เคล็ดลับ 8 วิธีการลงทุน ความเสี่ยงต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง แบบฉบับ The Dhandho Investor

ความเสี่ยงต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง

จากสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้นเป็นผลทางจิตวิทยาทำให้ผู้บริโภคกังวลใจ และความไม่สงบที่เพิ่งเกิดขึ้นยิ่งเพิ่มความกังวลขึ้นอีก ถ้าไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจถดถอยมากกว่านี้ แต่ถ้าเป็นนิสัยของนักลงทุน ปัจจัยสำคัญที่จะเน้นลงทุนในช่วงนี้คงไม่พ้น ความเสี่ยงต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง โดยผู้เขียนมีบทความน่าอ่านมาแนะนำ

เคล็ดลับ 8 วิธีการลงทุน ความเสี่ยงต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง แบบฉบับ The Dhandho Investor โดยที่ กลยุทธ์แบบ Dhandho Investor นั้นเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ขัดแย้งกับความคิดที่ว่า ยิ่งเสี่ยงน้อยยิ่งได้ผลตอบแทนต่ำ (Low Risk Low Return) โดยการลงทุนในวิถีแห่งดันโดจะพยายามเสนอแนวคิดที่ว่า ความเสี่ยงต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง (Low Risk but High Return) หลายคนคงสงสัยว่า “ดันโด (Dhando)” มันแปลว่าอะไร “ดันโด” มีความว่า “ความพยายามสร้างความมั่งคั่ง” โดยพยายามทำความเสี่ยงให้ต่ำที่สุดและพยายามขยายผลตอบแทนให้สูงขึ้น อ้างอิงจากบทความของ ดร.กฤษฎา เสกตระกูล จากการสรุปหนังสือ The Dhandho Investor เขียนโดยโมนิช พาไบร (Mohnish Pabrai) แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย คุณ พรชัย รัตนนนทชัยสุข จัดพิมพ์โดยสํานักพิมพ์วิสดอมเวิร์ค เพรส

mohnish_pabrai

โมนิช พาไบร ผู้เขียนหนังสือ The Dhandho Investor

เคล็ดลับ 8 วิธีการลงทุน ความเสี่ยงต่ำแต่ได้ผลตอบแทนสูง

1. เลือกธุรกิจที่มีความได้เปรียบ ความได้เปรียบหมายถึงความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ความสามารถในการระดมเงินทุนหรือความสามารถในการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ธุรกิจที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันจะมีศักยภาพในการเจริญเติบโตได้ดีกว่าและช่วงชิงส่วนแบ่งได้ดีกว่าบริษัทอื่นๆที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

2. เดิมพันน้อยๆ อย่าเดิมพันหนักๆ ไม่เดิมพันบ่อย เราจะเดิมพันด้วยเงินลงทุนที่มากก็ต่อเมื่อเรามีแต้มต่อ และเราจะลดขนาดของเงินลงทุนลงเมื่อเราเสียเปรียบ โดยอิงกับหลักของความน่าจะเป็นว่าจะได้ผลตอบแทนมากหรือน้อยเมื่อเทียบกับส่วนที่มีโอกาสจะเสีย แน่นอนว่าลงทุนในลักษณะแบบนี้จะทำให้เพิ่มโอกาสให้กับความสำเร็จของพอร์ตการลงทุนที่จะเติบโตมากขึ้นในอนาคตและลดผลตอบแทนที่ติดลบให้น้อยลงจากวางเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามหลักความน่าจะเป็น สำหรับสูตรการวางเงินลงทุนในแต่ละครั้ง (เงินเดิมพัน) หาได้จากทฤษฎี Kelly Formula

Kelly Formula

 

3. เลือกธุรกิจที่เรียบง่าย เราควรเลือกธุรกิจที่เราเข้าใจได้ง่าย มีการเปลี่ยนแปลงน้อยเพื่อให้สามารถประมาณการรายได้ ยอดขาย กระแสเงินสด ได้ง่ายขึ้น และทำให้วิเคราะห์ง่ายขึ้นด้วย

4. เลือกธุรกิจที่กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ในช่วงเวลาวิกฤติมักมีโอกาส ช่วงที่นักลงทุนหลายๆคนกำลังมองแต่ด้านลบเทขายหุ้นในบริษัทออกมา โดยไม่สนใจความเป็นจริงของตัวผลิตภัณฑ์หรือบริษัทๆนั้นว่าพื้นฐานที่แท้จริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนตื่นตระหนกก็เป็นได้ ตรงนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการเลือกหุ้นที่ราคาลงต่ำกว่าความเป็นจริง

5. มีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยเสมอ (Margin of Safety) เป็นส่วนที่สำรองไว้เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือเพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นและเป็นการลดความเสี่ยงของเราให้ต่ำลง สำหรับกลยุทธ์ดันโดจะเป็นการซื้อธุรกิจในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ เป็นการลดโอกาสที่ธุรกิจจะมีราคาลดลงและเป็นการเพิ่มโอกาสที่ราคาหุ้นของธุรกิจนั้นจะปรับตัวสูงขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำแต่มีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนสูง (Low Risk High Return)

6. เลือกธุรกิจที่มีการดำเนินงานอยู่แล้ว เวลาจะเลือกลงทุนควรเลือกธุรกิจที่เปิดดำเนินการอยู่แล้วเพราะเราจะสามารถวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกของธุรกิจนั้นออกมาได้อย่างละเอียดและครอบคลุมมากกว่าเลือกบริษัทยังไม่เปิดดำเนินการ

7. เลือกธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่มีความไม่แน่นอนสูง ถ้าเราซื้อหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่า (Low Risk) ช่วงวิกฤติเป็นช่วงที่ความไม่แน่นอนค่อนข้างสูงอยู่ก้ำกึ่งระหว่างเศรษฐกิจจะฟื้นหรือไม่ฟื้น ถ้าเศรษฐกิจไม่ฟื้นธุรกิจก็อาจจะซึมต่อไปแต่ด้วยต้นทุนที่เราซื้ออยู่ในระดับต่ำทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อเรามากนัก แต่ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นหลังช่วงวิกฤติเราจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมาอย่างมหาศาล

8. ลงทุนในธุรกิจที่พัฒนาต่อยอด ไม่ใช่ธุรกิจที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การลงทุนแบบดันโดมองว่า ธุรกิจใหม่ๆที่ไม่เคยมีมาก่อนจะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เพราะต้องลองผิดลองถูก สู้ธุรกิจที่มีอยู่แล้วแล้วต่อยอดธุรกิจต่อไปไม่ได้เนื่องจากมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำกว่าและผลตอบแทนค่อนข้างดี

บทส่งท้าย

ผู้เขียนบอกไว้เสมอว่า ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์วิธีใดถ้าผู้ลงทุนมีสติทุกครั้ง ไม่ปล่อยใจไปกับข่าวหรือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมาก็ยากนักที่เราจะลงทุนแล้วเกิดความเสี่ยงสูง แต่อย่างไรก็ดี “การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนการลงเงินทุกครั้ง”

โมนิช พาไบร ( Mohnish Pabrai ) คือ ชาวอินเดียผู้ตั้งกองหุ้นระยะยาวและดำเนินแนวทางของ Warren Buffett และ Charlie Munger กองทุนของเขาชนะตลาดถึง 1100%

บทความที่เกี่ยวข้อง
เทคนิคพิเศษวิธีวิเคราะห์ หุ้นอสังหาตัวไหนดี ผ่านงบการเงิน
วิธีเลือกซื้อคอนโดมือสอง เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อลงทุน

Ref : Propertytoday
Info : ดร.กฤษฎา เสกตระกูล

ถนัดเรื่อง จิตวิทยาการลงทุน ศึกษาและวิจัยการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

Leave a Reply