ประกันชีวิต2559 อย่ารู้แค่ว่ามีแล้ว แต่ควรรู้ว่าต้องมีเท่าไหร่

ประกันชีวิต2559

ใกล้เข้ามาแล้วในช่วงปลายปีสำหรับเตรียมสำรวจตัวเองว่าจะต้องทำอะไร พร้อมทั้งเตรียมตัวยื่นภาษี 2559 สิ่งสำคัญเป็นตัวช่วยในลดหย่อนภาษีที่มนุษย์เงินเดือนจะพลาดไม่ได้นั้นก็คือ ประกันชีวิต2559 โดยเฉพาะวงเงินที่สามารถช่วยลดหย่อนภาษีได้มากถึง 100,000 บาท ก็นับว่าเป็นตัวช่วยที่ไม่เลวเลยทีเดียว

ในปัจจุบันนี้มีช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อผ่านตัวแทนประกันชีวิต นายหน้า และผ่านทางธนาคาร ซึ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีการซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต แต่สิ่งสำคัญที่บุคคลทั่วไปมักละเลย และเข้าใจไม่ถูกต้องตามหลักการ คือซื้อประกันชีวิตโดยมองเพียงแค่ในมุมของการออมเงิน ทั้งที่จริงแล้ว ประโยชน์ที่เด่นชัดที่สุดและตรงตามจุดประสงค์ของประกันชีวิต คือ ความคุ้มครองชีวิตที่ได้รับ นั่นคือจำนวนเงินเอาประกัน หรือ ที่เรียกกันง่ายๆว่าทุนประกัน

ดังนั้น หากท่านทราบเพียงแค่ว่า ปัจจุบันตัวท่านเองชำระเบี้ยประกันรวมเท่าไหร่ ทราบเพียงแค่ว่ามี ประกันชีวิต2559 แล้ว แต่กลับไม่ทราบว่าท่านมีทุนประกันรวมเท่าไหร่ เรียกได้ว่าท่านอาจสูญเสียโอกาสทางการเงินได้ในหลายๆแง่มุม หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ท่านจากครอบครัวไปก่อนวัยอันควร ครอบครัวของท่านจะได้รับเงินเพื่อจุนเจือครอบครัวมากน้อยเพียงใด ครอบครัวของท่านจะได้รับเงินชดเชยเพื่อที่จะใช้ในการคงสภาพคุณภาพชีวิตของครอบครัวได้อย่างเพียงพอหรือไม่ หากตัวท่านเองไม่ทราบตรงจุดนี้ นับว่าเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในการซื้อประกันชีวิต

ท่านสามารถวิเคราะห์จำนวนเงินเอาประกัน หรือ ทุนประกันที่เหมาะสมกับตัวท่านเองได้ง่ายๆ 2 วิธี ดังนี้

1.ประเมินภาระหน้าที่ที่ท่านมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ให้จำลองสถานการณ์ว่า หากท่านไม่ได้อยู่ดูแลครอบครัวในวันนี้ ท่านได้ทิ้งภาระอะไรไว้ให้กับครอบครัวของท่านบ้าง เช่น ภาระในการเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่วันนี้ไปจนบุตรจบการศึกษา ภาระการผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ภาระหนี้ต่างๆ เป็นต้น

คำนวณล่วงหน้าไปจนถึงระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้จำนวนเงินที่สามารถรองรับภาระเหล่านี้ได้ทั้งหมด และนำจำนวนเงินที่คำนวณได้นี้มากำหนดเป็นทุนประกัน เพื่อเป็นการทำหน้าที่ที่ท่านมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์

2.ประเมินความสามาถในการสร้างรายได้ของท่านเอง เป็นการประเมินตนเองว่า ด้วยศักยภาพของท่านเองตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงวันที่ท่านหยุดสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในกรณีที่เกษียณอายุ ท่านจะสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นจำนวนเงินเท่าใด อาจมีการใส่สมมติฐาน เช่น อัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ในแต่ละปี เพื่อคำนวณหา คุณค่าของความสามารถในตัวท่านเอง ออกมาในเชิงปริมาณหรือเป็นจำนวนเงินโดยประมาณ และนำมาใช้กำหนดทุนประกัน

จะเห็นได้ว่าจากทั้ง 2 วิธีที่กล่าวไป ทุนประกันชีวิตที่เหมาะสมของแต่ละบุคคลก็จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เช่น เมื่อท่านมีภาระหนี้น้อยลง บุตรเริ่มโตขึ้น เวลาในการสร้างรายได้ของท่านน้อยลง ก็จะทำให้ทุนประกันที่เหมาะสมลดน้อยลงไปด้วย ปัจจุบันนี้ได้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภท Unit-Linked ที่จะทำให้ท่านสามารถปรับเปลี่ยนทุนประกันของกรมธรรม์ให้สอดคล้องกับความจำเป็นได้ง่ายขึ้น และจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าการประกันภัยลงได้เมื่อเวลาผ่านไป

ท่านสามารถที่จะใช้ทั้ง 2 วิธีร่วมกัน หรือใช้วิธีใดวิธีหนึ่งในการคำนวณเพื่อให้ได้ทุนประกันโดยประมาณในเบื้องต้น ดูแบบประกันและเบี้ยประกันที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงเพื่อออมเงินเพราะนั่นไม่ใช่จุดประสงค์หลักของประกันชีวิต แต่เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของความคุ้มครองชีวิตได้อย่างแท้จริง

ความเสี่ยงของเงินกองทุน หลังเกษียณอายุ

พอถึงเดือนตุลาคมของทุกปี จะมีผู้ที่เกษียณจากระบบราชการเป็นจำนวนมากหลายๆท่านอาจจะมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง มีบริวารมากหน้าหลายตา มีห้องทำงานใหญ่โต แต่พอเริ่มวันที่ 1 ตุลาคมปุ๊บ สิ่งเหล่านี้อาจจะหายไปในทันใด การเกษียณไม่ได้น่ากลัว แต่กลับเป็นสิ่งตรงกันข้าม การเกษียณอาจเป็นก้าวเริ่มต้นของการผจญภัยใหม่ๆในชีวิต หลายๆท่านอาจใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำตามความฝันที่เคยฝันไว้ ไม่ว่าการเป็นอาสาสมัคร การท่องเที่ยว หรืออื่นๆแต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือ การเตรียมเงินไว้ใช้ช่วงเกษียณอายุ เพราะหลังเกษียณอายุแล้วผู้เกษียณจะเผชิญความเสี่ยงต่างๆดังนี้

1.ภาวะเงินเฟ้อ หลายๆท่านที่เป็นข้าราชการบำนาญอาจจะสบายใจได้ระดับหนึ่งว่ามีบำนาญใช้ไปตลอดชีวิต แต่ต้องอย่าลืมว่าเงินบำนาญนั้นไม่ได้ปรับตามภาวะเงินเฟ้อ ทำให้มูลค่าของเงินบำนาญที่ท่านได้รับในแต่ละเดือนนั้นมีค่าลดลงทุกปี ราคาสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ ดังนั้นยิ่งเวลานานเท่าไหร่ เงินเฟ้อจะมีผลต่อเงินเกษียณอายุของเรามากขึ้นเท่านั้น ส่วนท่านที่มีเงินกองทุนเกษียณเป็นเงินก้อน ต้องใส่ใจว่าผลตอบแทนของท่านควรจะชนะอัตราเงินเฟ้อด้วยเช่นกัน มิฉะนั้นมูลค่าเงินกองทุนของท่านจะด้อยค่าลงไปเรื่อยๆในระยะยาวตามอัตราเงินเฟ้อ

2.ผลตอบแทนจากเงินกองทุนเกษียณที่มีความผันผวน หลายๆท่านอาจมีเงินก้อนที่สะสมไว้เป็นกองทุนเกษียณอายุ ซึ่งอาจจะกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ประเภทต่างๆไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม ตราสารหนี้ ตราสารทุน อสังหาริมทรัพย์ หากเป็นไปได้เราคงคาดหวังที่จะใช้ดอกผลจากเงินทุนก้อนนี้ แต่ต้องอย่าลืมว่าผลตอบแทนไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผล

ไม่ได้คงที่ไปตลอด มีการขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นหากช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ผลตอบแทนที่เราได้อาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในช่วงนั้นๆ เราอาจต้องนำเงินต้นมาใช้ด้วย

3.ค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาลเป็นค่าใช้จ่ายที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะธรรมชาติของคนเรามีเกิด แก่ เจ็บ และ ตาย ช่วงเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ต้องดูแลรักษาตนเอง โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะมีสัดส่วนสูงถึง 95% ของค่ารักษาพยาบาลตลอดทั้งชีวิต ดังนั้นยิ่งเรามีอายุที่ยืนยาวเราจึงต้องเตรียมค่าใช้จ่ายก้อนนี้ไว้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย

4.อายุขัยที่ยาวนานเกินคาด ทุกคนรู้วันเกิดแต่ไม่มีใครรู้วันตาย หนึ่งในข้อผิดพลาดของคนไทยในการวางแผนเกษียณ คือ การคาดการณ์อายุขัยไว้น้อยเกินไป จากการเจอเคสต่างๆที่เข้ามาปรึกษา หลายๆท่านตั้งเป้าอายุขัยไว้ที่ 70-75 ปีซึ่ง บางท่านอาจจะบอกว่านี่เป็นอายุขัยเฉลี่ยของคนไทย แต่เราต้องไม่ลืมว่า นี่คืออายุขัยของคนไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกๆปี ยุคของเราอาจมีค่าเฉลี่ยที่ 85-90 ปี เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีขึ้น รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หากไปดูประเทศที่พัฒนาแล้ว จะเห็นว่าแนวโน้มอายุขัยเฉลี่ยจะยืนยาวกว่ากว่าประเทศด้อยพัฒนา

นี่คือการบ้านสำหรับผู้เกษียณแล้ว ว่าจะบริหารเงินเกษียณของตนเองอย่างไร ให้สามารถสู้กับความเสี่ยงข้างต้นเหล่านี้ และสามารถมีเงินใช้ไปตลอดอายุของท่าน ขอให้มีความสุขหลังเกษียณกันทุกท่านนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง
นโยบายเศรษฐกิจและทิศทางประเทศไทยยุค ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
เส้นบางๆระหว่าง การลงทุนและการพนัน

Ref: Propertytoday
Info: M2F

จบสถาปัตย์.. แต่มาทำงานด้านการตลาด เริ่มลงทุนกองทุนรวม สะสมเงินออมเพื่อที่วันหนึ่งมันจะเติบโตและเป็นเงินก้อนที่จะใช้มาเป็นเงินลงทุน ส่วนใหญ่ได้ความรู้มาจาก... คุณพ่อที่เป็นนายแบงค์ใหญ่ ชอบขีดชอบเขียนเล่าเรื่องราวทำแล้วมีความสุขจัง ^^

Leave a Reply