รู้ยัง… ภาษีคณะบุคคลใหม่ ปี2558

ภาษีคณะบุคคลใหม่2558

ถ้าจะใช้ ภาษีคณะบุคคล ในการวางแผนภาษี ก็ขอให้คิดให้รอบคอบครับเพราะไม่ได้มีประโยชน์มากเหมือนก่อนแล้ว เพราะว่า ภาษีคณะบุคคลใหม่ ปี2558 ได้ปรับเปลี่ยนไปมากพอสมควร จะปรับเปลี่ยนอะไรที่แตกต่างไปจาก ภาษีคณะบุคคลเดิม2556 มาดูกันครับ หรือท่านสามารถอ่าน แนะวิธีลดหย่อนภาษี เพื่อเป็นข้อมูลครับผู้เขียนรวบรวมให้แล้ว

การจัดตั้งคณะบุคคลเป็นกลยุทธ์การบริหารภาษีกลยุทธ์หนึ่งที่นิยมกันมาก โดยเฉพาะหมู่ดารา แพทย์ เพราะเป็นกลยุทธ์ของการกระจายหน่วยภาษี ตัวอย่างเช่น นาย A เป็นดาราภาพยนตร์มีเงินได้สิทธิ 4 ล้านบาท ดังนั้น เงินได้ทุกๆบาทที่มากกว่า 4 ล้านบาทจะต้องเสียภาษีในอัตรา 35%ของเงินได้ แปลว่า ถ้านาย A รับแสดงหนังอีกซักเรื่องได้ค่าจ้าง 100,000 บาท เงินได้ 100,000 บาทที่ได้เพิ่มขึ้นนี้จะต้องเสียภาษี 35% * 100,000 = 35,000

ดังนั้น เพื่อให้เสียภาษีน้อยลง นาย A อาจใช้วิธีตั้งคณะบุคคลเพื่อรับงานแสดงแทน(โดยนาย   A ยังเป็นผู้แสดงเหมือนเดิม แต่ผู้รับค่าจ้างงานแสดงเป็นคณะบุคคล) ด้วยวิธีนี้ เงินได้ 100,000 บาทจะไม่ถือเป็นเงินได้ของนาย A  แต่ถือเป็นเงินได้คณะบุคคล ซึ่งต้องเสียภาษีต่างหากจากนาย A และเสียภาษีแบบเดียวกับบุคคลธรรมดา เช่น  เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกยกเว้นภาษี

ดังนั้น คณะบุคคลของนาย A ซึ่งมีเงินได้แค่ 100,000 บาท จึงไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลย และเมื่อนาย A รับเงินได้จากคณะบุคคลก็ได้รับยกเว้นภาษีอีกเทียบกับกรณีเงินได้เป็นของนาย A เองต้องเสียภาษี 35,000 บาท

จะเห็นว่าคณะบุคคลให้ประโยชน์ในการวางแผนภาษีมาก แต่จากคำสั่งกรมสรรพากรที่ป.149/2558 เรื่องการเสียภาษีเงินได้ของห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล โดยมีสาระสำคัญ คือ

สาระสำคัญของกฏหมายฉบับนี้ ทำให้เงินได้พึงประเมินที่หาได้ในชื่อคณะบุคคลที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 นอกจากต้องเสียภาษีในฐานะคณะบุคคลแล้ว ยังต้องเอามารวมคำนวณเป็นเงินได้ของเราเพื่อเสียภาษีอีกในปีภาษีที่ได้รับแบ่งเงินได้จากคณะบุคคลออกมาเท่ากับเงินได้ก้อนเดียว ถ้าหาในชื่อเราในฐานะบุคคลธรรมดา ก็เสียภาษีแค่ชั้นเดียว แต่ถ้าหาในชื่อของคณะบุคคลต้องเสียภาษี 2 ชั้น

นอกจากนี้ ข้อที่ควรคำนึงอีกอย่างก็คือ ยอดรวมรายได้ทั้งหมดที่คณะบุคคลได้รับในปีภาษีที่ต้องนำมาคำนวณแบ่งให้หุ้นส่วน หมายถึง รายได้ที่ต้องเสียภาษีทั้งนี้ต้องนำมารวมคำนวณในแบบแสดงรายการและไม่ต้องนำมารวมคำนวณในแบบแสดงรายการ รวมถึงรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี

ยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับส่วนแบ่งของกำไรหรือส่วนแบ่งเงินได้จากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลตามมาตรา 42(14)แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น หากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลแบ่งส่วนแบ่งของกำไรหรือส่วนแบ่งเงินได้ให้แก่หุ้นส่วนในปีภาษีใด ให้หุ้นส่วนหรือบุคคลนั้น ต้องนำส่วนแบ่งของกำไรหรือส่วนแบ่งเงินได้ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งปรก.มารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้กับเงินได้พึงประเมินประเภทอื่นๆที่ได้รับ

สรุปง่ายๆคือ เงินได้ทุกอย่างที่เป็นของคณะบุคคลไม่ว่าจะได้รับยกเว้นภาษีหรือไม่ ต้องเอามารวมคำนวณเพื่อหาส่วนแบ่งเงินได้ที่หุ้นส่วนแต่ละคนได้รับหมด ไม่ว่าจะเป็นกำไรหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่ถ้าเป็นชื่อของเราส่วนตัวจะได้รับยกเว้นภาษี แต่ถ้าเป็นชื่อของคณะบุคคล กำไรหุ้นนี้จะต้องเอาไปรวมในยอดรายได้ในรายงานแสดงรายได้รายจ่ายของคณะบุคคล ดังนั้นเงินได้ที่เดิมไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าเป็นของคณะบุคคลกลับต้องเสียภาษี ตอนที่เอามารวมคำนวณส่วนแบ่งเงินได้ที่ให้หุ้นส่วนตามฐานเงินได้ของหุ้นส่วนแต่ละคน

ข้อควรคำนึงอีกอย่าง ก็คือ ยอดรวมรายจ่ายระหว่างปีภาษีต้องเป็นยอดรวมรายจ่ายที่คณะบุคคลได้จ่ายไปจริงๆระหว่างปีภาษี รวมถึงค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และค่าภาษีเงินได้ของคณะบุคคลที่ได้จ่ายไปจริงระหว่างปีภาษี สำคัญก็ตรงยอดรวมรายจ่ายที่ได้จ่ายไปจริง ไม่สามารถใช้อัตราเหมาจ่ายเหมือนตอนยื่นภาษีบุคคลธรรมดาได้ ดังนั้น จำเป็นต้องเก็บหลักฐานเพื่อพิสูจน์ค่าใช้จ่ายกับกรมสรรพากร หากไม่มีหลักฐานก็อาจต้องเหนื่อยหน่อยกว่าจะพิสูจน์ให้กรมสรรพากรเชื่อ

Info : MW

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply