หุ้นตก ควรรับมืออย่างไร ให้เจ็บน้อยสุด?

หุ้นตก

3 ข้อแนะนำเมื่อเวลา หุ้นตก จะรับมืออย่างไร

 

ถ้าถามว่า การลงทุนแบบไหนที่มีโอกาสได้กำไรสูงๆ จนทำให้เราเป็นเศรษฐีได้ในเวลาไม่นาน ก็ต้องบอกว่า การลงทุนในหุ้นเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เงินลงทุนของเราเพิ่มค่าได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนนำเงินเก็บที่มีมาลงทุนในตลาดหุ้น แต่การลงทุนในหุ้นก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะราคาหุ้นมีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง โดยเฉพาะเมื่อราคาหุ้นปรับลง หลายคนตัดสินใจผิดพลาด ทำให้ขาดทุนจากการลงทุนหุ้นเป็นเงินมหาศาล วันนี้ K-Expert จะมาให้คำแนะนำว่า เมื่อ หุ้นตก เราควรทำอย่างไรดี เพื่อให้สามารถรับมือกับภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนได้

 

เช็กก่อนว่า หุ้นตก เพราะอะไร?

สาเหตุที่ทำให้หุ้นตกนั้นมีมากมาย ไล่เรียงมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สภาพอุตสาหกรรมที่บริษัททำธุรกิจอยู่เปลี่ยนแปลงไป หรือมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามา รวมทั้งตัวบริษัทเองอาจมีความสามารถในการทำกำไรลดลง หากหุ้นที่เราถืออยู่ปรับตัวลงด้วยสาเหตุเหล่านี้ การตัดสินใจขายหุ้นออกไป แม้ว่าจะต้องเจอกับการขาดทุน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะหากเรายังคงถือหุ้นต่อไป ราคาหุ้นก็มีโอกาสปรับตัวลงมาเรื่อยๆ จากกำไรของบริษัทที่ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง

แต่อีกกรณีถ้าหุ้นที่เราถืออยู่ ปรับตัวลงจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวหุ้นของเรา เช่น เหตุการณ์ก่อการร้ายในต่างประเทศ หรือข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง หากราคาหุ้นปรับลงจากสาเหตุนี้ ถือเป็นโอกาสดีของเราที่จะเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี ราคาถูกได้

แล้วนักลงทุนอย่างเราๆ จะรู้ได้อย่างไรว่า เหตุการณ์หรือข่าวที่เกิดขึ้นกระทบกับกำไรของหุ้นที่เราถืออยู่หรือไม่ แนะนำให้ศึกษาจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ต่างๆ ซึ่งในบทวิเคราะห์จะบอกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับหุ้นของบริษัทที่เราเป็นเจ้าของจากเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งมีคำแนะนำให้ด้วยว่า ควรซื้อหรือขายหุ้นตัวนั้นหรือไม่ด้วย

 

ปรับแนวคิด “ไม่ขาย…ไม่ขาดทุน”
เชื่อว่า หลายคนมักเจอกับสถานการณ์ที่พอหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ราคาปรับลงมาจนขาดทุน มักไม่ยอมขายเพื่อตัดขาดทุนออกไป (Cut Loss) แม้ว่าพื้นฐานของหุ้นตัวนั้นจะแย่ลงก็ตาม เพราะมีความหวังว่า สักวันหนึ่งราคาหุ้นจะปรับขึ้นมายังจุดเดิม รวมทั้งมีแนวคิดที่ว่า ถ้าไม่ขาย ก็ยังไม่ขาดทุน

การไม่ขายหุ้นออกไปแบบนี้ ดูเผินๆ อาจมองว่า ตัวเราเองไม่ได้เสียอะไร แต่จริงๆ แล้ว ตัวเราเสียโอกาสที่จะนำเงินไปลงทุนในหุ้นตัวใหม่ที่มีโอกาสได้กำไร คือ แทนที่จะนำเงินก้อนนี้ไปออกดอกออกผล กลับต้องจมอยู่กับหุ้นตัวเดิม พร้อมกับความหวังว่า ราคาหุ้นจะปรับขึ้นไปที่จุดเดิม

แล้วถ้าเกิดหุ้นตัวนั้น พื้นฐานของบริษัทแย่ลง โอกาสที่ราคาจะกลับไปที่จุดเดิมก็ค่อนข้างยาก หรือต้องใช้เวลานานหลายปีจนกว่าพื้นฐานของบริษัทจะกลับไปดีดังเดิม ดังนั้น การตัดสินใจขายเพื่อตัดขาดทุนออกไป เป็นทางเลือกที่จะช่วยให้เงินลงทุนของเราเติบโตขึ้นจากเดิมได้

 

DCA ตัวช่วยยามใจรวนเร
หากตัวเรามั่นใจว่า หุ้นที่ถืออยู่เป็นหุ้นพื้นฐานดี มีรายได้และกำไรมั่นคง เมื่อราคาหุ้นปรับลงมา ก็ถือเป็นโอกาสที่จะเข้าซื้อ แต่ในสถานการณ์ที่ตลาดหุ้นโดยรวมปรับตัวลงมาแรงๆ และหุ้นที่เราถืออยู่ ราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นในเวลานั้นอาจทำได้ยาก เพราะใจก็จะคิดว่า เดี๋ยวราคาก็จะปรับลงอีก รออีกสักหน่อยค่อยเข้าซื้อก็ได้ จนสุดท้ายแล้ว ราคาก็พลิกปรับตัวขึ้นมา ทำให้เสียโอกาสที่จะซื้อหุ้นพื้นฐานดีราคาถูก

วิธีที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือ การซื้อหุ้นแบบซื้อถัวเฉลี่ย (Dollar Cost Averaging) โดยเป็นการลงทุนในหุ้นบริษัทนั้นๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น ลงทุนทุกเดือน ก็จะช่วยลดปัญหาความกังวลที่เกิดขึ้นเมื่อซื้อหุ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงได้ เมื่อเลือกลงทุนวิธีนี้ สิ่งสำคัญคือ ต้องตรวจเช็กเสมอว่า หุ้นที่เราลงทุนนั้นมีพื้นฐานที่ดีอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะหากลงทุนไปสักพัก แล้วหุ้นของบริษัทนั้นพื้นฐานแย่ลง จะได้ตัดสินใจขายหุ้นออกไป และเลือกลงทุนในหุ้นที่พื้นฐานดีกว่าแทน

 

หุ้นลงไม่ใช่เรื่องที่แย่เสมอไป หากเราสามารถปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์ ก็จะช่วยสร้างกำไรจากการลงทุนได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุนหุ้นคือ การศึกษาหาข้อมูลของหุ้นที่เราลงทุน รวมทั้งติดตามสภาวะการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเงินลงทุนได้ไม่ยาก

 

Ref: Propertytoday
Info : K-Expert

มุมมองแบบ Realistic ไม่เพ้อฝัน ..การเงิน-การลงทุน โอกาสได้-เสีย กล้าพูด ไม่เชียร์เกินจริง อสังหาฯ แนวราบ-แนวสูง จะดีหรือไม่ ตอบโจทย์อย่างไร อยู่เองหรือลงทุน ...NightView กล้าบอกให้ผู้อ่านทราบความจริง

Leave a Reply