ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยังไง ไม่มีวันเจ๊ง

ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยังไง

ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความเปลี่ยนแปลงระดับที่เป็นที่สุดหลายเรื่อง ทั้งราคาที่ดิน ราคาห้องชุด ตึกสูงที่สุด มูลค่าตลาดคอนโดฯทุบสถิติ รวมถึงกระแสการลงทุนและจุดเปลี่ยนธุรกิจอสังหาฯในรอบปี การที่ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยังไง ควรคำนึงถึงการลงทุนมากสุดทั้งแพงทั้งล้นตลาด จำนวนคอนโดที่เปิดขายทั้งหมด 28,750 ยูนิต มีคอนโดในระดับราคาตารางเมตรละ 50,001 – 100,000 บาท เปิดมากที่สุดถึง 13,300 ยูนิต ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคอนโดที่มีจำนวนยูนิตเกิน 500 ยูนิตขึ้นไป และอยู่นอกเขต CBD ในปีพ.ศ.2558 ซึ่งมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานครไม่เกิน 40,000 ยูนิตน้อยที่สุดตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 การลงทุนอสังหาฯในช่วงปีหน้า 2559 โดยเฉพาะคำถามที่ว่า จะลงทุนระหว่าง บ้าน หรือ คอนโดดี แล้วถ้าจะซื้อ คอนโดสุขุมวิท อยากให้ทางผู้เขียนแนะนำว่าจะลงทุน ตอนนี้จะดีไหมซึ่งคำถามมากมายเหล่านี้ผู้เขียนได้สรุปมาให้อ่านในบทความนี้แล้วโดยที่เราจะเน้นเจาะลึกไปแล้วเราจะ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยังไง ไม่มีวันเจ๊งโดยสามารถดูได้จากแนวคิดทั้ง 9 ข้อดังนี้

1. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจจะยังไม่คึกคัก โดยมองว่าผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องให้น้ำหนักในการทำตลาดระบายที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จรอขายในตลาด โดยแม้ว่าตลาดจะได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์เข้ามาช่วยเป็นเครื่องมือในการระบายที่อยู่อาศัยเหลือขายก็ตาม

2. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดน่าจะยังชะลอตัวอยู่ในช่วง 1-2 ปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจท้องถิ่นยังได้รับผลกระทบจากกิจกรรมเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม

3.ขณะที่การลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลนั้น แม้ว่าผู้ประกอบการจะยังให้น้ำหนักการลงทุนโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลก็ตาม แต่คาดว่าการลงทุนน่าจะเต็มไปด้วยความท้าทายมากขึ้น

4.นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจและกำลังซื้อแล้ว ต้องยอมรับว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีการแข่งขันรุนแรง โดยการแข่งขันไม่เพียงจากผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานานแล้ว แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการธุรกิจอื่นๆ ก็ขยายฐานธุรกิจเข้ามาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้มีความแข็งแกร่งทั้งด้านแหล่งเงินทุนและที่สำคัญเป็นเจ้าของที่ดินในทำเลศักยภาพ

5.ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลในปี 2559 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ผู้ประกอบการยังให้น้ำหนักในกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียม เนื่องจากปัจจัยในเรื่องของที่ดิน กฎหมายผังเมือง และโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟฟ้า

6.ส่วนของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น มองว่า ผู้ประกอบการยังคงให้ความสำคัญกับการทำตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน แม้จะมีความท้าทายขึ้นจากการแข่งขันที่สูง เนื่องจากในปี 2558 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการให้ความสำคัญในการเปิดตัวโครงการระดับบนออกสู่ตลาดพร้อมกันหลายโครงการ

7.ปี 2558 ที่ผ่านมา การเปิดโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 85.0 เมื่อเทียบกับการเปิดตัวในปี 2557

8.การทำตลาดคงไม่ง่ายเหมือนปีที่ผ่านมา จากกลไกตลาดที่ได้ผลักดันทำให้ราคาต่อหน่วยขยับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่กลุ่มลูกค้าระดับบนในประเทศมีฐานตลาดที่จำกัด ผู้ประกอบการต้องพึ่งกำลังซื้อจากลูกค้าชาวต่างชาติซึ่งมีต้นทุนการตลาดที่สูงขึ้น แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดบนยังเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงน้อยท่ามกลางภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังมีความเสี่ยง ทำให้ในปีนี้ผู้ประกอบการยังคงให้ความสนใจกับตลาดระดับบน

9.สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง แม้จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของมาตรการภาษีสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งอาจจะช่วยกระตุ้นในส่วนของการลงทุนตลาดบ้านแนวราบ เช่น ทาวน์เฮ้าส์ในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทและสามารถสร้างเสร็จภายใน 1 ปีก็ตาม แต่คาดว่าการลงทุนโครงการใหม่ๆ ในกลุ่มนี้น่าจะยังไม่คึกคัก เนื่องจากตลาดยังมีอุปทานรอขายในกลุ่มนี้สะสมในตลาดจำนวนหนึ่ง

REF: Propertytoday
INFO:ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

หนุ่มวิศวกรการบิน อายุสามสิบกว่าๆ สนใจเรื่องการเงินการลงทุน นิยมเล่นหุ้นและอสังหาฯ ศึกษาการลงทุนแนวเทคนิคอลอย่างจริงจัง เป็นคนชอบอ่านและชอบแชร์ความรู้มากที่สุด

Leave a Reply