ยกเว้นภาษี โอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไป RMF รองรับสังคมคนชรา

ngub8fjqg0q6nu1e3lcf

สังคมไทยกำลังจะเป็นสังคมผู้สูงอายุ

ประชากรไทยในอนาคตเพิ่มช้าลงไปเรื่อย ๆ อีกไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า อัตราเพิ่มของประชากรไทยจะใกล้เคียงกับศูนย์ และอาจเป็นไปได้ว่าอัตราเพิ่มประชากรลดลงไปจนต่ำกว่าศูนย์หรือติดลบ จำนวนประชากรไทยใกล้จะถึงจุดคงตัวแล้ว เมื่ออัตราเพิ่มประชากรใกล้เคียงกับศูนย์ ประชากรก็จะมีจำนวนคงตัวที่ประมาณ 65 ล้านคน ในแต่ละปี ประชากรไทยจะไม่เพิ่มหรือลดไปจากจำนวนนี้มากนัก ประชากรไทยมีจำนวนคงตัวในระยะเวลาอีกเพียงประมาณ 15 ปีเท่านั้น

ในขณะที่จำนวนประชากรไทยกำลังเพิ่มช้าลงนั้น ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอายุของประชากรอย่างใหญ่หลวง เมื่ออัตราเกิดลดต่ำลงอย่างมากและผู้คนมีอายุยืนยาวนั้น สังคมไทยจึงกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ. 2548 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุประมาณร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด แต่ในอีก 30 ปีข้างหน้า ผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็นร้อยละ 25 ของประชากรทั้งหมด หรือมีจำนวนมากถึง 16 ล้านคน เมื่อถึงเวลานั้น ประชากรสูงอายุจะมีจำนวนมากกว่าประชากรวัยเด็กเสียอีก

ด่วน! ครม.ไฟเขียวเห็นชอบ ยกเว้นภาษี การโอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอร่างกฎกระทรวง เกี่ยวกับการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีการโอนเงินหรือขายหน่วยลงทุนคืนให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยกำหนดว่า เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ผู้มีเงินได้ได้รับจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF)

โดยหน่วยลงทุนดังกล่าวได้จากการโอนหรือเกี่ยวเนื่องจากการโอนมาจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นเงินได้ที่ได้รับการ ยกเว้นภาษี เงินได้บุคคลธรรม เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ได้ขายหน่วยลงทุนนั้นเมื่อมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์และมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเชี้ยงชีพรวมกับระยะเวลาการถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมฯแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป

สำหรับการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณอายุอย่างต่อเนื่องผ่านระบบกองทุน รวมทั้งช่วยเพิ่มทางเลือกแก่ผู้ออมให้สามารถได้รับผลตอบแทนจากการออมเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันและความมั่นคงทางเศรษฐกิจและรองรับสังคมผู้สูงอายุและช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐบาลในการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยจะไม่ทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณ

“เงินหรือผลประโยชน์ใดๆที่ผู้มีเงินได้ได้รับจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ โดยหน่วยลงทุนดังกล่าวได้จากการโอนหรือเกี่ยวเนื่องจากการโอนมาจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรม เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ได้ขายหน่วยลงทุนนั้นเมื่อมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์และมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรวมกับระยะเวลาการถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมฯแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยให้มีผลบังคับใชย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป”

สำหรับการดำเนินการดังกล่าวนอกจากการรองรับสังคมสูงอายุแล้ว ยังเป็นการเตรียมการในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากที่ผ่านมากำหนดว่านายจ้างจะต้องสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในกรณีที่บริษัทได้ดำเนินการจัดตั้งต่อปีไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

ซึ่งที่ผ่านมามีสมาชิกทั้งสิ้น 3 ล้านคน และมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรวม 26,000 กองทุน แต่ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า มีการยกเลิกกองทุนดังกล่าวฯ หรือไม่มีการจัดตั้ง จึงมีการโอนเงินไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น ครม.จึงได้อำนวยความสะดวกในการดำเนินการเพิ่มเติม โดยเชื่อว่าการดำเนินการจะช่วยภาระงบประมาณของภาครัฐในการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต

Ref: Propertytoday
Info: DDproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ " Simple As Shooting " ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply