7 วิธีเก็บเงิน ง่ายๆ ที่คุณอาจรู้อยู่แล้วแต่มักมองข้าม แบบฉบับมนุษย์ Office

วิธีเก็บเงิน

เมื่อพูดถึงการเก็บเงิน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนหรือแม้แต่ฟรีแลนซ์หาเช้ากินค่ำ ไหนจะต้องจ่ายค่าเดินทาง ค่าอาหาร ผ่อนบ้าน สังสรรค์ และอีกสารพัด บางคนก็ต้องส่งเงินให้คนทางบ้าน รู้ตัวอีกทีเงินเดือนก็ใกล้หมดทุกที เรียกได้ว่าใช้เดือนชนเดือนเลยทีเดียว

ซึ่งจริงๆ แล้วการเก็บเงินก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากนัก เพียงแต่ต้องมีวินัยและเลือก วิธีเก็บเงิน ที่เหมาะสมกับตัวเองเพื่อให้สามารถเก็บเงินได้ในระยะยาวและสม่ำเสมอ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็มีวิธีเก็บเงิน และวิธีคุมเงินง่ายๆ 7 วิธีที่คุณอาจรู้อยู่แล้วแต่มองข้ามมาฝาก

7 วิธีเก็บเงิน ง่ายๆ ฉบับมนุษย์เงินเดือน

1. เก็บก่อนใช้ หัก 10% เข้าบัญชีส่วนตัว

หลายคนตกม้าตายในวันเงินเดือนออก ด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องเจอตลอดเดือนเลยทุ่มเงินตอบสนองความต้องการแบบไม่ยั้งคิด โดยอ้างว่าให้ ‘รางวัล’ ตัวเอง ก่อนอื่นอยากให้ตั้งสติ นับจำนวนวันว่าหลังจากวันที่เงินออก เหลืออีกกี่วันกว่าจะได้เงินอีกรอบ

อ่านมาถึงตรงนี้ถ้ายังรู้สึกอยากใช้เงินอยู่ ก็แนะนำว่าควรใช้หลังจากที่ นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวเสียก่อน โดยเริ่มต้นจากกำหนดสัดส่วนเงินที่ตั้งใจจะออม เช่น 10% ของเงินเดือน หรือจะ 50% เลยก็ได้ถ้าไม่ได้มีภาระใช้จ่ายอื่น จะเลือกหักเงินออกจากบัญชีเงินเดือนอัตโนมัติในวันเงินเดือนออก ถอนเอง โอนเองก็ย่อมได้ ซึ่งบัญชีที่จะใช้เก็บเงินนั้นไม่ว่าจะเลือกบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์หรือฝากประจำ ก็อย่าลืมเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยรวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจ และจำไว้ว่าบัญชีนี้ห้ามถอนมาใช้เด็ดขาด! รวมถึงไม่ควรทำบัตร ATM ควบ เพราะจะทำให้ใช้ง่ายจ่ายคล่องแน่นอน

ตัวอย่าง: A มีรายได้ต่อเดือน 20,000 บาท ตั้งใจจะเก็บเงิน 10% จากเงินเดือน เท่ากับว่า A ต้องเก็บเงินฝากทุกเดือนๆ ละ 2,000 บาท เก็บชิลๆ ทั้งปีได้ 24,000 บาท

2. เก็บเงินทอน-เก็บเลขท้าย-เก็บส่วนลด

แม้ว่าแคมเปญดีๆ #effortlesssaving #เปย์ไม่เจ็บเก็บไม่จน โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย เมื่อช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมาจะจบลงไปแล้ว แต่จะขอนำเทคนิคมาปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การเก็บเงินของเราซักหน่อย ตามมาดูกัน
– เก็บเงินทอน ทุกครั้งที่ใช้จ่ายพอได้เงินทอนมาก็เก็บแบงค์ย่อย เหรียญ นำมาหยอดกระปุก ซึ่งหากจะให้เสนอ คุณไม่จำเป็นต้องเก็บเศษย่อยทั้งหมด เพราะอาจสร้างความลำบากจนเกินไป ลองกำหนดแบงค์ที่จะเก็บทุกครั้งที่ได้เงินทอน เช่น แบงค์ 50, เหรียญ 10, เหรียญบาท หรือแม้กระทั่ง เก็บเฉพาะแบงค์เลขสวย และแบงค์เลขตอง ก็ได้
– เก็บเลขท้าย ทุกครั้งที่ซื้อของให้ดูเลขท้ายสองตัวของยอดรวมในบิล เลือกเก็บตามนั้น เช่น บิลออกมา 615 บาท ก็เก็บ 15 บาท
– เก็บส่วนลด ซื้อของเซลล์เมื่อไหร่นำส่วนต่างที่ได้ลดมาหยอดกระปุกดีกว่า ได้ของ ได้เก็บเงิน คุ้ม! สมมุติ ของ 1,000 บาท ลด 50% เหลือจ่าย 500 บาท ก็เอาส่วนต่างอีก 500 มาเก็บ

3. ลุ้นล้านกับสลากออมสิน

สลากออมสินถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการออมเงิน โดยเราจะได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด พร้อมมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือน เมื่อครบกำหนดก็ได้เงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยที่ถือว่าคุ้มมาก ซึ่งจริงๆ แล้วสลากออมสินนั้นมีหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมกันก็คือ สลากออมสินพิเศษอายุ 3 ปี

โดยสลากออมสินพิเศษอายุ 3 ปี จะจำหน่ายหน่วยละ 50 บาท ซึ่งคุณสามารถซื้อกี่หน่วยก็ได้ สิ่งที่จะได้รับ คือ สลากออมสิน 1 ใบ ที่มีตัวเลข 3 ชุด คือ งวดสลาก หมวดสลากและหมายเลขสลาก ถ้าต้องการถูกรางวัลที่ 1 ของสลากออมสิน (สิบล้าน) ก็จะต้องให้ตัวเลขตรงกันทั้งหมด 3 ชุด แต่ถ้าไม่ได้เป็นคนดวงดีขนาดนั้นก็รอลุ้นรางวัลปลอบใจเล็กๆ น้อยๆ แทน หรือจะทิ้งไว้เล่นๆ เป็นที่เก็บเงินเพิ่มดอกเบี้ยอีกแห่งก็ไม่เสียหาย โดยที่ดอกเบี้ยนั้นก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละงวดที่ธนาคารออมสินกำหนดซี่งต้องคอยเช็ค อย่างงวดล่าสุด งวดที่ 97 ฝากครบ 3 ปี ก็รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยหน่วยละ 50.60 บาท

แล้วสลากออมสินเหมาะกับใคร? คนที่อยากเก็บเงินแบบ Play Safe เพราะรับประกันว่าเงินต้นไม่สูญแถมยังได้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์, คนที่ชอบลุ้นรางวัลให้พอกระชุ่มกระชวยจิตใจ เพราะถึงงวดนี้ไม่ถูก งวดหน้าก็เล่นใหม่ได้ เงินต้นอยู่ที่เดิม และคนที่อยากเก็บเงินแบบปลอดภาษี

4. ใช้เงินสด งดบัตรเครดิต

Cuting credit cards.
ถ้าไม่มีวินัยในการใช้เงิน ควบคุมและบริหารการเงินไม่ค่อยได้เป็นทุนเดิม การมีบัตรเครดิตก็สามารถสร้างหายนะให้คุณได้ อย่างแรกเลย รูดง่ายจ่ายคล่องทำให้เผลอใช้เงินมากเกินความจำเป็นหรือเจอดอกเบี้ยมหาโหดถ้าชำระยอดหนี้แต่ละเดือนไม่ครบ ชำระไม่ตรงก็โดนปรับอีก ดังนั้นเลยแนะนำสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีวินัย ให้ใช้เงินสดมากกว่า ถึงแม้ว่าจะต้องลำบากในการพกพาแต่ก็ทำให้เราได้เห็นตัวเงินของจริง และรู้จำนวนเงินที่เรามี

หรืออีกทางหนึ่งก็คือการใช้บัตร ATM อันนี้ก็ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะอย่างไรก็ตามเงินที่อยู่ในบัญชีนั้นก็คือ เงินที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ใช่เงินในอนาคตหรือเงินหยิบยืม

5. แบ่งเงินใส่ถุง คุมเงินรายวัน

หลังจากที่แยกเงินเก็บ แยกเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง และอื่นๆ นำเงินส่วนที่เหลือมาหารจำนวนวันในแต่ละเดือน แบ่งใส่ถุงหรือซองจดหมายเป็นวันๆ ไป วิธีนี้จะช่วยให้รู้ลิมิตการใช้เงินในแต่ละวันและยังเป็นการวางแผนล่วงหน้าเพื่อไม่ให้กระทบกับปลายเดือนด้วย

ยกตัวอย่าง : B เงินเดือน 15,000 บาท หักเข้าบัญชีเงินเก็บ 10% (1,500 บาท) หักค่าเดินทาง 800 บาท หักค่าน้ำค่าไฟ 1,200 บาท ค่าเช่าที่พัก 3,000 บาท เหลือ 8,500 บาท ก็นำมาแบ่งใส่ถุง 30 ใบ เท่ากับว่า จะใช้ได้ประมาณ 280 บาทต่อวัน

6. หารายได้เสริม

นอกจากงานประจำ คุณสามารถหาวิธีเก็บเงินอย่างอื่นได้โดยดึงจุดขายที่ตัวเองมีอยู่ เช่น
– งานอดิเรกชอบทำขนมหรืออาหาร อย่าทำกินเองคนเดียว ทำออกมาขายดูสิ อาจทำข้าวกล่องขายให้เพื่อนร่วมงาน (ถ้าที่ทำงานไม่มีกฏห้าม) หรือรับทำตามงานบุญ งานบวช อะไรก็ว่าไป
– เก่งงานเขียน รับจ๊อบเขียนงานเป็นฟรีแลนซ์หรือขายในรูปแบบ E-Book

ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าไม่ได้มีเวลาว่างมากนักหรือไม่ได้มีจุดเด่นเรื่องใด ลองขุดของเก่า ของที่ไม่ใช้แล้วในบ้านมาขายดูก็ได้ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ขายผ่านออนไลน์หรือ เช่าที่ตามตลาดนัดต่างๆ เป็นต้น

7. ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

เคยนับไหมว่าเดือนหนึ่งเราเสียเงินไปกับสิ่งไม่จำเป็นเท่าไหร่ เช่น บางคนชอบดื่มน้ำหวาน ชา กาแฟ สมัยนี้อย่างต่ำก็แก้วละ 20 บาทขึ้นไปแล้ว หรือบางคนก็เสียตังค์ให้ของขบเคี้ยวเยอะมาก หนึ่งเดือนก็หลายร้อยเลยล่ะ แม้กระทั่งชอบช้อปปิ้งเสื้อซื้อผ้าก็รวมอยู่ในนี้ด้วย

ทีนี้ถ้าลดละเลิกไม่ได้ วิธีแก้ อย่างพวกชากาแฟ ลองเปลี่ยนมาซื้อเป็นกล่องแล้วชงกินเองดูท่าจะคุ้มกว่า ขนมก็ลดปริมาณบ้างเพื่อสุขภาพ หรือลองกินผลไม้แทนดู ปกติต้องซื้อมื้อกลางวันก็ลองทำเองจากบ้าน นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายแล้วยังได้กินอาหารที่สะอาดและปลอดภัยเพราะปรุงเองอีกด้วย หรือคนที่ชอบช้อปปิ้งก็ลองหันไปดูว่ามีเยอะเท่าไหร่แล้ว ถ้าอยากได้จริงๆ แนะนำให้ขายของเก่าก่อนแล้วค่อยซื้อใหม่

7 วิธีเก็บเงินและคุมเงินที่แนะนำเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีอีกหลายวิธีให้เลือกใช้ แต่มีจุดหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ต้องการวินัยจากผู้เก็บเงินเป็นหลัก ถึงจะผ่านฉลุยได้ นอกจากนี้อย่าลืมจดบันทึกรายรับรายจ่าย อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณรู้ลิมิตการใช้เงิน

Ref: Propertytoday
info: ddproperty

Alex Camera เด็กหนุ่ม Gen Y มีทั้งสไตล์ และความอาร์ทอยู่ในตัว ชอบคิดต่าง รักอิสระ ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัว สนใจเรื่องการลงทุนทุกประเภท ที่สำคัญชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ และชอบแชร์เรื่องราวที่ได้พบ ผ่านมุมมองใหม่ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ ” Simple As Shooting ” ง่าย เหมือนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ.

Leave a Reply