ส่อง A-Space Me รัตนาธิเบศร์ คอนโดหรูสำหรับคนรุ่นใหม่ ในแบบเป็นส่วนตัว บนแลนด์มาร์คที่ดีที่สุดบนถนนรัตนาธิเบศร์

ใครที่มีโอกาสได้ผ่านมาแถวถนนรัตนาธิเบศร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะสังเกตได้ว่าหลังจากการมาของรถไฟฟ้าสายสีม่วง ถนนเส้นนี้ทวีความเจริญขึ้นจากเดิมมากมาย มีคอนโดเกิดขึ้นใหม่หลายโครงการตลอดเส้นทาง ถ้าใครกำลังมองหาคอนโดคุณภาพในแถบนี้ ทำเลที่ดีที่สุดของถนนรัตนาธิเบศร์ก็คงไม่พ้นช่วงห้างเซ็นทรัล และถ้าสังเกตดีๆ ตลอดถนนเส้นรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาออก โครงการคอนโดที่ตั้งในอยู่ในจุดดังกล่าว คงต้องยกให้โครงการ A-Space Me รัตนาธิเบศร์ จาก บริษัท อารียา พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เป็นคอนโดมิเนียม 22 ชั้น คอนโดหรูภายใต้คอนเซ็ปท์บรรยากาศแบบรีสอร์ท พร้อมตอบโจทย์ในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานตามรูปแบบ Life Style ของคนรุ่นใหม่ ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้คอนโดใจกลางเมือง ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ไปติดตามพร้อมกันเลย

รายละเอียดโครงการ
  • ราคาเริ่มต้น 69 ล้าน*
  • ราคาต่อตารางเมตรเฉลี่ย 77,XXX บาท*
  • เจ้าของโครงการ บริษัท อารียา พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
  • ลักษณะคอนโด High Rise สูง 22 ชั้น 1 อาคาร
  • ลักษณะแบบห้องและขนาด 1 Bed ขนาด 00 – 32.10 ตร.ม.
  • สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำหรูลอยฟ้าขนาดใหญ่ (Infinity Edge) พร้อม Pool seat และ Pool Bed, ล๊อบบี้ขนาดใหญ่, ห้องประชุม, ฟิตเนส, สวนหย่อม, ระบบ Key Card, Digital Door Lock, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ลิฟท์ 4 ตัว และ CCTV
  • จำนวนห้อง 401 ยูนิต
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท / ตร.ม. (ชำระล่วงหน้า 1 ปี) / ค่ากองทุน 400 บาท / ตร.ม. (ชำระครั้งเดียว)
  • เนื้อที่ทั้งหมด 2 ไร่ครึ่ง
  • ที่ตั้งโครงการ ถ.รัตนาธิเบศร์ อ.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี
  • ปีที่สร้างเสร็จ กลางปี 2560
สภาพสิ่งแวดล้อม และ Community รอบโครงการ

สิ่งแวดล้อมรอบโครงการนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ นอกจากอยู่ติดถนนใหญ่และใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงเพียง 200 เมตรแล้ว ยังใกล้แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัล พลาซา รัตนาธิเบศร์และ Index Living Mall ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการเลยทีเดียว เพียงข้ามสะพานลอยไปก็ถึงแล้ว อีกทั้งยังอยู่ในจุดที่ไม่เปลี่ยว มีไฟส่องสว่างสามารถเดินไปมาได้ในยามกลางคืน เนื่องจากด้านข้างโครงการอยู่ติดอาคารพาณิชย์ มีทั้งร้านค้าร้านอาหาร ไม่ต้องกลัวว่าจะหาของกินยาก นอกจากนั้นแถบนี้ยังรายล้อมไปด้วยห้าง บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า เทสโก้ โลตัส เอสพลานาด แคราย และร้านอาหารให้เลือกสรรอีกมากมายด้วย

ในด้านสาธารณูปโภค หากใครเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีปัญหาร้องทุกข์ก็อุ่นใจได้ แถบนี้มีทั้งสถานีตำรวจ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ โรงพยาบาลนนทเวทรัตนาธิเบศร์ และสถาบันทรวงอกอีกด้วย นอกจากนี้ถนนเส้นนี้ยังเป็นแหล่งศูนย์รวมงานราชการอีกจุดหนึ่ง ได้แก่ ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ ศาลากลาง(ใหม่)จังหวัดนนทบุรี รวมถึงพื้นที่สีเขียวอย่าง อุทยานมกุฎรมยสราญ ซึ่งสามารถมาออกกำลังกาย หรือมานั่งพักผ่อนชิลๆ ในช่วงเย็นด้ หรือวันไหนอยากทำบุญสุนทาน วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง ก็อยู่ไม่ไกล

เส้นทางการเดินทาง

สำหรับการเดินทางมาที่ตัวโครงการโดยใช้ทางพิเศษศรีรัช (ด่านหัวลำโพง) ขับไปตามเส้นแจ้งวัฒนะ ลงที่ด่านประชาชื่น และขับไปเส้นงามวงศ์วาน (แคราย-กระทรวงสาธารณสุข) เมื่อเข้าสู่ถนนงามวงศ์วานจะผ่าน เอสพลานาด กับโลตัส รัตนาธิเบศร์ และศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรีที่เป็นแลนมาร์คของที่นี่ ตรงไปเรื่อยๆจะขับผ่านบิ๊กซี และรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี พอผ่านสถานีศรีพรสวรรค์มาแล้วก็ให้เตรียมชิดซ้ายได้เลย จากนั้นขับตรงไปอีกประมาณ 400 เมตรก็จะถึงโครงการ A-Space Me รัตนาธิเบศร์

วิเคราะห์ทำเลเพื่อประกอบการตัดสินใจ

แม้ว่าตัวโครงการจะตั้งอยู่ติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าการจราจรจะค่อนข้างหนาแน่นในช่วงเวลาเช้าและเย็น เนื่องจากเป็นแหล่งศูนย์ราชการ คนเดินทางเข้ามาทำงานในย่านนี้จึงค่อนข้างเยอะ รวมถึงคนที่ต้องเดินทางเข้าไปในเมืองอีก สำหรับคนที่ใช้รถยนต์เป็นหลัก ก็มีเส้นทางเลี่ยงอยู่พอสมควร ทั้งเส้นทางเลี่ยงเมืองนนทบุรี ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนติวานนท์ ถนนราชพฤกษ์ รวมถึงทางด่วนงามวงศ์วาน ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองเป็นไปอย่างสะดวก และโชคดีที่โครงการอยู่ในจุดทำเลตรงกลางเกือกม้า ไม่ว่าคุณจะขับมาจากเส้นราชพฤกษ์ บางบัวทอง หรือเส้นงามวงศ์วาน แคราย ก็สามารถ U-Turn ได้สะดวก ไม่ต้องอ้อมไกล แต่สำหรับใครที่ต้องเดินทางไปทำงานในเมืองด้วยรถไฟฟ้า แม้จะเป็นอีกตัวเลือกที่ฟังดูสะดวก เนื่องจากตัวโครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกนนทบุรี 1 เพียงแค่ 200 เมตร อยู่ในระยะที่เดินได้ แต่ในชั่วโมงเร่งด่วนระยะเดินรถของสายสีม่วงนี้อาจไม่ได้รวดเร็วเหมือนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ใครที่ต้องใช้บริการอาจต้องอดใจรอกันเสียหน่อย เพราะรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้ มีถึง 16 สถานีที่วิ่งอยู่บนเส้นรัตนาธิเบศร์ เชื่อมทั้งสถานที่สำคัญและห้างสรรพสินค้า สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆ ก็ยังสะดวก มีทั้งรถเมล์ รถตู้ประจำทาง รวมถึงรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมาตลอดเวลา เป็นทำเลที่ถูกจับตามองว่ามีศักยภาพ มีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่ลำบาก

พาชมแบบห้องและห้องตัวอย่าง

จากตัวแปลนทุกยูนิตถูกออกแบบมาให้มีหน้ากว้าง 3 เมตรกว่าๆ ระยะความสูงพื้นจรดเพดานอยู่ที่ 2.6 เมตร สเปซฟังก์ชั่นภายในออกแบบมาได้ลงตัว ดูกว้างขวาง ใช้งานได้จริง ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์และวัสดุหลายอย่างที่แถมมาให้ จัดว่าอยู่ในเกรดคุณภาพดี แถมยังมีระบบนิรภัยประตูแบบ Digital Door Lock และแอร์ 1 เครื่อง แถมให้ลูกค้าทุกห้องอีกด้วย โดยตัวโครงการมียูนิตให้เลือก 2 Type คือขนาด 25 ตร.ม. (You Space) และ 32 ตร.ม. (We Space) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ที่ใกล้เคียงแล้ว ในด้านราคาและขนาดห้องที่ไล่เลี่ยกัน A Space Me รัตนาธิเบศร์ ดูเหมือนจะมีความคุ้มค่าในราคาและคุณภาพมากกว่า ซึ่งทางโครงการมีให้ชมเฉพาะในของ Type 25 ตร.ม. เท่านั้น ส่วนหน้าตาและรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ไปชมกันเลย

Type – YOU SPACE 25 ตร.ม.

จากแปลนห้อง จะถูกแบ่งฟังก์ชั่นการใช้งานออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับในส่วนของ Pantry และห้องน้ำ โดยในส่วนของ Pantry จะไม่มีเตาไฟฟ้าหรือระบบดูดควันมาให้ แต่เค้าท์เตอร์บาร์นั้นจะท็อปด้วยวัสดุหินควอทซ์ แบรนด์นำเข้าจากญี่ปุ่น พร้อมระบบบานปิดแบบ Soft Close ซึ่งเป็นวัสดุคุณภาพเทียบเท่ากับที่ใช้ในโครงการคอนโด ตร.ม.ละแสนกว่าของอารียาที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีก่อน และยังเดินระบบน้ำสำหรับวางเครื่องซักผ้าไว้ในส่วนนี้ ซึ่งพื้นห้องส่วนนี้จะปูเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 เพื่อรองรับการใช้งานที่อาจเปียกน้ำได้ อีกด้านสำหรับตัวห้องน้ำ อุปกรณ์และเครื่องสุขภัณฑ์ทางโครงการเลือกใช้ของ Kohler ส่วนพื้นและผนังจะเป็นกระเบื้องเซรามิคสีขาว และกระเบื้องลายไม้ตกแต่งเล่นลาย ให้เข้ากับคอนเซ็ปท์มินิมอล ให้อารมณ์บรรยากาศรีสอร์ท

ส่วนที่ 2 และ 3 จะเป็นสเปซในส่วนของ Living และ Bedroom เป็นพื้นลามิเนต แยกสัดส่วนด้วยกระจกบานเลื่อนกรอบอะลูมิเนียมชนิด 3 บาน ซึ่งจะเปิดรับพื้นที่เดินเข้า-ออกได้กว้างกว่าชนิด 2 บาน กรอบบานเลื่อนจะเป็นสีเงินอะลูมิเนียม โดย Living ถือว่ามีความกว้างพอสมควร โดยจุดที่ตั้งโซฟากับจุดติดตั้งทีวี มีระยะสายตา สามารถวาง TV 55 นิ้วได้ สามารถวางโต๊ะเตี้ย หรือโต๊ะทานข้าวเล็กๆได้อีก และในส่วนของห้องนอน สามารถวางเตียงขนาดควีนไซส์ได้ นอกจากนั้นด้านตู้เสื้อผ้าจัดว่าให้พื้นที่มากว้างระดับนึงเลยทีเดียว ไม่เล็กไม่ใหญ่ ซึ่งจากคอนโดห้องไซส์ขนาดนี้ที่พบส่วนใหญ่มักจะออกแบบพื้นที่ตู้เสื้อผ้าจุได้เพียงครึ่งเดียวของที่นี่ เรียกได้ว่าใช้งานได้จริง แต่เหมาะสำหรับอาศัยอยู่คนเดียว หน้าต่างเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนกรอบอะลูมิเนียม ส่วนของระเบียง เนื่องจากทางโครงการออกแบบให้สเปชภายในกว้าง ใช้งานได้เต็มที่ จึงปรับให้ระเบียงใช้สำหรับตากผ้า หรือจัดสวนแนวตั้ง ชิคๆ เก๋ๆ ได้อยู่

Type – WE SPACE 32 ตร.ม.

สำหรับ Type นี้ทางโครงการไม่มีห้องตัวอย่างมาใช้ชม เนื่องจาก Type นี้มีเพียงชั้นละ 2 ห้องเท่านั้น จากแปลน ห้องจะมีลักษณะเป็นรูปตัวแอล ฟังก์ชั่นและการใช้งานจะคล้ายกับ Type 25 ตร.ม. และวัสดุที่ให้ก็เป็นเกรดเดียวกัน เปิดประตูเข้ามาห้องน้ำจะอยู่ด้านข้าง แต่จะต่างกันตรงในส่วนของ Pantry ซึ่งได้ย้ายมาอยู่รวมกับส่วนของ Living เป็นครัวเปิด มีเตาไฟฟ้าและระบบดูดควันมาให้เพิ่มเติม ซึ่งถ้าถ้าไม่ได้ทำอาหารจริงจังก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเหม็น แต่ Type นี้จะย้ายในส่วนของระบบท่อน้ำสำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้าไว้ในฝั่งหน้าห้องน้ำแทน ในส่วนของห้องนอนก็จะมีขนาดพอๆกับ Type 25 ตร.ม. ซึ่งวางเตียงขนาดควีนไซส์ได้ แต่จะได้ขนาดห้องในส่วนของ Living ที่กว้างขวางมากขึ้น เหมาะสำหรับอยู่อาศัย 1-2 คนกำลังพอดีครับ

วิเคราะห์ตัวโครงการและจุดขายที่น่าสนใจ

ตัวโครงการเป็นคอนโด High Rise 22 ชั้น ตัวอาคารออกแบบและใช้สีสไตล์โมเดิร์นเพื่อเจาะกลุ่มตลาดคนรุ่นใหม่ และตกแต่งสไตล์มินิมอลให้อารมณ์บรรยากาศรีสอร์ท มีจำนวน 401 ยูนิต ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆโดยรอบแล้ว A Space Me มีจำนวนยูนิตที่น้อยกว่ามาก ทำให้การอยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัว และให้ความรู้สึกที่สะดวกสบายไม่อึดอัดจนเกินไป แต่จากตำแหน่งที่ตั้งของตัวอาคาร แปลนห้องได้ถูกบังคับให้อยู่ในฝั่งทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าลูกค้าที่สนใจต้องยอมเลือกแดดร้อนเช้าหรือร้อนบ่ายนั่นเอง ซึ่งแต่ละทิศก็มีราคาเฉลี่ยที่ต่างกัน

ในส่วนของที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป ใน 1 ชั้น จะเฉลี่ยจำนวนยูนิตเพียง 25 ห้อง แต่สำหรับชั้นสูงๆ อย่างชั้น 19-22 ในส่วนของที่พักอาศัยจะมีเพียงฝั่งทิศตะวันตกเท่านั้น เฉลี่ยประมาณ 11 ยูนิต เป็น Single Corridor ใครที่ชอบความ private และเปิดประตูออกมาได้ชมวิวสวยๆ ชั้น 19-22 ก็น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากฝั่งทิศตะวันออกของชั้น 18-19 จะเป็นในส่วนของ Facilities สวนสาธารณะลอยฟ้า ซึ่งนอกจากนั้นภายในโครงการได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกไว้อย่างครบครัน เพราะนอกจากสวนลอยฟ้าวิวพาโนรามาแล้ว ยังมีสระว่ายน้าหรูแบบ Infinity Edge Pool  เป็นระบบเกลือ ขนาด 5×25 เมตร สามารถออกกำลังกายได้สบายๆ รวมไปถึงห้องประชุม ห้องสมุด อินเทอร์เน็ท Wi-Fi ร้านค้าอีก 5 ช็อป บริเวณชั้น 1 ของโครงการ

ส่วนลิฟท์โดยสาร มีบริการให้ทั้งหมด 4 ตัว ซึ่งเทียบจากสัดส่วนของจำนวนยูนิตรวมแล้ว ในชั่วโมงเร่งด่วนคงอยู่ในเกณฑ์สบายๆ แม้ว่าภาพรวมในส่วนของที่พักอาศัยจะดู Private น่าสนใจ และสิ่งอำนวยความสะดวกของส่วนกลางก็จัดเต็มแทบไม่มีกั๊ก พื้นที่จอดรถ (ชั้น 1-4) ) สามารถจอดได้ประมาณ 35%  คิดคร่าวๆก็เฉลี่ยประมาณร้อยกว่าคัน ยังไม่รวมจอดแบบซ้อนคันหรือจอดรอบโครงการ แต่โครงการอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า จึงทำให้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้อีกด้วย

ทิ้งท้ายบทความ

สำหรับโครงการ A-Space Me รัตนาธิเบศร์ถือว่าเป็นอีกโครงการที่น่าจับตามองของ Areeya เนื่องจากความได้เปรียบทางทำเลที่ดี ทำให้มีความสะดวกสบายในการเดินทางและการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี มีแนวโน้มเติบโตได้อีกมากในอนาคตบวกกับระยะทางที่ใกล้รถไฟฟ้ามาก กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการอยู่ในช่วงวัยทำงาน อายุประมาณ 25-40 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ ที่อาจแยกตัวจากบ้านหลังเดิม แต่ซื้อเอาไว้เป็นบ้านหลังที่สอง เพื่อสะดวกต่อการเดินทางไปทำงานในเมืองหรือละแวกใกล้เคียง และถึงแม้ว่าจะเป็นโครงการชานเมือง แต่ก็ยังเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ใน อ.เมือง ของ จ.นนทบุรี ซึ่งเมื่อประเมินราคาที่ดินก็จะมีราคาดีกว่ากลุ่มที่ห่างออกไปอย่างโซนบางใหญ่ ซึ่งนักลงทุนอสังหาก็ให้ความสนใจในการปล่อยเช่าอยู่ระดับหนึ่ง ปัจจุบันโครงการขายไปได้แล้วกว่า 65% ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ล้านปลายๆ ซึ่งเมื่อรวมวัสดุอุปกรณ์ที่ได้มาแล้วค่อนข้างคุ้มราคาพอสมควร รวมถึงเรื่อง Facility ที่มีครบจัดเต็มสวยงาม แถมยังอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าใหญ่ และ Community อื่นๆ อยู่ในระยะที่เดินทางสะดวก เรียกได้ว่าโครงการอยู่ในจุดทำเลที่น่าสนใจที่สุดของถนนรัตนาธิเบศร์เลยทีเดียว ซึ่งในอนาคตมีแต่ราคาจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ย่านนี้ค่อนข้างโอเว่อร์ซัพพลาย คอนโดใหม่ๆกำลังผุดขึ้นมาเยอะมาก แต่สภาพดีมานด์ก็ยังคงดูไม่คึกคักอย่างเต็มที่ เพราะถึงแม้ว่าการเข้ามาของรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะมาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนในย่านนี้ แต่ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายการเดินทางเข้าไปในเมือง เมื่อคำนวณเฉลี่ยแล้วยังคงดูสูงกว่าเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รวมถึงปัญหาระยะเวลาการเดินรถและการเชื่อมสถานีที่เคยเป็นประเด็นถกเถียงกันมาก่อนหน้านี้ แต่ก็เชื่อว่าหลังจากรถไฟฟ้าเตาปูนสายสีน้ำเงินเชื่อมสถานีบางซื่อเสร็จเรียบร้อยเชื่อมต่อ ส.ค. 60 นี้ หรือมีการปรับลดอัตราค่าโดยสารลง ดีมานด์การซื้อคอนโดย่านนี้ก็จะกลับมาคึกคักอีกก็เป็นได้เช่นกัน

สาวน้อยอายุยี่สิบต้นๆ มีความสนใจด้านอสังหาฯโดยเฉพาะคอนโดต่างๆ กำลังศึกษาเรื่องการลงทุนและเล่นหุ้น งานอดิเรกชอบอ่านบทความอสังหาฯจากเหล่า influencer บทความวิจารณ์ต่างๆและแชร์เป็นบทความใหม่ในมุมมองของตัวเอง

Leave a Reply