รู้ยัง!! เที่ยวทั่วไทยลดหย่อนภาษี ได้200%

ลดหย่อนภาษี-ท่องเทียวไทย-p1

ใครหลายคนตอนนี้คงพบปัญหาการขอคืนภาษีที่ล่าช้าแนะอ่าน แนะลดหย่อนภาษีคืนมากที่สุด ยังไงผู้เขียนก็ขอเอาใจช่วยให้ได้คืนเร็วๆ นะครับวันนี้มีบทความน่าอ่านมาแชร์กันสำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจยิ่งใกล้เทศกาลสงกรานต์เข้ามาด้วยแล้วใครยังไม่ได้วางแผนหรือจองที่พักตั๋วเครื่องบินอ่าน เทคนิคการจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก คุณรู้หรือไม่ว่า ใบเสร็จที่ได้จากที่พักวันนี้สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้มากถึง 200% เลยทีเดียวส่วนมีวิธีอย่างไรนั้นตามอ่านกันได้เลยครับ

เที่ยวทั่วไทยลดหย่อนภาษี

ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาของการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับปีภาษี 2557 ก็เช่นกัน ผู้มีรายได้ทุกคนมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2558(กรณียื่นแบบกระดาษ)และภายในวันที่ 8 เมษายน 2558(กรณียื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต) ทั้งนี้ทุกท่านเคยสงสัยไหมว่าหลังจากยื่นภาษีแล้วทำไมบางคนถึงได้เงินภาษีคืนจากกรมสรรพากรแต่บางคนกลับต้องจ่ายภาษีเพิ่ม นั่นเป็นเพราะว่าแต่ละคนมีเงินได้พึงประเมินและการวางแผนภาษีที่แตกต่างกัน ซึ่งอัตราภาษีของแต่ละคนนั้นสามารถคำนวณง่ายๆได้จากสมการดังนี้

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา=(เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย) – ค่าลดหย่อน) – เงินบริจาค)X อัตราภาษีเงินได้

จะเห็นได้ว่านอกจากค่าใช้จ่ายที่เราสามารถหักจากเงินได้สูงสุดแค่ 60,000 บาทนั้นค่าลดหย่อนถือเป็นรายการสำคัญที่เป็นตัวช่วยลดภาระภาษีให้กับมนุษย์เงินเดือน หรือแม้แต่ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระก็ตาม ซึ่งบทความตอนนี้ขอนำเสนอ ค่าลดหย่อนอีกรายการหนึ่งที่เพิ่งจะมีผลไปเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2557 นั่นก็คือ “ค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศ” ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรทราบก่อนที่จะนำไปลดหย่อนภาษี ดังนี้

  1. ค่าใช้จ่ายที่จะนำมาลดหย่อนภาษีนั้น ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยเท่านั้น
  2. บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวมาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินคนละ 15,000 บาท ทั้งนี้ในกรณีคู่สมรส หากสามีหรือภริยามีเงินได้เพียงฝ่ายเดียวให้ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเฉพาะสามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ แต่หากสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ และในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีระบุผู้จ่ายเงินเป็นทั้งสามีและภริยา ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
  3. ค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวที่นำมาเป็นค่าลดหย่อนทางภาษีได้นั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท
    • ค่าบริการนำเที่ยวหรือค่าใช้จ่ายให้มัคคุเทศก์ จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว หรือบริษัททัวร์ ที่จดทะเบียนกับสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ได้ที่ Web Site กรมสรรพากร ทั้งนี้ค่าบริการแบบแพ็กเกจทัวร์ที่รวมค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าเยี่ยมชมสถานที่จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน ยกเว้นค่าเดินทางค่าอาหารที่อยู่นอกเหนือแพ็กเกจทัวร์ที่ซื้อจะไม่ถือเป็นค่าลดหย่อนภาษี
    • ค่าโรงแรมที่พัก จะต้องเป็นค่าที่พักกับโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติโรงแรม ซึ่งกรมสรรพากรได้จัดทำรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ประกาศไว้ใน Web Site กรมสรรพากร ดังนั้นที่พักที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าว เช่น บ้านพักต่างๆ หรือโฮมสเตย์ จะไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้
  4. ค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวภายในประเทศสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 2 ปี โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่าง 16-31 ธันวาคม 2557 สามารถใช้ลดหย่อนสำหรับการคำนวณปีภาษี 2557 แต่หากเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2558 จะต้องนำไปใช้ลดหย่อนสำหรับการคำนวณปีภาษี 2558
  5. หลักฐานสำคัญที่ต้องใช้ในการลดหย่อนภาษี คือใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี จากผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรมที่พัก เพื่อให้สามารถยืนยันได้ว่าค่าใช้จ่ายนั้นเป็นของท่านจริง ในใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีก็จะต้องระบุข้อมูลให้ตรงกับฐานข้อมูลการเสียภาษี ซึ่งจะประกอบด้วย
  • ชื่อ – นามสกุล ตามข้อมูลทะเบียนบ้าน
  • เลขประจำตัวประชาชนของผู้เสียภาษี
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น สมมติว่าเราจ่ายเงินค่าท่องเที่ยวไปจำนวน 15,000 บาท เท่ากับว่าเราจะสามารถลดหย่อนภาษีตามอัตราภาษีที่เราต้องเสียได้ ตั้งแต่ 750 บาท(สำหรับฐานภาษีต่ำสุด 5%) ไปจนถึง 5,250 บาท(สำหรับฐานภาษีสูงสุด 35%) เลยทีเดียว ถือว่านอกจากจะได้ท่องเที่ยวได้ช่วยเศรษฐกิจประเทศ แล้วยังได้ลดหย่อนภาษี ดังนั้นไปเที่ยวเมื่อใดก็อย่าลืมเก็บใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีด้วยนะครับ

Info : MW

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply