครบัตรเครดิตที่ฟรีค่าธรรมเนียมและแถมสิทธิประโยชน์แรกเข้า

ผู้ออกบัตรเครคิตหลายๆ แห่งระดมสิทธิประโยชน์ คะแนนสะสมแรกเข้า ของรางวัลและของกำนัลต่างๆ

มาจูงใจให้ลูกค้ามาสมัครใช้บัตรเครดิต ทั้งนี้หาหบัตรเครดิตดังกล่าวไม่ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า

และค่าธรรมเนียมรายปีในปีแรกก็ไม่มีผลเสียอะไร ถ้าหากคุณจะสมัครใช้บัตรเครดิตดังกล่าว แถมยังได้

รับสิทธิประโยชน์ คะแนน หรือของกำนัล ถึงแม้จะมีมูลค่าไม่สูงมากนัก

เลือกใช้บัตรเครดิตที่ให้ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยสูงสุด

สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตที่เลือกชำระเงินเต็มจำนวน คุณยังได้รับผลประโยชน์จากการใช้สอยไปก่อนแล้วค่อยจ่ายคืนทีหลังโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย โดยทั่วไปแล้วสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตมักจะทำการสรุปยอดการใช้จ่ายเดือนละครั้ง หมายความว่าหากคุณเลื่อนการใช้จ่ายให้เลยวันสรุปยอด ก็จะได้รับระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 เดือน นอกจากนี้ผู้ออกบัตรเครดิตบางรายยังให้เวลาในการนำเงินไปชำระหลังจากปิดยอดอีกช่วงเวลาหนึ่ง ดังนั้น ถ้าคุณวางแผนกำหนดตารางเวลาการใช้จ่ายให้ดี อาจได้รับระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเกือบ 2 เดือนทีเดียว ทำให้สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปออมหรือลงทุนสร้างผลตอบแทนก่อนนำกลับมาชำระหนี้บัตรเครดิตตามกำหนดเวลา

เปรียบเทียบคะแนนของรางวัลและเงินคืนจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต

หากมีบัตรเครดิตหลายใบอาจพิจารณาการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดนเลือกใช้บัตรที่ให้คะแนนหรือเงินคืนจากการใช้จ่ายผ่านบัตรที่สูงที่สุด

ปิดบัตรเครดิตที่ไม่ได้ใช้

ในกรณีที่คุณสมัครใช้บัตรเครดิตไว้หลายๆใบ แต่อาจมีบัตรเครดิตบางบัตรที่ไม่เคยใช้เลย นั่นอาจส่งผลทำให้ปีต่อไปคุณต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี หรืออาจต้องยุ่งยากกับการติดต่อเพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี ดังนั้นคุณควรติดต่อสถาบันการเงินดังกล่าวเพื่อแจ้งปิดการใช้บัตรเครดิต

สอบถามส่วนลด ก่อนเลือกรูดบัตรเครดิต

ส่วนใหญ่แล้วผู้ออกบัตรเครดิตจะได้รับรายได้จากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้า และมักมีโปรโมชั่นร่วมกับร้านค้าต่างๆ อยู่เสมอ ก่อนที่คุณจะชำระเงินด้วยบัตรเครดิตดังกล่าว คุณก็อาจได้รับส่วนลดเป็น 10%

รวมยอดการใช้จ่ายเพื่อรับโบนัสจากการใช้บัตรเครดิตตามยอดขั้นต่ำ

เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดการจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิต ผู้ออกบัตรเครดิตมักจัดโปรโมชั่นเพิ่มคะแนนโบนัสให้เป็นช่วงๆ หากคุณมีการใช้จ่ายตามจำนวนเงินที่กำหนดดังนั้นถ้าหากจำเป็นต้องมีการใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินดังกล่าวแทนที่จะกระจายใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตหลายๆ ใบ การรวมยอดการใช้จ่ายในบัตรใบเดียวในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้ได้รับคะแนนหรือเงินคืนมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตามคะแนน ของรางวัลของกำนัล รวมทั้งเงินคืนเหล่านี้ ถึงแม้ว่าอาจดูเหมือนเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ถ้าหากคุณรู้จักวางแผนการใช้จ่ายอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ เงินสลึงก็อาจเพิ่มเป็นเงินบาทได้เช่นกัน แต่ต้องระมัดระวังไม่หลงกลของรางวัลจนเกิดพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

140631_FF_Formula_1

 

ที่สุดแห่งความเสียดาย คือ ตายไปแล้วใช้เงินไม่หมด ที่สุดแห่งความสลด คือ ใช้เงินหมดแล้วยังไม่ตาย

ออมเงินเพื่อเกษียณเท่าไหร่ดี

          หลายๆคนพอพูดถึงการเก็บเงินเพื่อการเกษียณวางแผนเพื่อ อิสรภาพทางการเงิน ในอนาคตก็คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว อีกนานกว่าจะเกษียณ อีกตั้ง 20-30 ปีมาพูดอะไรตอนนี้ แต่ถ้าลองนึกย้อนกลับไปสิครับว่า วันนี้เราอายุเท่าไหร่แล้ว บ้างก็ 30 บ้างก็ 40 ลองถามตัวเองดูว่า 20-30 ปีที่ผ่านมานั่นเร็วหรือไม่ ถ้ารู้สึกว่าเร็ว อีก 20-30 ปีข้างหน้าก็เร็วเช่นกัน ฉบับนี้มาดูว่าควรเก็บเงินเกษียณกันเท่าไหร่ดี

เก็บเท่าที่จะเก็บได้ ไม่ได้หมายความว่ามีก็เก็บไม่มีก็ไม่เก็บ แต่หมายความว่าให้เก็บทุกทางที่ทำได้ต่างหากโดยเฉพาะการเก็บเงินระยะยาวที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพราะเมื่อประหยัดภาษีได้ 1 บาท ก็เสมือนมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอีก 1 บาท ลองสำรวจดู หากใครอยู่ในภาคเอกชนก็ใช้สิทธิประโยชน์จากการออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ใครทำงานในภาคราชการก็ใช้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หากใครทำงานส่วนตัวก็สามารถใช้กองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ(RMF) เป็นตัวช่วยได้  แนะอ่านบมความเพิ่มเติม 10 กองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2558

เก็บอย่างน้อยให้มากเท่าที่นายจ้างช่วยจ่ายให้ หมายถึงหากบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ควรจะออมผ่านกองทุนนี้ให้มากที่สุดเท่าที่กติกากองทุนจะอนุญาต เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์เรื่องภาษีแล้ว ยังมีนายจ้างมาช่วยออมเงินเกษียณให้ท่านอีกด้วย เสมือนท่านได้เงินออมก้อนนี้อีกเท่าตัวหนึ่ง

เก็บอย่างน้อย 10% ของรายได้ เป็นพื้นฐานของการออมเลย ต้องทำให้เป็นนิสัย ส่วนใครที่มีความสามารถมากกว่านั้น ก็ให้ออมเพิ่มขึ้น ซึ่งความสามารถในการออมจะขึ้นกับพฤติกรรมการใช้จ่ายเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นกับความสามารถในการหารายได้ เพราะบางคนมีรายได้เป็นแสนแต่กลับไม่มีเงินเหลือ ในขณะที่บางคนมีรายได้หลักหมื่นต้นๆแต่กลับมีเหลือทุกเดือน

เปรียบเทียบแผนเกษียณและจำนวนเงินที่ออม หากพบว่าออมเท่านี้แล้วยังไม่เพียงพอกับกองทุนเกษียณที่ตั้งไว้ ก็ต้องออมเพิ่มจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และโบนัสที่จะได้ในอนาคต หากยังไม่พอก็อาจพิจารณาหารายได้อื่นๆเพิ่ม ฟังดูเหมือนจะโชคร้ายแต่ลองคิดกลับกันว่าโชคดีต่างหากที่รู้ตัวล่วงหน้าทำให้มีเวลาเตรียมตัวทัน แต่หลายๆครั้งพบว่าตัวเองมีเงินไม่พอ ทำให้ไม่อาจจะเกษียณได้ในตอนอายุ 60 ซึ่งเหลือเวลาอีก 5 ปีก็จะถึงแล้ว

ยิ่งใกล้เกษียณยิ่งต้องออมให้มากขึ้น เพราะภาระต่างๆที่เคยมีตอนหนุ่มสาวเริ่มหมดไป เช่น ผ่อนบ้าน ส่งลูกเรียนหนังสือ ดังนั้นยิ่งไกล้เกษียณเท่าไหร่ ยิ่งต้องเร่งมือออมเพื่อการเกษียณให้มากไว้ เพราะบางครั้งมีเรื่องบางเรื่องที่เราไม่คาดคิด ทำให้เราอาจจะต้องใช้เงินเพื่อการเกษียณมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เช่น อายุคาดหมายยืนยาวกว่าที่คิด สุขภาพไม่แข็งแรงมีโรคภัยบางอย่าง วางแผนไว้จากความแนะนำทั้งหมดที่กล่าวไว้รับรอง อิสรภาพทางการเงิน จะเกิดกับผู้อ่านแน่นอน

 

Info : M&W

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply